บทความสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก

ดินพื้นบ่อกับการเกิดโรคตายด่วน (EMS) ความจริงที่น่ารู้และแนวทางป้องกัน

 

#กรมประมง #สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก #กุ้ง #โรค

• เต่ามะเฟือง จัดเป็นสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่ได้รับความสำคัญจากนานาประเทศ เนื่องจากการอพยพย้ายถิ่นระยะไกล จึงมีแหล่งอาศัยในพื้นที่ทางทะเลระหว่างประเทศ จัดเป็นทรัพยากรร่วมของภูมิภาคและระดับโลก

• เต่ามะเฟืองเป็นเต่าทะเลที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับเต่าทะเลที่มีอยู่ 7 ชนิดทั่วโลก จำนวนประชากรพ่อแม่พันธุ์เต่ามะเฟืองที่มาผสมพันธุ์และวางไข่ในประเทศไทย ลดลงอย่างต่อเนื่อง “เหลือเพียงปีละไม่ถึง 10 ตัวในปัจจุบัน”

• ทำให้ต้องมีการทบทวนแนวทางการอนุรักษ์เต่ามะเฟือง เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการคุ้มครองเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกชนิดนี้ ให้เป็นสัตว์สงวนแห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

……………………………………………………………

>> ภัยอันตรายต่อเต่ามะเฟือง <<

• ติดเรือประมง

• ถูกรบกวนจากกิจกรรมในทะเล

• การสูญเสียสภาพชายหาดที่เหมาะสมต่อการวางไข่

• ถูกรบกวนจากกิจกรรมบนชายฝั่ง

• ขยะทะเล

……………………………………………………………

>> ประโยชน์การค้า <<

• ไม่พบการล่าจับเต่ามะเฟืองในน่านน้ำไทยเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการค้า แต่พบการติดเครื่องมือประมงโดยบังเอิญ ซึ่งอาจนำไปสู่การส่งออกเพื่อขายสำหรับการอุปโภคและบริโภคในตลาดต่างประเทศ

• มีการลักลอบเก็บไข่เต่ามะเฟืองเพื่อการบริโภค และลักลอบขาย

……………………………………………………………

Kingdom : Animalia

Phylum : Chordata

Class : Reptilia

Order : Testudines

Family : Dermochelyidae

Scientific Name : Dermochelys coriacea (Vandelli, 1761)

Synonym(s) : Testudo coriacea Vandelli, 1761

Common Name : Leatherback, Leatherback Sea Turtle, Leathery Turtle, Luth,Trunkback Turtle, Trunk Turtle, Coffin-back, Leatherback Turtle

ชื่อไทย : เต่ามะเฟือง

 

ข้อมูลจาก : https://km.dmcr.go.th/th/c_258/d_19102

 

#กรมประมง #สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก #เต่ามะเฟือง

วาฬบรูด้า หนึ่งในสี่สัตว์ป่าสงวนชนิดใหม่ของไทย

..........................................................

• วาฬบรูด้าเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวน พระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พบวาฬชนิดนี้แพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน ในเขตละติจูด 40 องศาเหนือถึงใต้ ไม่พบการอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นระยะทางไกล

• ในประเทศไทยมีรายงานการพบวาฬบรูด้าทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน พบหากินในบางฤดูบริเวณเกาะสุรินทร์ จ.พังงา และนอกชายฝั่งทับละมุ จ.พังงา ซึ่งพบห่างจากฝั่งเพียงแค่ 4-30 กิโลเมตร และประชากรที่พบในอ่าวไทยจัดเป็นวาฬประจำถิ่น

• มีบันทึกข้อมูลการเกยตื้นแบบยังมีชีวิตที่ อ่าวสิเกา จ.ตรัง และที่ จ.สตูล และพบซากเกือบทุกจังหวัดชายทะเลทั้งสองฝั่ง ส่วนฝั่งอ่าวไทยพบแพร่กระจายเกือบตลอดทั้งปีในอ่าวไทยตอนบน ในพื้นที่ชายทะเลของ จ.ชลบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี และเคยพบเข้ามาหากินใกล้ฝั่งที่บ้านบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์

---- สถานภาพการอนุรักษ์ ----

• สถานภาพการอนุรักษ์ในระดับโลก โดยการจัดอันดับของ IUCN (2018) คือ Least Concern (LC) หรือ ไม่ถูกคุกคาม/สถานภาพยังไม่น่าเป็นกังวลเท่าที่ควร

• สถานภาพการอนุรักษ์ในประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562

อาณาจักร: Animalia

ไฟลัม: Chordata

ชั้น: Mammalia

ชั้นย่อย: Eutheria

อันดับ: Artiodactyla

อันดับฐาน: Cetacea

วงศ์: Balaenopteridae

สกุล: Balaenoptera

สปีชีส์: B. edeni

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://km.dmcr.go.th/th/c_250/d_9775

 

#กรมประมง #สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก #วาฬบรูด้า

ไฟเกษตรคืออะไร

" ไฟเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น "

 

วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร มี 3 ขั้นตอนดังนี้

1.ขอบ้านเลขที่

ในการขอไฟเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป

แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติครับ

2. ยื่นเรื่องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

อาจเป็น อบต. หรือเทศบาล

3. ยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าในอำเภอของตนเอง

อย่าลืมถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วยนะครับ แนะนำให้รวมกลุ่มกันมากๆ 3 หลัง 5 หลังหรือมากกว่า จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

 

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท

15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

1. ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. สำเนาโฉนดที่ดิน

4. สำเนาบัตรประชาชน

 

