บทความศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสตูล

การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาซิวทอง

บทคัดย่อ

 

               การเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาซิวทอง Brilliant rasbora, Rasbora einthovenii (Bleeker, 1851)   ได้ดำเนินการทดลองที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล  ในระหว่างเดือนกันยายน 2562 ถึง มกราคม 2563 วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด โดยวิธีการฉีดกระตุ้นด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ Buserelin acetate (Bus) ให้แม่พันธุ์ปลาซิวทองที่มีความยาวเฉลี่ย 7.21+0.09 เซนติเมตร และมีน้ำหนักเฉลี่ย 4.54+0.12 กรัม ในอัตราความเข้มข้นต่างกัน 3 ระดับ คือ 5, 10 และ 15 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ Domperidone (Dom) 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พ่อพันธุ์ปลาซิวทองมีความยาวเฉลี่ย 5.80+0.07 เซนติเมตร และมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.89+0.06 กรัม ฉีดกระตุ้นด้วย Bus ในอัตรา 10  ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ร่วมกับ Dom 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และชุดควบคุมที่ฉีดด้วยน้ำกลั่น การเพาะพันธุ์ใช้วิธีเลียนแบบธรรมชาติ ผลการทดลอง พบว่า หลังการฉีดประมาณ 8-10 ชั่วโมง ชุดการทดลองที่ฉีดด้วย Bus 10 และ 15 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ร่วมกับ Dom 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แม่พันธุ์ปลาวางไข่ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนชุดการทดลองที่ฉีดด้วย Bus 5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ร่วมกับ Dom 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และชุดควบคุมแม่พันธุ์ปลาไม่วางไข่ โดยมีจำนวนไข่ต่อแม่เฉลี่ย 1,137.50±53.51 และ 1,121.00±50.52 ฟอง อัตราการปฏิสนธิเฉลี่ย 81.26±0.92 และ 82.02±0.76 เปอร์เซ็นต์ อัตราการฟักเฉลี่ย 80.77±0.64 และ 81.50±0.90 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการรอดตายเฉลี่ย 65.66±0.75 และ 66.16±0.46 เปอร์เซ็นต์ ผลการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) สำหรับพัฒนาการของคัพภะและลูกปลาซิวทองวัยอ่อน พบว่า ไข่ปลาซิวทองเป็นประเภทไข่จมติดวัตถุ มีรูปร่างกลม สีเหลืองอ่อน เปลือกไข่บางและโปร่งใส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.21±0.01 มิลลิเมตร พัฒนาการคัพภะเริ่มฟักออกเป็นตัวใช้เวลา 16 ชั่วโมง 22 นาที ที่อุณหภูมิน้ำ  28.0-29.5 องศาเซลเซียส ลูกปลาแรกฟักมีความยาวเฉลี่ย 2.13±0.01 มิลลิเมตร การอนุบาลลูกปลาซิวทองวัยอ่อนในตู้กระจกในอัตราความหนาแน่น 10 ตัวต่อลิตร เพื่อศึกษาผลกระทบของฮอร์โมนต่ออัตราการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของลูกปลาซิวทองวัยอ่อน โดยให้โรติเฟอร์น้ำจืดเป็นอาหาร พบว่า ลูกปลาไม่ยอมรับอาหารทำให้เมื่อมีอายุ 7 วัน ลูกปลาทุกชุดการทดลองมีอัตราการรอดตาย 0.00 เปอร์เซ็นต์ จึงสรุปได้ว่าการเพาะพันธุ์ปลาซิวทองควรใช้อัตราการฉีดฮอร์โมน Bus 10 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ร่วมกับ Dom 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เหมาะสมที่สุดเมื่อพิจารณาจากอัตราการวางไข่อัตราการปฏิสนธิ อัตราการฟัก และอัตราการรอดตาย

 

