กรมประมงชูผลสำเร็จการเพาะพันธุ์ “ปลาน้ำเงิน” ด้วยเทคนิคใหม่ ที่ช่วยลดการสูญเสียพ่อแม่พันธุ์ ส่งเสริมการพัฒนาสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ควบคู่การฟื้นฟูทรัพยากรในระบบนิเวศอย่างยั่งยืน


[2026-04-03] ประกาศจังหวัดลพบุรี เรือง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ขายทอดตลาดครุภัณฑ์ชำ.. [2026-04-01] ข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำเดือน มีนาคม พ.ศ.2569.. [2026-03-30] กรมประมงชูผลสำเร็จการเพาะพันธุ์ “ปลาน้ำเงิน” ด้วยเทคนิคใหม่ ที่ช่วยลดก.. [2026-03-24] ผลการดำเนินการ รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2568 - 30 มีนาคม 2569).. [2026-03-19] รับสมัครบุคคลเข้ารับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโ.. [2026-03-12] ประชาสัมพันธ์งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 1 พ.ย.69 - 14 มี.ค.70 ?.. [2026-03-05] การขายทอดตลาดครุภัณฑ์ชำรุด.. [2026-03-04] ข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569.. [2026-02-25] คำสั่งจังหวัดลพบุรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประ.. [2026-02-02] ข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำเดือน มกราคม พ.ศ.2569.. อ่านทั้งหมด 

กรมประมงชูผลสำเร็จการเพาะพันธุ์ “ปลาน้ำเงิน” ด้วยเทคนิคใหม่ ที่ช่วยลดการสูญเสียพ่อแม่พันธุ์ ส่งเสริมการพัฒนาสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ควบคู่การฟื้นฟูทรัพยากรในระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 

 ข่าวประชาสัมพันธ์  หน่วยงาน  หน่วยงานส่วนภูมิภาค

ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

กรมประมงชูผลสำเร็จการเพาะพันธุ์ “ปลาน้ำเงิน” ด้วยเทคนิคใหม่ ที่ช่วยลดการสูญเสียพ่อแม่พันธุ์ ส่งเสริมการพัฒนาสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ควบคู่การฟื้นฟูทรัพยากรในระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาน้ำเงิน” หรือที่นิยมเรียกว่า “ปลาเนื้ออ่อน” โดยปัจจุบันจัดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมในการบริโภค เนื่องจากเนื้อที่มีคุณภาพ รสชาติดี และไม่มีก้างฝอย สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของตลาดปลาสวยงาม และยังมีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการจับมาใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ปริมาณปลาน้ำเงินในธรรมชาติลดลงอย่างชัดเจน 
กรมประมงจึงได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาเทคนิคการเพาะพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนล่าสุด ได้ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาเทคนิคที่ช่วยลดการสูญเสียพ่อพันธุ์ และลดการบอบช้ำของแม่พันธุ์จากการรีดไข่ ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการเพาะฟักและอนุบาลลูกปลาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการนำพ่อแม่พันธุ์ปลาปล่อยลงในกระชังที่มีระบบน้ำไหลผ่านตลอดเวลาและมีออกซิเจนในน้ำ เพียงพอประมาณ 8-12 ชั่วโมง ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ปลาจะผสมพันธุ์และวางไข่ โดยไข่มีลักษณะจมและเกาะติดกับวัตถุ แล้วจึงนำพ่อแม่พันธุ์ออกจากกระชังและทำการเก็บรวบรวมไข่ที่ติดอยู่กับกระชัง โดยใช้วิธีกวักน้ำอย่างเบามือเพื่อให้ไข่หลุดออก 
จากนั้นนำไข่ไปโรยบนตะแกรงฟักไข่ที่เตรียมไว้โดยโรยไข่ไม่ให้ไข่ติดกัน เพื่อป้องกันการเน่าเสีย และให้ไข่กระจายทั่วตะแกรง พร้อมติดตั้งเครื่องให้อากาศพร้อมหัวทรายเพื่อให้ออกซิเจนอย่างเบา ๆ รอบตะแกรง ไข่ปลาน้ำเงินใช้ระยะเวลาประมาณ 22-24 ชั่วโมงในการฟักเป็นตัว ที่อุณหภูมิน้ำ 27–29 องศาเซลเซียส โดยแม่พันธุ์หนึ่งตัวจะให้จำนวนลูกปลาเฉลี่ยประมาณ 6,500 ตัว เมื่อลูกปลาฟักเป็นตัวและมีอายุได้ประมาณ 2 วัน จึงเริ่มให้อาหารเป็นลูกไรแดง จนกระทั่งลูกปลามีอายุประมาณ 20 วัน เริ่มให้อาหารเป็นไรแดงร่วมกับอาหารสำเร็จรูป ชนิดเกล็ดสำหรับปลาวัยอ่อน และเมื่อลูกปลามีอายุ 50 วัน เริ่มเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดลอยน้ำที่มีระดับโปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 42 และเมื่อลูกปลามีอายุ 60 วันขึ้นไป ลูกปลาสามารถกินอาหารเม็ดสำเร็จรูปชนิดเม็ดลอยน้ำสำหรับปลากินเนื้อขนาดเล็กได้ และมีอัตราการรอดได้กว่าร้อยละ 85 เปอร์เซ็นต์ โดยเทคนิคนี้ช่วยลดการสูญเสียพ่อแม่พันธุ์ได้ อีกทั้งเป็นการช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง 
.
นอกจากนี้กรมประมงยังสนับสนุนการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และสนับสนุนลูกพันธุ์ปลาน้ำเงิน เพื่อนำไปต่อยอดด้านการศึกษาวิจัย และยังมีแผนที่จะปล่อยปลาชนิดดังกล่าวคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเพิ่มปริมาณและช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ อันจะนำไปสู่การสร้างความสมดุลของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร และยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งด้านการบริโภคและการเลี้ยงเป็นปลาสวยงามในระยะยาวต่อไป 
ทั้งนี้ เกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดชัยนาท หรือทางโทรศัพท์ 0 5640 5060 ในวันและเวลาราชการ
#nbtconnext #ปลาน้ำเงิน #กรมประมง


คุยกับน้องมัจฉา Add Friends คุยกับน้องมัจฉา