#กรมประมง #สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก #ไฟฟ้าเกษตร

การเตรียมบ่อ

สัตว์น้ำหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม หรือ ปลา สามารถเพาะเลี้ยงได้เป็นอย่างดีในบ่อดิน ขั้นตอนแรกที่สำคัญก่อนเริ่มต้นการเลี้ยงในทุก ๆ รอบ คือ การเตรียมบ่อและน้ำเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสัตว์น้ำที่เราจะเลี้ยง ซึ่งแน่นอนสัตว์น้ำแต่ละชนิดจะมีช่วงค่าคุณภาพน้ำที่แตกต่างกันออกไปในบางพารามิเตอร์ เช่น ค่าความเค็ม แต่อย่างไรก็ตามการเตรียมบ่อเพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ ค่าคุณภาพน้ำพื้นฐานที่ควรพิจารณา จะมีความคล้ายคลึงกัน เช่น ค่า pH, DO, และ Alkalinity เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วการเตรียมบ่อจะมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ถ้าหากขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็อาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงในระยะยาวได้ ซึ่งขั้นตอนในการเตรียมบ่อมีดังนี้

1. สูบน้ำออกจากบ่อ หลังจากเก็บเก็บผลผลิตแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสูบน้ำออกจากบ่อ เพื่อปล่อยให้ก้นพื้นบ่อได้สัมผัสกับแสงแดด เพื่อให้รังสียูวีได้ฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ในใต้พื้นบ่อเป็นระยะเวลาหลายเดือนตลอดฤดูการเลี้ยง การเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิด เช่น กุ้งขาว ถูกเลี้ยงด้วยระบบหนาแน่น มีการให้อาหารเยอะ ทำให้ของเสียในบ่อมีมากเช่นกัน หากบ่อเป็นบ่อดินไม่ได้มีการจัดการดูดเลนตะกอนระหว่างการเลี้ยง เกษตรกรจะมีการขุดลอกเลนหลังฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อนำของเสียออกจากก้นบ่อ ซึ่งความถี่ของการลอกเลนขึ้นอยู่กับปริมาณของเสีย และตัวของเกษตรกรเอง

2. หากบ่อมีวัชพืชเกิดขึ้นมาก จะต้องมีการกำจัดออกให้หมด เนื่องจากวัชพืชตามคันบ่อ อาจเป็นที่หลบซ่อนของผู้ล่า หากเป็นพืชน้ำที่อยู่ในบ่อจะมีผลต่อการรักษาสมดุลของระดับออกซิเจนที่ละลายในน้ำ เนื่องจากในตอนกลางวันพืชสังเคราะห์แสง ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของระดับออกซิเจนที่ละลายในน้ำ แต่ในทางตรงกันข้าม ในเวลากลางคืนพืชเหล่านี้จะเป็นผู้บริโภคออกเจนเพื่อใช้ในกระบวนการหายใจ ทำให้เกิดการแย่งกันระหว่างสัตว์น้ำกับพืชน้ำ ซึ่งอันเป็นผลให้เกิดการลดลงอย่างมากของระดับออกซิเจน จนนำไปสู่การตายของสัตว์น้ำ

3. หว่านโรยปูนขาว เพื่อช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดี และช่วยปรับระดับของ pH ให้มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (รายละเอียดใน infographic)

4. เติมน้ำเข้าบ่อ การเติมน้ำควรมีข้อควรระวังอยู่คือ น้ำที่เติมเข้าบ่อนั้น ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนของเสียจากชุมชน อุตสาหกรรม ในการเติมน้ำนั้นควรที่มีที่กรองที่มีตาข่ายขนาดเล็ก เพื่อป้องกันการหลุดรอดเข้ามาของ ปลาชนิดอื่น หรือแม้กระทั่งไข่ปลา เพราะสามารถเติบโตและกลายเป็นผู้ล่าในบ่อในท้ายที่สุด

5. ในบางกรณี น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงมีสารอาหารในน้ำต่ำ ทำให้น้ำมีความใส่มากเกินไป เพราะไม่มีแพลงก์ตอนพืชเกิดขึ้นในบ่อ ในกรณีนี้ควรมีการสร้างอาหารธรรมชาติในบ่อด้วยการเติมปุ๋ยในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแพลงก์ตอนพืช และควรมีการเช็คค่าความโปร่งใสอย่างสม่ำเสมอ ค่าความโปร่งใสที่แนะนำสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่ควรต่ำกว่า 30 cm เพราะถ้าน้ำมีความโปร่งใสต่ำเกินไป หมายความว่าน้ำของเรามีสารอาหารมากไป และจะส่งผลเสียแทน

6. หลังจากเตรียมบ่อเตรียมน้ำได้ตามข้อ 1-5 แล้ว ข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากก่อนมีการปล่อยสัตว์น้ำ คือการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น เช่น DO, Alkalinity, และ pH ในบ่อ ให้มีความเหมาะสม

7. ทำการปล่อยสัตว์น้ำ แนะนำให้เป็นช่วงเช้ามืดของวัน เนื่องจากเราจะได้สังเกตดูอาการของปลาได้ตลอดวัน ค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ขนส่ง กับน้ำในบ่อเลี้ยงให้มีความใกล้เคียงกัน อย่าปล่อยโดยตรงลงบ่อโดยไม่มีการปรับค่าน้ำ การปรับค่าน้ำอาจจะค่อย ๆ น้ำนำในบ่อผสมกับน้ำที่ขนส่ง (ภาพ)

?? ติดตามข้อมูลจากโครงการได้ที่ https://aquadapt.org/products/

การจับปูไข่นอกกระดองมาใช้ประโยชน์จำนวนมาก จนธรรมชาติสร้างทดแทนไม่ทัน ทำให้ทรัพยากรปู ทั้งปริมาณ
และขนาดของปูที่จับได้จากธรรมชาติลดลงอย่างมาก

