ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ร่วมพิธีเปิดงาน “ปล่อยพันธุ์ปลาบึก (เรารักแก่งกระจาน) ครั้งที่ 4

 กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ร่วมพิธีเปิดงาน “ปล่อยพันธุ์ปลาบึก (เรารักแก่งกระจาน) ครั้งที่ 4 

ข่าวกิจกรรม+บทความ

ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

NEW ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ร่วมพิธีเปิดงาน “ปล่อยพันธุ์ปลาบึก (เรารักแก่งกระจาน) ครั้งที่ 4..คลิก

ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (นางสาวณัฐพร สนธิ)  ร่วมพิธีเปิดงาน “ปล่อยพันธุ์ปลาบึก (เรารักแก่งกระจาน) ครั้งที่ 4”

วันที่ 9 เมษายน 2569 กรมประมงร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการการทำประมงปลาบึกและกองทุนปลาบึก เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ดำเนินโครงการฝังไมโครชิพและปล่อยพันธุ์ปลาบึก เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรปลาบึกในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ประจำปี 2569 โดยในปี 2568 ได้กำหนดระยะเวลาและจำนวนปลาบึกที่ให้ทำการประมงได้ จำนวน 35 ตัว ซึ่งครบตามจำนวนแล้ว ชุมชนจึงได้กำหนดให้ปล่อยปลาบึกทดแทนในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ตามแนวคิดจับ 1 ตัว ปล่อย 100 ตัว ให้ครบตามเป้าหมาย จำนวน 3,500 ตัว ภายในปี พ.ศ.2569 โดยในวันนี้กรมประมงดำเนินการปล่อยพันธุ์ปลาบึกทดแทนการจับ รอบที่ 1 จำนวน 1,300 ตัว และดำเนินการสุ่มฝังไมโครชิพในตัวปลาบึก จำนวน 200 ตัวเพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปใช้ในการวางแผนและจัดการทรัพยากรปลาบึก ในเขื่อนแก่งกระจานต่อไป

นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ปล่อยพันธุ์ปลาบึก (เรารักแก่งกระจาน) ครั้งที่ 4” พร้อม kick off โครงการฝังไมโครชิพเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรปลาบึกอย่างยั่งยืน ว่า อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่กรมประมงได้นำลูกพันธุ์ปลาบึก ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจากลุ่มน้ำโขงมาปล่อยเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำมาตั้งแต่ปี 2528 จนกลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่สร้างรายได้หลักให้แก่คนในท้องถิ่น ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ เกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่าง กรมประมงและ“กลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงเพื่อการอนุรักษ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงเขื่อนแก่งกระจาน” จาก 6 ชุมชนรอบเขื่อน ได้แก่ บ้านท่าเรือ บ้านวังวน บ้านท่าลิงลม บ้านพุเข็ม บ้านพุบอน และบ้านน้ำทรัพย์ โดยบริหารความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารจัดการการทำประมงปลาบึกและกองทุนปลาบึก วางกฎกติกาการทำประมงที่ยั่งยืน อาทิ การกำหนดช่วงเวลาทำประมงเพียงปีละ 1 ครั้ง และการใช้เครื่องมือประมงที่มีขนาดช่องตาตาข่ายไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ปลาขนาดเล็กได้เติบโต โดยเฉพาะแนวคิด “จับ 1 ตัว ปล่อยทดแทน 100 ตัว” ซึ่งมีการกำหนดจำนวนปลาบึกที่ให้ทำการประมงได้ในแต่ละปี และชาวประมงที่จับปลาบึกได้ต้องสมทบเงินเข้ากองทุนตัวละ 1,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดการจับปลาบึกรวม 35 ตัว ชุมชนจึงมีเป้าหมายปล่อยปลาบึกทดแทนให้ครบ 3,500 ตัว ภายในปี พ.ศ. 2569

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น และสอดรับกับนโยบายของนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ภายใต้แนวคิด Fisheries Connect for Sustainability ที่มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือด้านการประมงกับทุกภาคส่วน เสริมสร้างความสมดุลในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างเท่าเทียมเพื่อความยั่งยืน โดยบริหารจัดการบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางวิชาการที่แม่นยำ พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพชาวประมงให้มีความมั่นคง กรมประมงจึงได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องหมาย Passive Integrated Transponder (PIT) tag หรือไมโครชิพ มาใช้ฝังในตัวปลาบึกที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ โดยไมโครชิพดังกล่าวมีขนาดเล็กมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษคือมีรหัสเฉพาะตัวที่คงทนถาวร ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามข้อมูลเชิงลึก ทั้งอัตราการเจริญเติบโต แหล่งที่อยู่อาศัย และเส้นทางการเคลื่อนย้ายได้อย่างแม่นยำ โดยข้อมูลทางวิชาการเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้วางแผนบริหารจัดการจำนวนประชากรปลาบึกในเขื่อนแก่งกระจานให้มีความสมดุล เหมาะสมกับระบบนิเวศ และสอดคล้องกับการกำหนดจำนวนปลาบึกที่ให้ทำการประมงได้ในแต่ละปี เพื่อความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

