ปลาประจำหน่วยงาน

 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตราด

ปลาประจำหน่วยงาน 

ปลาประจำหน่วยงาน

 เผยเเพร่: 2016-12-02  |   ข่าววันที่: 2016-12-02 |  อ่าน: 2,019 ครั้ง
 

ปลาปล้องอ้อย

ปลาปล้องอ้อย     Pangio kuhlii  (Valenciennes,1846)

ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า     Acanthopthalmus kuhlii (สมโภชน์และกาญจนบุรี,2543)                                       

 ชื่อสามัญว่า   Kuhlii  loach หรือ Coolie loach                                              

 ลักษณะทั่วไป     

ปลาปล้องอ้อย  ลำตัวมีรูปร่างเรียวยาว (elongated shape) สีน้ำตาล มีแถบสีเหลืองส้มพาดขวางจำนวน ๑๑-๑๒ แถบ ปากอยู่ด้านล่างยืดหดได้เล็กน้อย มีหนวดสั้น ๆ ๔ คู่ อยู่บริเวณขากรรไกรบน ๒ คู่ บริเวณขากรรไกรล่าง ๑ คู่ และบริเวณจมูก ๑ คู่ มีเกล็ดแบบ cycloid ขอบเกล็ดเรียบมีลักษณะ บางใส เกล็ดมีขนาดเฉลี่ย ๐.๒๒ มิลลิเมตร ไม่มีเส้นข้างตัว ลักษณะฟันเป็นฟันละเอียดขนาดเล็ก (villiform) บริเวณเพดานบนตามีขนาดเล็กและมีหนังหุ้มตา ที่กระพุ้งแก้มมีหนามอยู่ในแอ่งบริเวณหลังตา ข้างละ ๑ อัน ส่วนใหญ่มีความยาวประมาณ ๕-๘ เซนติเมตรและน้ำหนัก ประมาณ ๐.๘๐ -๑.๘๐ กรัม

ลักษณะที่อยู่อาศัย

ปลาปล้องอ้อยพบบริเวณใต้รากไม้ ขอนไม้ บริเวณที่มีพรรณไม้น้ำ เช่น คล้าน้ำ บอน สาหร่ายหางกระรอก เป็นต้น หรือที่เป็นซากพืช ใบไม้ทับถม พื้นดินอ่อนไม่แข็งจนเกินไป หากบริเวณใดที่เป็นพื้นแข็งจะไม่พบ บริเวณที่พบจะเป็นคลองธรรมชาติไม่มีการทำลายถ้าแหล่งน้ำใดถูกเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมจะไม่พบปลาปล้องอ้อย เช่น คลองที่มีการขุดลอกใหม่ ระดับความลึกที่พบปลา ปล้องอ้อยอยู่ระหว่าง ๓ -๑๕๐ เซนติเมตร แต่จะพบมากที่ความลึก ๔๐-๘๐ เซนติเมตร                          

ลักษณะความแตกต่างระหว่างเพศภายนอกและสัดส่วนเพศ

 สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเพศได้โดยดูจากลักษณะภายนอก  คือ เพศเมียมีความกว้างลำตัวมากกว่าเพศผู้ และมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งสามารถเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนในช่วงฤดูวางไข่  โดยเพศเมียจะมีลำตัวกว้าง  ท้องอูม เมื่อจับตัวปลาส่องกับแสงจะเห็นฝักไข่สีเขียว ส่วนเพศผู้จะมีลำตัวแคบ  ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย  เมื่อทำการศึกษาลักษณะอวัยวะสืบพันธุ์ภายใน  พบว่าปลาปล้องอ้อยเพศเมีย มีรังไข่เป็นฝัก  ๒  พู ถ้าไข่แก่รังไข่จะมีสีเขียว  เพศผู้มีถุงน้ำเชื้อเป็นเส้นสีขาวขุ่น ๒ เส้น  ถ้าไม่สมบูรณ์จะเป็นเส้นสีขาวใส และมีขนาดเล็ก  และพบว่าปลาปล้องอ้อย ที่พบในธรรมชาติ มีสัดส่วนเพศผู้ต่อเพศเมีย เท่ากับ ๑:๑