?? แม่ปู 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ ประมาณ 300,000 – 700,000 ตัว อัตรารอด ไม่น้อยกว่า 1% ถ้าเรานำปูตัวนี้มาทานเท่ากับว่าลูกปูจำนวนนี้จะหายไปและหมดโอกาสโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ในอนาคต

?? ระยะ ไข่นอกกระดอง ไข่ที่ปล่อยออกมาและยึดเกาะอยู่กับจับปิ้งเริ่มแรกมีสีเหลืองอมส้ม เปลี่ยนเป็นสีเหลืองปนเทา จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีเทาอมน้ำตาล และดำ ตามลำดับ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 วัน แม่ปูก็จะใช้ขาเดินเขี่ยไข่ที่เสียให้หลุดจากจับปิ้ง เมื่อไข่ฟักเป็นลูกปูวัยอ่อนจะล่องลอยไปในทะเล

?? ไข่ปูในตามธรรมชาติเป็นแหล่งอาหารสำหรับสัตว์น้ำอื่นๆ เพราะตามวัฏจักรชีวิต ลูกปูยังถือเป็นแหล่งอาหารให้กับหมึก ปลา ชนิดอื่นๆ เพื่อรักษาสมดุลให้เกิดขึ้นต่อไป

?? ตามประกาศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ช่วงเดือนตุลาคม ถึงธันวาคมของทุกปี ห้ามทำการประมงปูที่มีไข่นอกกระดอง คือ ปูทะเล ปูม้า ปูลาย ??

ปัจจุบันมีการอนุรักษ์และการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล? จะพบว่ามีหลายชุมชนที่ทำกิจกรรมธนาคารปูม้า ทุกๆ ชุมชนต่างช่วยกันฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

ร่วมกัน ไม่จับ ไม่บริโภค ปูไข่นอกกระดองกันนะ ??????

ข้อมูลและรูปภาพ จาก
ธนาคารปู : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดาริ

มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (Good Aquaculture Practice; GAP) หรือ จี เอ พี หมายถึง
มาตรฐานการจัดการฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งมีการจัดการสุขอนามัยของฟาร์มที่ดีและผลิตผลจากการเพาะเลี้ยงมีคุณภาพดี และมีความปลอดภัย (Food Safety) ตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่กรมประมงกำหนด อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environmental friendly) คำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์ (Animal welfare) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติกำหนด
คุณสมบัติเกษตรกร
1. ต้องไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือเป็นผู้ที่มีตัวแทนอยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ หรือใช้เอกสารปลอมที่เกี่ยวข้องกับระเบียบฉบับนี้
2.ต้องไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกตรวจสอบ เพื่อรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งที่อ้างว่าได้ออกตามระเบียบฉบับนี้
3. เป็นผู้ประกอบการที่ได้ขึ้นทะเบียนประเภทเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมง
สถานที่ในการยื่นคำขอฯ
สำนักงานประมงจังหวัด หรือ ศูนย์/สถานีสังกัดกรมประมง ในท้องที่ที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือฟาร์มเพาะพันธุ์และอนุบาลสัตว์น้ำตั้งอยู่
เอกสารหลักฐาน
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล/สำเนาหนังสือจดทะเบียนการค้าที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 90 วัน นับจากวันออกหนังสือ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
2.ใบคำขอรับการรับรอง
3. สำเนาเอกสารทะเบียนฟาร์ม/สถานประกอบการ
4.แผนที่ระบุสถานที่ตั้งและดำเนินการฟาร์มเลี้ยงหรือโรงเพาะพันธุ์และอนุบาลสัตว์น้ำ
5.แผนผังฟาร์ม/สถานประกอบการ
6.รายละเอียดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ณ ปัจจุบัน
7. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำขอและดำเนินการแทน ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

ใครบ้างที่ต้องใช้ LAB
"Central LAB”
LAB ของรัฐบาลไทย
??029406881-3
099405993

หลายๆคน อาจจะมีคำถามว่า การตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ หรือ ที่เรียกกันติดปากว่า ห้องแล็บ มีความจำเป็นแค่ไหน ? และใครต้องใช้ห้องแล็บบ้าง ?

จริงๆแล้ว ห้องแล็บ มีความสำคัญในทุกภาคส่วนของกระบวนการผลิตสินค้า ตั้งแต่ เริ่มต้น ไปจนถึงมือผู้บริโภค เนื่องจากทุกขั้นตอนของการผลิตสินค้าแต่ละชนิดตามหลักสากลจำเป็นต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ห้องแล็บจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

แต่หากจะแยกกลุ่มบุคคลคนที่จำเป็นต้องใช้แล็บอย่างจริงจัง เราสามารถแยกย่อยหมวดหมู่ได้ตามนี้

1. ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ได้แก่ โอท็อป เอสเอ็มอี และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

2. กลุ่มเกษตรกร

3. ผู้ประกอบการส่งออก

โดยรายละเอียดความสำคัญของแต่ละกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้แล็บในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า เราได้แยกย่อยรายละเอียดไว้ในภาพ ผู้อ่านทุกท่านสามารุติดตามข้อมูลได้ในภาพตามหัวข้อต่างได้เลยครับ

"เราคือ เซ็นทรัลแล็บไทย ให้การสนับสนุนช่วยเหลือยกระดับสินค้าชุมชน โอท็อป เอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายใหญ่ทั่วประเทศ"