สำหรับกิจกรรมภายในงานวันนี้ กรมประมงได้ดำเนินการปล่อยพันธุ์ปลาบึกคืนสู่ธรรมชาติ (รอบที่ 1) รวม 1,300 ตัว โดยในจำนวนนี้มีการสุ่มฝังไมโครชิพเพื่อการวิจัยจำนวน 200 ตัว และยังมีการจัดนิทรรศการการบริหารจัดการทรัพยากรปลาบึกและฝังไมโครชิพ การเพาะฟักปลาจากชุด Mobile hatchery นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับชุมชนจัดพิธีทำบุญสืบชะตาปลาเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวเรือ พร้อมทั้งปล่อยลูกปลาตะเพียน 50,000 ตัว และลูกกุ้งก้ามกราม 100,000 ตัว เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับระบบนิเวศ

“กรมประมงเชื่อมั่นว่าการผสานนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ากับกลไกความร่วมมือในภาคประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรปลาบึกและสัตว์น้ำอื่น ๆ ในเขื่อนแก่งกระจานคงความอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่พี่น้องชาวประมงได้อย่างยั่งยืน” รองอธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้าย

วันที่ 9 เมษายน 2569 กรมประมงร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการการทำประมงปลาบึกและกองทุนปลาบึก เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ดำเนินโครงการฝังไมโครชิพและปล่อยพันธุ์ปลาบึก เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรปลาบึกในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ประจำปี 2569 โดยในปี 2568 ได้กำหนดระยะเวลาและจำนวนปลาบึกที่ให้ทำการประมงได้ จำนวน 35 ตัว ซึ่งครบตามจำนวนแล้ว ชุมชนจึงได้กำหนดให้ปล่อยปลาบึกทดแทนในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ตามแนวคิดจับ 1 ตัว ปล่อย 100 ตัว ให้ครบตามเป้าหมาย จำนวน 3,500 ตัว ภายในปี พ.ศ.2569 โดยในวันนี้กรมประมงดำเนินการปล่อยพันธุ์ปลาบึกทดแทนการจับ รอบที่ 1 จำนวน 1,300 ตัว และดำเนินการสุ่มฝังไมโครชิพในตัวปลาบึก จำนวน 200 ตัวเพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปใช้ในการวางแผนและจัดการทรัพยากรปลาบึก ในเขื่อนแก่งกระจานต่อไป

นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ปล่อยพันธุ์ปลาบึก (เรารักแก่งกระจาน) ครั้งที่ 4” พร้อม kick off โครงการฝังไมโครชิพเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรปลาบึกอย่างยั่งยืน ว่า อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่กรมประมงได้นำลูกพันธุ์ปลาบึก ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจากลุ่มน้ำโขงมาปล่อยเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำมาตั้งแต่ปี 2528 จนกลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่สร้างรายได้หลักให้แก่คนในท้องถิ่น ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ เกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่าง กรมประมงและ“กลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงเพื่อการอนุรักษ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงเขื่อนแก่งกระจาน” จาก 6 ชุมชนรอบเขื่อน ได้แก่ บ้านท่าเรือ บ้านวังวน บ้านท่าลิงลม บ้านพุเข็ม บ้านพุบอน และบ้านน้ำทรัพย์ โดยบริหารความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารจัดการการทำประมงปลาบึกและกองทุนปลาบึก วางกฎกติกาการทำประมงที่ยั่งยืน อาทิ การกำหนดช่วงเวลาทำประมงเพียงปีละ 1 ครั้ง และการใช้เครื่องมือประมงที่มีขนาดช่องตาตาข่ายไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ปลาขนาดเล็กได้เติบโต โดยเฉพาะแนวคิด “จับ 1 ตัว ปล่อยทดแทน 100 ตัว” ซึ่งมีการกำหนดจำนวนปลาบึกที่ให้ทำการประมงได้ในแต่ละปี และชาวประมงที่จับปลาบึกได้ต้องสมทบเงินเข้ากองทุนตัวละ 1,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดการจับปลาบึกรวม 35 ตัว ชุมชนจึงมีเป้าหมายปล่อยปลาบึกทดแทนให้ครบ 3,500 ตัว ภายในปี พ.ศ. 2569