อาหารและนิสัยการกิน

ปลาปล้องอ้อยชอบกินตัวหนอน ไรน้ำ และตัวอ่อนของแมลงที่อาศัยอยู่ตามพื้นท้องน้ำเป็นอาหาร และจากการศึกษาองค์ประกอบของอาหารในกระเพาะอาหารที่มีรูปร่างเป็นถุงตรง ประกอบด้วยแพลงก์ตอนสัตว์ ร้อยละ ๓๕.๘๐ ตัวอ่อนแมลงร้อยละ  ๒๕.๕๐ และอินทรีย์วัตถุเน่าเปื่อยและอื่นๆร้อยละ  ๓๘.๗๐                    

แนวทางการเพาะขยายพันธุ์ปลาปล้องอ้อยในอนาคต

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตราด จะนำปลาปล้องอ้อยที่จับได้จากธรรมชาติมาเลี้ยงให้ได้ขนาดเพื่อนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ และตรวจสอบระยะฤดูการวางไข่ของปลาเพศเมียและปลาเพศผู้ที่สมบูรณ์เพศ แล้วจะนำปลาเพศผู้และเพศเมียมาทำการเพาะพันธุ์ในครั้งต่อไป

ลักษณะทางอนุกรมวิธาน  การศึกษาทางอนุกรมวิธานของปลาปล้องอ้อยครั้งนี้ได้จัดลำดับทางอนุกรมวิธานตามระบบ Nelson (๑๙๙๔) ดังนี้

     Phylum Chordata

          Subphylum Vertebrata

               Class Actinopterygii

                    Order Cypriniformes

                         Suborder Cyprinoidei

                              Family Cobitidae

                                   Genus Pangio

                                        Species kuhlii (Valenciennes, ๑๘๔๖)

 

ปลาแขยงจุด 

ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า     Mystus micracathus (Bleeker,1846)

ลักษณะทั่วไป    

ปลาแขยงจุด Mytus micracathus(Bleeker,๑๘๔๖) เป็นปลาน้ำจืดจัดอยู่ ในปลาหนังไม่มีเกล็ดขนาดเล็ก รูปร่างค่อนข้างสั้นมีหนวดยาว ๔ คู่ ครีบอกและครีบหลังมีก้านครีบแข็ง ครีบไขมันค่อนข้างสั้น ครีบหางเว้าลึกมีจุดสีดำที่ขอดหาง  ตัวมีสีเทาอมเขียวเข้ม ขนาดที่พบยาวประมาณ ๑๐-๑๕ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๑๐-๒๐ กรัม ถ้าเป็นปลาขนาดเล็กจะมีสีเหลืองนวล มักอยู่รวมกันเป็นฝูงมีอยู่ทั่วไป ในแหล่งน้ำไหล เช่นแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร คาดว่าน่าจะพบทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ 

ลักษณะที่อยู่อาศัย 

ปลาแขยงจุดพบบริเวณน้ำไหลบริเวณที่มีพรรณไม้น้ำ เช่น สาหร่าย ตะไคร่น้ำ วัชพืชน้ำ ฯลฯ บริเวณที่มีก้อนหิน กรวด หรือมีใบไม้หรือกิ่งไม้ทับถม  เพื่อเป็นที่หลบซ่อน

ลักษณะความแตกต่างระหว่างเพศภายนอกและสัดส่วนเพศ   

ความแตกต่างระหว่างเพศดูจากลักษณะภายนอก คือ เพศเมียมีความกว้างลำตัวมากกว่าเพศผู้ และมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งสามารถเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนในช่วงฤดูวางไข่โดยเพศเมียจะมีลำตัวกว้าง ท้องอูม เมื่อปลามีไข่ ส่วนเพศผู้จะมีลำตัวเรียวกว่าตัวเพศเมีย โดยส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย และปลาแขยงจุดที่จับได้ในธรรมชาติพบว่ามีสัดส่วนเพศผู้ต่อเพศเมีย เท่ากับ ๑:๑