?? 029406881-3
099405993

ต้นทางคือป่าไม้ ปลายทางคือประมงที่ยั่งยืน

จากนภา....ผ่านภูผา....สู่มหานที

ถ้าป่าไม้บนยอดเขาสูง คือต้นทางของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตบนแผ่นดิน ป่าชายเลนก็คือต้นทางของชีวิตในท้องทะเล

สายน้ำที่ไหลมานับร้อยนับพันกิโลเมตร จากเทือกเขาสู่ลำธาร จากลำธารสู่แม่น้ำ เป็นน้ำกินน้ำใช้ ชำระสิ่งสกปรก จากต้นน้ำมาจนสุดแผ่นดินที่ป่าชายเลน

ป่าชายเลน เป็นเสมือนหนึ่งไตธรรมชาติ คอยกรองของเสียออกจากสายน้ำ ก่อนปล่อยออกสู่มหานที

ด้วยระบบรากที่หนาแน่น ตะกอนดินละสิ่งเจือปนที่มากับสายน้ำ กลายเป็นโคลนเลนทับถม เป็นแหล่งอาหารและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์

เกิดเป็นวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดในป่าชายเลน ทิ้งซากพืชซากสัตว์ ย่อยสลายให้กลายเป็นความอุดมสมบูรณ์ไม่จบสิ้น

เราจึงกล่าวได้ว่า“ป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน” จึงเป็นส่วนหนึ่งของปราการสุดท้ายที่มีความสำคัญ ที่แสดงความเข้มแข็ง ความสมบูรณ์ของแผ่นดิน และแสดงความเป็นมหาอำนาจของทรัพยากรทางทะเล ในภาคตะวันออกของอ่าวไทย

รูปู รูปลา รูงู แตกต่างกันอย่างไร

หากเราไปเดินเที่ยวป่าชายเลน ที่ไหนสักแห่ง ในช่วงเวลาน้ำลง จะเห็นรูจำนวนมากมายบนพื้นดินเลน และดินเลนค่อนข้างแข็ง มีขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างแตกต่างกันไป หากเราอยากทราบว่ารูไหนเป็นรูปู รูปลาตีน รูงู ให้สังเกตดังนี้

รูปู มีขุยทรายหรือขุยดินอยู่รอบๆรู เกิดจากปูใช้ขาเดิน(ขาคู่ที่ 2 ,3,และ 4) ซึ่งมีลักษณะคล้ายพลั่วขุดดิน คุ้ยทรายมากองไว้รอบๆปากรู โดยรูของปูก้ามดาบจะมีรูปกลมๆลึกตั้งฉากกับผิวดิน ขุยทรายและขุยดินรอบๆปากรู ค่อนข้างกองเป็นระเบียบสวยงาม รูของปูแสมจะใหญ่กว่ารูของปูก้ามดาบ รูส่วนใหญ่จะเอียง ทำมุมกับผิวดินประมาณ 45 องศาขึ้นไป ขุยทรายและขุยดินรอบๆปากรู จะกองไม่ค่อยมีระเบียบเหมือนปูก้ามดาบ ส่วนรูของปูดำหรือปูทะเล จะใหญ่กว่าปูทั้งสองชนิดมาก และเป็นรูเอียงจากผิวดินเหมือนปูแสม ขุยทรายและขุยดินรอบๆปากรูจะเป็นก้อนใหญ่ๆกระจายรอบๆปากรู ไม่เป็นระเบียบ

รูปลาตีน มักจะอยู่บนดินเลนปนโคลนเป็นหลุมใหญ่กว่าตัวมันสามถึงสี่เท่าซึ่งมันจะใช้ปากขุดโคลนมากอง บนปากหลุม เรียกว่า หลุมปลาตีน

ส่วนรูงู จะไม่มีขุยทรายหรือดินรอบปากรู ปากรูงูจะเป็นมันเลื่อมเนื่องจากการเลื้อยเข้าออกของงู

#ปลาตีน??????

??ปลาตีนพบอาศัยตามป่าชายเลน และบริเวณปากอ่าว หรือปากแม่น้ำที่มีน้ำท่วมถึง พบอาศัยมากในบริเวณที่เป็นดินโคลน ด้วยการขุดรูลึกลงไปในดินสำหรับพักอาศัยและหลบซ่อนตัวในช่วงที่มีน้ำขึ้น ส่วนลูกปลาตีนจะยังไม่พบการขุดรู แต่จะอาศัยการมุดหลบซ่อนในดินโคลนในช่วงน้ำขึ้น

#ปลากะพงขาว เป็นปลาน้ำกร่อยขนาดใหญ่ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lates calcarifer (Bloch) ชื่อสามัญเรียกว่า Giant Perch, Sea Bass หรือ White Sea Bass สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้ เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของประเทศไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว และเนื้อมีรสชาติดี

ประเทศไทย พบปลากะพงขาวแพร่กระจายอยู่ทุกจังหวัดทั้งในอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน จะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่ห่างออกไปจากชายฝั่งมากนัก โดยพบอาศัยอยู่ชุกชุมตามปากแม่น้ำ ลำคลอง และปากทะเลสาบ นอกจากนี้? ปลากะพงขาวยังสามารถขึ้นไปอาศัยและเจริญเติบโต ในแหล่งน้ำจืดได้อีกด้วย จึงจัดเป็นปลาประเภทสองน้ำอย่างแท้จริง

https://www.ku.ac.th/e-magazine/july46/agri/fish_kapong.html

กรมประมง...เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน ?? ??โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้

??วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล เพื่อให้สามารถจับจำหน่ายได้ก่อนฤดูน้ำหลาก

??ควรคัดเลือกลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้

??ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมหรือน้อยกว่าปกติ เพื่อลดความสูญเสียจากคุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

