ประชาสัมพันธ์ ประกาศมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืดทั่วประเทศ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน 4 ช่วงเวลา ตามความเหมาะสมกับช่วงเวลาวางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อนของสัตว์น้ำจืดในแต่ละพื้นที่

ประชาสัมพันธ์ ประกาศมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืดทั่วประเทศ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน 4 ช่วงเวลา ตามความเหมาะสมกับช่วงเวลาวางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อนของสัตว์น้ำจืดในแต่ละพื้นที่

ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ในห้วงเวลาและพื้นที่ ดังต่อไปนี้
• วันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 : ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย
เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
• วันที่ 16 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กันยายน 2563 : ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี
หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
• วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 : ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก
ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
• วันที่ 16 กันยายน ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2563 : ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา
ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

โดยเครื่องมือ วิธีการทำการประมงที่อนุญาตให้สามารถทำการประมงในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ได้ มีดังนี้
1. เบ็ดทุกชนิด ยกเว้น เบ็ดราว เบ็ดพวง หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป
3. สุ่ม ฉมวก และส้อม
4. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน
5. แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร)
6. การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย หทดลองทางวิชาการ หรือโครงการที่ดำเนินการของทางราชการ โดยได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง

เครดิต : กองตรวจการประมง