อาหารและนิสัยการกิน

ปลาแขยงจุด เป็นปลากินเนื้อ ชอบกินตัวอ่อนของแมลงที่อาศัยอยู่ตามพื้นท้องน้ำ ลูกกุ้ง ไรน้ำ ซากสัตว์ และพืชที่เน่าเปื่อย เป็นอาหาร

แนวทางการเพาะขยายพันธุ์ปลาแขยงจุด

ปัจจุบันปลาแขยงจุดยังไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ โดยผลผลิตปลาชนิดนี้จะได้จากการจับจากธรรมชาติเท่านั้น ทำให้ปริมาณในธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้เนื่องจากปลาแขยงจุดนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม  ขนาดของความต้องการของตลาดธุรกิจปลาสวยงาม  เป็นขนาดที่เริ่มเจริญพันธุ์  ในอนาคตปลาแขยงจุดอาจสูญ  พันธุ์ได้  ดังนั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตราด ได้นำข้อมูลจากการเพาะขยายพันธุ์ปลาแขยงชนิดอื่น  นำมาทดลองเพาะพันธุ์ ๑ ครั้ง โดยได้ฉีดปลาแขยงจุดเพศผู้ จำนวน ๕ ตัวขนาดน้ำหนักรวม ๗๕ กรัม โดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ (suprefect) ๑.๐ ไมโครกรัมผสมโมทิลเลี่ยม ๐.๕ มิลลิกรัม ต่อปลา ๑๐๐ กรัม และฉีดปลาแขยงจุดเพศเมีย จำนวน ๓ ตัว โดยใช้ฮอร์โมนสังงเคราะห์ (suprefact) ๒.๐ ไมโครกรัมผสมโมทิลเลี่ยม  ๐.๕  มิลลิกรัมต่อ ปลา ๑๐๐ กรัม  แล้วปล่อยให้รัดกันเอง ในถังไฟเบอร์ ขนาด  ๒๐๐  ลิตร ที่มีระบบน้ำหมุนเวียนตลอดเวลา  และใส่เชือกฟางเพื่อให้ไข่ติดผลปรากฏว่าปลาแขยงจุดเพศเมียปล่อยไข่แต่ไม่ได้รับการผสม

แนวทางการเพาะขยายพันธุ์ปลาปล้องอ้อยในอนาคต  

นำปลาแขยงจุด เพศผู้ที่สมบูรณ์เพศ  โดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์  (suprefect) ๑.๐ ไมโครกรัมผสมโมทิลเลี่ยม ๐.๕ มิลลิกรัมต่อปลา ๑๐๐ กรัม และฉีดปลาแขยงจุดเพศเมีย  โดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์(suprefect) ๒.๐ ไมโครกรัมผสมโมทิลเลี่ยม ๐.๕ มิลลิกรัมต่อปลา ๑๐๐ กรัม หลังจากฉีดฮอร์โมน6-8 ชั่วโมง รีดไข่จากปลาแขยงจุดเพศเมียโดยตรวจสอบความพร้อมของน้ำเชื้อก่อนด้วยวิธีการผ่าท้องเพื่อนำถุงน้ำเชื้อเพศผู้ที่มีสีขาวขุ่น มาผสมกับไข่ที่รีดไว้นำเชือกฟางมาใส่ในภาชนะที่ผสมไข่กับน้ำเชื้อแล้ว เพื่อให้ไข่ติดกับเชือกฟาง นำเชือกฟางที่มีไขไปฟักในถังฟักไขที่มีระบบน้ำหมุนเวียนตลอดเวลา


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตราด

 ที่ตั้ง 121 หมู่ที่ 2 บ้านหนองเกวียนหัก ตำบลหนองคันทรง อำเภอเมือง จังหวัดตราด 23000