??เลือกใช้อาหารที่มีคุณภาพที่ดี และให้อาหารสัตว์น้ำในปริมาณที่เหมาะสม เสริมสารอาหารหรือวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ เช่น โปรไบโอติก วิตามินซี วิตามินรวม เป็นต้น

??วางแผนจัดการคุณภาพน้ำที่ดี ให้เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำหากสภาพอากาศปิด มีฝนตก ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงอย่างฉับพลัน เกษตรกรสามารถป้องกันการตายของสัตว์น้ำได้ โดยการเปิดเครื่องตีน้ำหรือสูบน้ำในบ่อให้สัมผัสอากาศจะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำได้ ส่วนกรณีที่ฝนตกหนัก ค่าความเป็นกรด-ด่าง (พีเฮช, pH) ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำจะมีค่าลดลง ควรโรยปูนขาวหรือปูนมาร์ล เพื่อควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง และเติมเกลือแกง เพื่อลดความเครียดของสัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อนอกจากนี้ ควรควบคุมการใช้น้ำ และรักษาปริมาณน้ำในที่เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีปริมาณพอเหมาะ หรือ มีปริมาณ 2 ใน 3 ส่วนของน้ำที่มีอยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

??ระหว่างเลี้ยง ควรทำความสะอาดพื้นบ่อ กรณีที่เลี้ยงในกระชังให้ทำความสะอาดกระชังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณสารอินทรีย์ เศษอาหาร มูลของเสีย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของปรสิตรวมถึงเชื้อโรคต่างๆ

??ปรับปรุงบ่อ, เสริมคันบ่อหรือทำผนังบ่อให้สูงพอกับปริมาณน้ำที่เคยท่วมในปีที่ผ่านๆ มาพร้อมจัดทำร่องระบายน้ำ และขุดลอกตะกอนดินที่จะทำให้ร่องระบายน้ำตื้นเขินออกไป

??ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ กรณีมีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา

ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยไว้ในบริเวณบ่อหรือกระชังที่เลี้ยง เพราะจะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว

??กรณีเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ควรหมั่นตรวจสอบดูแลความคงทนแข็งแรงของกระชังให้มีระยะห่างกันพอสมควร เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก

??สำหรับโรคสัตว์น้ำที่พบได้บ่อย และเกษตรกรควรเฝ้าระวังในช่วงฤดูฝน ได้แก่

??โรคที่เกิดจากปรสิต ที่พบในปลา เช่น เห็บระฆัง ปลิงใส เหาปลา และหมัดปลา ซึ่งจะทำให้ปลามีอาการผิดปกติ อาทิ ว่ายน้ำผิดปกติ หายใจถี่ มีจุดแดงตามผิวลำตัว เป็นต้น สามารถรักษาได้โดยใช้ด่างทับทิม

1-2 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน แต่หากเป็นการรักษาปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชัง ให้ใช้ผ้าใบหุ้มกระชังก่อนสาดสารเคมี นอกจากนี้ ยังสามารถแช่ขวดหรือถุงด่างทับทิม หรือถุงเกลือ ไว้ในกระชังเป็นจุด ๆ เพื่อช่วยลดปริมาณปรสิตที่อยู่ในกระชังและลดความเครียดให้ปลาได้ด้วย

??โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ที่พบในปลา เช่น วิบริโอ สเตรปโตคอคคัส แอโรโมแนส ฟลาโวแบคทีเรียม เป็นต้น ซึ่งแบคทีเรียมักจะฉวยโอกาสเข้าไปทำอันตรายปลาเมื่อปลาอ่อนแอ และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านทางกระแสเลือด โดยปลาที่ป่วยจะมีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีแผลเลือดออกตามลำตัวและอวัยวะต่าง ๆ มีตุ่มฝีที่บริเวณใต้คางและผิวลำตัว ตาขุ่น ตัวด่าง ทยอยตาย กรณีกุ้งให้สังเกตสีตับ เหงือก ผิวตัว ทั้งนี้ หากพบสัตว์น้ำมีอาการดังกล่าว ควรส่งตรวจวินิจฉัยโรคเพื่อตรวจสอบหาชนิดแบคทีเรีย และใช้ยาต้านจุลชีพที่สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่ก่อโรคนั้นๆ

??โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่พบในปลา เช่น เคเฮชวี และทีไอแอลวี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไวรัสอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคในกุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม โดยสัตว์น้ำที่ได้รับเชื้อไวรัสจะมีอาการแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อ แต่อาการโดยรวม คือ ไม่กินอาหาร อัตราการตายสูง การป่วยด้วยเชื้อไวรัสจะไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาและสารเคมี เกษตรกรจึงควรป้องกันโดยให้ความสำคัญกับการจัดการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีและหลักความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและลดช่องทางในการรับเชื้อ

? ??ทั้งนี้ เกษตรกรควรติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศจาก ทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด /สัตว์น้ำชายฝั่ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดทุกแห่งทั่วประเทศ และกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรุงเทพมหานคร ?? 0-2562-0600-15 ©

??ปลากะรังหงส์ หรือปลากะรังหน้างอน เป็นปลาทะเลเช่นเดียวกับปลาเก๋า หรือปลากะรัง แต่เนื่องจากเป็นปลาที่มีรูปร่างสวยงาม โดยพื้นตัวมีสีขาวและมีจุดดำประทั่วตัว ที่ปลายสุดของส่วนหัว คือ ปากจะงอนเชิดขึ้นเล็กน้อย จึงมีชื่อไทยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "กะรังหน้างอน" และด้วยอาการที่ว่ายน้ำช้าๆ และดูน่ารักปลากะรังหงส์ตอนเล็กๆ ขนาด 1 - 5 นิ้ว จึงเป็นปลาสวยงามทะเลที่นิยมเลี้ยง