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น และสอดรับกับนโยบายของนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ภายใต้แนวคิด Fisheries Connect for Sustainability ที่มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือด้านการประมงกับทุกภาคส่วน เสริมสร้างความสมดุลในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างเท่าเทียมเพื่อความยั่งยืน โดยบริหารจัดการบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางวิชาการที่แม่นยำ พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพชาวประมงให้มีความมั่นคง กรมประมงจึงได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องหมาย Passive Integrated Transponder (PIT) tag หรือไมโครชิพ มาใช้ฝังในตัวปลาบึกที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ โดยไมโครชิพดังกล่าวมีขนาดเล็กมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษคือมีรหัสเฉพาะตัวที่คงทนถาวร ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามข้อมูลเชิงลึก ทั้งอัตราการเจริญเติบโต แหล่งที่อยู่อาศัย และเส้นทางการเคลื่อนย้ายได้อย่างแม่นยำ โดยข้อมูลทางวิชาการเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้วางแผนบริหารจัดการจำนวนประชากรปลาบึกในเขื่อนแก่งกระจานให้มีความสมดุล เหมาะสมกับระบบนิเวศ และสอดคล้องกับการกำหนดจำนวนปลาบึกที่ให้ทำการประมงได้ในแต่ละปี เพื่อความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

สำหรับกิจกรรมภายในงานวันนี้ กรมประมงได้ดำเนินการปล่อยพันธุ์ปลาบึกคืนสู่ธรรมชาติ (รอบที่ 1) รวม 1,300 ตัว โดยในจำนวนนี้มีการสุ่มฝังไมโครชิพเพื่อการวิจัยจำนวน 200 ตัว และยังมีการจัดนิทรรศการการบริหารจัดการทรัพยากรปลาบึกและฝังไมโครชิพ การเพาะฟักปลาจากชุด Mobile hatchery นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับชุมชนจัดพิธีทำบุญสืบชะตาปลาเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวเรือ พร้อมทั้งปล่อยลูกปลาตะเพียน 50,000 ตัว และลูกกุ้งก้ามกราม 100,000 ตัว เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้กับระบบนิเวศ

“กรมประมงเชื่อมั่นว่าการผสานนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ากับกลไกความร่วมมือในภาคประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรปลาบึกและสัตว์น้ำอื่น ๆ ในเขื่อนแก่งกระจานคงความอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่พี่น้องชาวประมงได้อย่างยั่งยืน” รองอธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้าย

 Tags

  •   Hits
  • รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 คลิก รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 คลิก  จำนวนผู้อ่าน 1,499  กรมประมงสุดปัง คว้ารางวัลในงาน “Thailand SRI Index 2025” ชูงานวิจัยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประมงไทยยั่งยืน กรมประมงสุดปัง คว้ารางวัลในงาน “Thailand SRI Index 2025” ชูงานวิจัยขับเคลื่อนอุต... จำนวนผู้อ่าน 200 ประกาศนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี กรมประมง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประกาศนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี กรมประมง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  จำนวนผู้อ่าน 194 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมงานมหกรรมงานบริการภาครัฐ ครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ  ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมงานมหกรรมงานบริการภาครัฐ ครั้งที่ 10 ภายใ... จำนวนผู้อ่าน 150 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมงจังหวัดเพชรบุรี ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรม... จำนวนผู้อ่าน 146 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการตรวจราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ) ณ จังหวัดปัตตานี ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการตรวจราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง... จำนวนผู้อ่าน 138 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งที่ 2/2568 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบั... จำนวนผู้อ่าน 137 ประกาศเจตนารมณ์การเป็นองค์กรคุณธรรม ปี 2569 ประกาศเจตนารมณ์การเป็นองค์กรคุณธรรม ปี 2569  จำนวนผู้อ่าน 133 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการประชุมเปิดตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการประชุมเปิดตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ต... จำนวนผู้อ่าน 131 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการตรวจราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ) ณ จังหวัดนนทบุรี ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการตรวจราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง... จำนวนผู้อ่าน 129  ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารได้เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ด้านการปฏิรูปกฎหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/256  ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารได้เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการข... จำนวนผู้อ่าน 122 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อเตรียมการต้อนรับผู้เข้าอบรมหลักสูตร “นักบริหารการวิจัยธุรกิจเกษตร” (วธก.) รุ่นที่ 1 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหารเข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อเตรียมการต้อนรับผู้เข้... จำนวนผู้อ่าน 119 กลุ่มพัฒนาระบบบริหารจัดการประชุมคณะกรรมการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ครั้งที่ 1/2568  กลุ่มพัฒนาระบบบริหารจัดการประชุมคณะกรรมการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ครั้... จำนวนผู้อ่าน 118 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ร่วมงาน “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด  ขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ร่วมงาน “ปิดอ่าวไทย” 3 จังหวัด ขับเคลื่อนการบริ... จำนวนผู้อ่าน 108 การประชุมคณะทำงานพิจารณาการสมัครรับรางวัลเลิศรัฐ ครั้งที่ 1/2569 การประชุมคณะทำงานพิจารณาการสมัครรับรางวัลเลิศรัฐ ครั้งที่ 1/2569  จำนวนผู้อ่าน 105


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

    รายละเอียด เลขที่ 50 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร เกษตรกลาง กรุงเทพมหานคร 10900    email  adgfish@gmail.com  โทรศัพท์ 02-5620590  FAX 02-5796729  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6