??สำหรับปลาโตเต็มวัยมีรสชาติดี แต่ด้วยสาเหตุที่เป็นปลาหายาก ปลาชนิดนี้ จึงไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป ส่งผลให้มีราคาจำหน่ายค่อนข้างแพง โดยปลาโตเต็มวัยขณะมีชีวิต (ปลาเป็น) น้ำหนัก 800 - 1,200 กรัม ราคากิโลกรัมละ 1,500 - 3,700 บาท ซึ่งเมื่อส่งไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศฮ่องกง จะมีราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 3,600 - 6,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับร้านอาหาร ภัตตาคารรวมถึงฤดูกาลด้วย อนึ่งเคยพบปลากะรังหงส์ขนาดใหญ่ที่สุดที่ประเทศออสเตรเลีย มีความยาวถึง 70 เซนติเมตร น้ำหนัก 4.8 กิโลกรัม

??ปลากะรังหงส์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cromileptes altivelis (Valenciennes, 1828 ) นับเป็นปลาทะเลหายากอีกชนิดหนึ่ง ที่ชอบอาศัยอยู่ในถ้ำ หรือหลืบหินตามแนวปะการัง ดังนั้น จึงพบปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีเกาะเป็นจำนวนมาก เช่น ประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

??บริเวณที่พบปลากะรังหงส์ ได้แก่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย บริเวณ Great barrier reef ตลอดแนวชายฝั่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แถบชายฝั่งอินโดแปซิฟิกตะวันตก ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และไต้หวัน จนถึงอินโดนีเซีย สำหรับใน #ประเทศไทย พบปลากะรังหงส์ตามแนวปะการังบริเวณชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออก และภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

ที่มาข้อมูล : กรมประมง

การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)

หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข

1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556

2. อายุของทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมงมีกำหนด 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

เงื่อนไข

1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมาเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้

2. กรณีการมอบอำนาจผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน

3. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้นผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ (หมายเหตุ: กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไข ภายใน 1 วันทำการ)

4. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว

5. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556

ระยะเวลาดำเนินการรวม 5 วันทำการ

ผ่านการดำเนินการลดขั้นตอน และระยะเวลาปฏิบัติราชการมาแล้ว 5 วันทำการ

1.การตรวจสอบเอกสาร

1. ผู้ประกอบการด้านการประมง ยื่นคำขอตามแบบ ทบ 2-1พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ

2. เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขอและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อความและเอกสารหลักฐาน

3. เจ้าหน้าที่ออกใบนัดหมายการรับบัตรประจำตัวผู้ประกอบการด้านการประมงแก่ผู้ยื่นคำขอ

หมายเหตุ: กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไข ภายใน 1 วันทำการ

ระยะเวลา 1 วันทำการ

2.การพิจารณา

1. เจ้าหน้าที่ดำเนินการบันทึกรายชื่อและข้อมูลของผู้ประกอบการลงในระบบฐานข้อมูลของกรมประมง

2. เจ้าหน้าที่จัดทำบัตรประจำตัวผู้ประกอบการด้านการประมงเสนอผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาลงนาม

ระยะเวลา 3 วันทำการ

3.การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ

ผู้มีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัวผู้ประกอบการด้านการประมง

ระยะเวลา 1 วันทำการ

รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ

1.บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)

2.หนังสือเดินทาง ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีเป็นชาวต่างด้าว ที่เป็นนิติบุคคล ให้ใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตน

3.ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสำหรับคนต่างด้าว ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีเป็นคนต่างด้าว

4.หนังสือรับรองนิติบุคคล ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) 1.กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน 2.ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

5.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีเป็นนิติบุคคล

6.หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) 1. หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ 1 ฉบับ

7.ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีสถานประกอบการเป็นโรงงาน

ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม 0.00 บาท

แบบฟอร์ม ตัวอย่างและ คู่มือการกรอก

1.คำขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2-1)

https://files.info.go.th/OPDC/Uploads/cguide_ex_form/0CFA20667C6A512FF96C2341959E75EA/1565958424/RegisFarm2013v2_2-1.pdf

การต่ออายุทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1)

หลักเกณฑ์

1. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไว้แล้วและใกล้หมดอายุ หากประสงค์จะต่ออายุทะเบียน ให้ยื่นแบบแสดงความจำนงค์ต่ออายุทะเบียนตามแบบ ทบ. 1-5 ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ภายใน 60 วัน ก่อนทะเบียนจะหมดอายุลง

2. ผู้ยื่นคำขอจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556

3. อายุของทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีกำหนด 3 ปีนับจากวันสิ้นอายุเดิม

เงื่อนไข

1. ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้

2. กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน

3. กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนถูกต้องจะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะครบถ้วนถูกต้อง

4. กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ

5. ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว

6. สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556

ระยะเวลาดำเนินการรวม 10 วันทำการ

1.การตรวจสอบเอกสาร

1. เกษตรกรยื่นคำขอตามแบบคำขอต่ออายุทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (แบบ ทบ 1-5) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ

2. เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขอและและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อความและเอกสารหลักฐาน

3. เจ้าหน้าที่ออกใบนัดหมายการรับบัตรประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแก่ผู้ยื่นคำขอ

กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้เกษตรกรผู้ยื่นคำขอปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ภายใน 1 วันทำการ

ระยะเวลา 1 วันทำการ

2.การพิจารณา

เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประจำพื้นที่นัดหมายเกษตรกร และเข้าตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร

หากเกษตรกรไม่ปฏิบัติตามที่นัดหมาย หรือกรณีอื่นใดที่ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบฟาร์มได้ภายใน 2 วันทำการ หลังจากที่นัดหมาย จะถือว่าไม่ประสงค์ยื่นคำขอฯ

ระยะเวลา 2 วันทำการ

3.การพิจารณา

เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประจำพื้นที่ สรุปรายงานผลการตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบส่งคืนหน่วยงานที่รับคำขอ

ระยะเวลา 2 วันทำการ

4.การพิจารณา

1. เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับเอกสาร และตรวจพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง 2. เจ้าหน้าที่เสนอเอกสารคำขอและผลการตรวจสอบฟาร์ม ให้ผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาอนุมัติในหลักการ

กรณีตรวจพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง และไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ มิให้รับต่อทะเบียน และให้ส่งคืนไปยังผู้ยื่นคำขอเพื่อแจ้งการไม่รับต่อทะเบียนพร้อมเหตุผลให้เกษตรกรทราบภายใน 5 วันทำการ

ระยะเวลา 2 วันทำการ

5.การพิจารณา

ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ต่อทะเบียน

เมื่อผู้มีอำนาจได้อนุมัติให้ต่อทะเบียนแล้ว ให้ถือว่าเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับการต่อทะเบียนฯนับแต่วันที่หมดอายุ

ระยะเวลา 1 วันทำการ

6.การพิจารณา

1. เจ้าหน้าที่ดำเนินการบันทึกรายชื่อและข้อมูลของเกษตรกรลงในระบบฐานข้อมูลของกรมประมง 2. เจ้าหน้าที่จัดทำบัตรประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสนอผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาลงนาม

ระยะเวลา 1 วันทำการ

7.การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ

ผู้มีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัวเกษตรกร

ระยะเวลา 1 วันทำการ

รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ

1.บัตรประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(ทบ.1) ฉบับเดิม ( ฉบับจริง 1 ฉบับ )

2.บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)

3.หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) ติดอากรแสตมป์ 10 บาท

4.หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) เกษตรกรสามารถแสดง หลักฐานอื่นๆที่แสดงว่าได้มีการดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าซื้อพันธุ์สัตว์น้ำ ใบเสร็จรับเงินค่าซื้ออาหารสัตว์น้ำ เป็นต้น

5.ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำ ในที่ดินสาธารณประโยชน์ในที่ดินของรัฐ หรือในที่ดินอื่น

6.สัญญาเช่าที่ดิน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีเกษตรกรเช่าที่ดินที่มีกำหนดระยะเวลา

ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม 0.00 บาท

แบบฟอร์ม ตัวอย่างและ คู่มือการกรอก

1.แบบคำขอต่ออายุทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1-5)

https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20180716140145_1_file.pdf

2.แบบแจ้งข้อมูลรายปี

https://files.info.go.th/OPDC/Uploads/cguide_document/350A178134B9D711C0F79229F34B5D56/1566770679/RegisFarm2013v2_1-6.pdf

การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1)

หลักเกณฑ์

1. ผู้ประสงค์ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้านการประมง (ทบ.1) จะต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556

2. อายุของทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

เงื่อนไข

1.ในกรณีเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในหลักฐานเอกสารที่ยื่นมา เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาสามารถแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาชี้แจงเพิ่มเติมได้

2.กรณีการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องมอบอำนาจให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการจนเบ็ดเสร็จกระบวนงาน

3.กรณียื่นเอกสารหลักฐานประกอบไม่ถูกต้องครบถ้วน จะถือว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำขอจนกว่าเอกสารประกอบคำขอจะถูกต้องครบถ้วน

4.กรณีคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องและไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ผู้รับคำขอและผู้ยื่นคำขอจะต้องลงนามบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารหลักฐานร่วมกันพร้อมกำหนดระยะเวลาให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะยื่นคำขอ

5.ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือจะเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในคู่มือประชาชนเรียบร้อยแล้ว

6.สำเนาเอกสารต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการด้านการประมง พ.ศ. 2556

สถานที่ / ช่องทางการให้บริการ

สำนักงานประมงจังหวัด / ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

เปิดให้บริการวัน จันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดที่ทางราชการกำหนด) ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. (มีพักเที่ยง)

ระยะเวลาดำเนินการรวม 15 วันทำการ

1.การตรวจสอบเอกสาร

1. เกษตรกรยื่นคำขอตามแบบคำขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (แบบ ทบ.1-1) พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ

2.เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับคำขอและและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อความและเอกสารหลักฐาน

3.เจ้าหน้าที่ออกใบนัดหมายการรับบัตรประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแก่ผู้ยื่นคำขอ

กรณีเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้เกษตรกรผู้ยื่นคำขอปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ภายใน 1 วันทำการ

ระยะเวลา 1 วันทำการ

2.การพิจารณา

เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประจำพื้นที่นัดหมายเกษตรกร และเข้าตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร

หากเกษตรกรไม่ปฏิบัติตามที่นัดหมาย หรือกรณีอื่นใดที่ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบฟาร์มได้ภายใน 5 วันทำการ หลังจากที่นัดหมาย จะถือว่าไม่ประสงค์ยื่นคำขอ

ระยะเวลา 5 วันทำการ

3.การพิจารณา

เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบประจำพื้นที่สรุปรายงานผลการตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบไปยังหน่วยงานที่รับคำขอ

ระยะเวลา 2 วันทำการ

4.การพิจารณา

1.เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับเอกสาร และตรวจพิจารณาคำขอ และเอกสารหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง 2.เจ้าหน้าที่เสนอเอกสารคำขอและผลการตรวจสอบฟาร์มให้ผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ขึ้นทะเบียน

กรณีตรวจสอบแล้วเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง และไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ มิให้รับขึ้นทะเบียน และให้ส่งคืนไปยังผู้ยื่นคำขอเพื่อแจ้งการไม่รับขึ้นทะเบียนพร้อมเหตุผลให้เกษตรกรทราบภายใน 5 วันทำการ

ระยะเวลา 2 วันทำการ

5.การพิจารณา

ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติให้ขึ้นทะเบียน

เมื่อผู้มีอำนาจได้อนุมัติให้ขึ้นทะเบียนแล้ว ให้ถือว่าเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฯนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน

ระยะเวลา 1 วันทำการ

6.การพิจารณา

1. เจ้าหน้าที่ดำเนินการบันทึกรายชื่อและข้อมูลของเกษตรกรลงในระบบฐานข้อมูลของกรมประมง 2. เจ้าหน้าที่เสนอผู้มีอำนาจ เพื่อพิจารณาลงนามในบัตรประจำตัวเกษตรกร

ระยะเวลา 3 วันทำการ

7.การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ

ผู้มีอำนาจลงนามในบัตรประจำตัวเกษตรกร

ระยะเวลา 1 วันทำการ

รายการเอกสาร หลักฐานประกอบ

1.บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)

2.หนังสือรับรองนิติบุคคล ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) 1.กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน 2.ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

3.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีเป็นนิติบุคคล

4.หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) 1. หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ 1 ฉบับ

5.โฉนดที่ดิน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีเกษตรกรเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

6.เอกสารที่แสดงว่าเกษตรกรเป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดิน ( ฉบับจริง 1 ฉบับ )

7.แบบแสดงข้อมูลที่ดิน (แบบ ทบ.1-2) ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) 1.กรณีไม่สามารถนำโฉนดที่ดินมาแสดงได้ 2.กรณีที่ไม่สามารถนำเอกสารผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินใดๆมาแสดงได้

8.แบบรับรองการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (แบบ ทบ.1-3) ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) 1.กรณีเกษตรกรได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยไม่มีสิทธิได้รับเอกสาร แต่มีแบบแสดงรายการที่ดิน (ภบท.5) และใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.11) 2.กรณีเกษตรกรได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตป่า หรือเขตอุทยาน โดยมิใช่การครอบครองทำประโยชน์โดยการบุกรุก

9.หนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน (แบบ ทบ.1-4) ( ฉบับจริง 1 ฉบับ ) กรณีใช้ที่ดินของผู้อื่น(พร้อมแนบสำเนาโฉนดที่ดิน)

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีค่าธรรมเนียม 0.00 บาท

แบบฟอร์ม ตัวอย่างและ คู่มือการกรอก

แบบคำขอขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (แบบ ทบ.1-1)

https://files.info.go.th/OPDC/Uploads/cguide_ex_form/C81E728D9D4C2F636F067F89CC14862C/1434027797/RegisFarm2013v2_1-1.pdf

แบบแสดงข้อมูลที่ดิน (แบบ ทบ.1-2)

https://files.info.go.th/OPDC/Uploads/cguide_ex_form/48BF2E9D07C6AC70EF5E26F22F29ACEF/1570047091/ทบ%201-2.pdf

แบบรับรองการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (แบบ ทบ.1-3)

https://files.info.go.th/OPDC/Uploads/cguide_ex_form/48BF2E9D07C6AC70EF5E26F22F29ACEF/1570047188/ทบ%201-3.pdf

หนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน (แบบ ทบ.1-4)

https://files.info.go.th/OPDC/Uploads/cguide_ex_form/48BF2E9D07C6AC70EF5E26F22F29ACEF/1570047214/ทบ%201-4.pdf

  •  บทความ
  •  Hit 20 อันดับ
  • สำนักงานประมงอำเภอองครักษ์.. (2,208)  สำนักงานประมงอำเภอเมืองนครนายก.. (2,142) สำนักงานประมงอำเภอปากพลี.. (1,834) สำนักงานประมงอำเภอบ้านนา.. (1,646) 17.ประมงอาสา.. (1,639) แนะนำหน่วยงาน.. (1,503) ประเด็นยุทธศาสตร์-เป้าประสงค์.. (1,200) ที่รักษาพืชพันธุ์.. (1,181) 19.จำนวนเรือประมงพื้นบ้านน้ำจืด.. (1,113) 18.พื้นที่แหล่งน้ำปิดและแหล่งน้ำจืด.. (1,097) แผนการปฏิบัติงาน/โครงการ.. (1,082) วิสัยทัศน์-พันธกิจ.. (1,073) เตือนอันตรายจาการสั่ง “ไข่แมงดา” “ยำไข่แมงดาทะเล” เมนูสุดแซ่บ ระวังเจอไข่แมงดาถ้วย !! พิษแรง...อันตรายถึงชีวิต.. (1,070) ข้อมูลที่อนุญาตยอขันช่อ,กร่ำ.. (983) โครงการมูลนิธิชัยพัฒนา (ศูนย์เพาะเลี้ยงปลานิลจิตรลดา) บ้านเกาะกา ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก.. (908) ขายลูกพันธุ์ปลา จากเกษตรกร นครนายก.. (825) อำนาจและหน้าที่.. (808) โครงการ Smart Farmer ปีงบประมาณ 2560.. (780) Download แบบฟอร์ม.. (756) โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ (ปลานิล).. (756)