คำสำคัญ :  ปลาซิวทอง,  การเพาะพันธุ์,  การอนุบาล

*ผู้รับผิดชอบ : ม. 7 ต. กำแพง อ. ละงู จ. สตูล 91110  โทร 074 775455

e-mail : natch08@hotmail.com

อ่านรายละเอียด เอกสารเผยแพร่

วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 สำนักงานประมงจังหวัดสตูล ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล และ หน่วยงานสังกัดกรมประมงในจังหวัดสตูล ร่วมกับเทศบาลตำบลกำแพง ร่วมกันจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สวนสาธารณะตำบลกำแพง ม. 3 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล โดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี ถวายพระพร และร่วมกัน ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดสู่คลองละงู จำนวน 500,000 ตัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

                    การเลี้ยงปลาปล้องอ้อยเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ 

                   ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล ได้ทำการรวบรวมปลาปล้องอ้อยในแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสตูล ในปี 2559-2563 มาเลี้ยงในบ่อคอนกรีตเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ในการศึกษาวิจัยการเพาะพันธุ์และหาแนวทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยในเชิงพาณิชย์ โดยชนิดพันธุ์ที่นำมาเลี้ยงเป็นชนิด Pangio myersi ที่มีการแพร่กระจายพันธุ์อยู่ในจังหวัดสตูล โดยมีวิธีการเลี้ยงดังต่อไปนี้       

อ่านรายละเอียดบทความ                                    

           ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล ได้ทำการสำรวจและรวบรวมปลาปล้องอ้อยในแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสตูล ในปี 2561-2563 เพื่อศึกษาชนิดพันธุ์ ชีววิทยาเบื้องต้น และการแพร่กระจาย รวมทั้งรวบรวมมาเลี้ยงในบ่อคอนกรีตเพื่อศึกษาหาแนวทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยในเชิงพาณิชย์

               จากการสำรวจหาแหล่งน้ำที่มีปลาปล้องอ้อยโดยวิธีสอบถามจากประชาชนในพื้นที่ และลงสำรวจในแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสตูล พบว่า แหล่งที่อยู่อาศัยของปลาปล้องอ้อยส่วนใหญ่เป็นลำห้วย ลำธารที่มีน้ำไหลเอื่อย มีร่มเงาของต้นไม้ หรือมีพรรณไม้น้ำ หญ้า วัชพืช รากไม้ หรือใบไม้ทับถม เพราะมีนิสัยชอบหลบอยู่รวมกันเป็นฝูงในที่มืด

อ่านรายละเอียด

โครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยเพื่อการค้าและการอนุรักษ์

“ปลาปล้องอ้อย ปลาสวยงามพื้นเมืองของไทย ถูกใจคนทั่วโลก”

ที่มาความสำคัญของโครงการ

โครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยเพื่อการค้าและการอนุรักษ์ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูลนั้น เนื่องจากในอดีตกว่า 15-20 ปีที่ผ่านมา จังหวัดสตูลจัดเป็นแหล่งรวบรวมปลาปล้องอ้อยที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งปลาที่รวบรวมได้จะส่งจำหน่ายในตลาดปลาสวยงามทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่และเพิ่มมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันปลาปล้องอ้อยในแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดสตูลมีจำนวนลดลงอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ทำการเกษตรรวมทั้งการใช้ยาและสารเคมีทำการเกษตรซึ่งส่งผลกระทบต่อปลาปล้องอ้อยเป็นอย่างมาก

        ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล เล็งเห็นถึงความด้วยความสำคัญของปลาปล้องอ้อยที่เป็นปลาสวยงามพื้นเมืองที่มีศักยภาพทางการตลาดและความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ซึ่งจำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงได้ทำการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ปลาปล้องอ้อยในจังหวัดสตูล มาเลี้ยงในบ่อคอนกรีตเพื่อศึกษาวิจัยหาวิธีการเพาะพันธุ์ในปี 2560 จนสามารถเพาะพันธุ์ปลาปล้องอ้อยได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ในปี 2562 ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นแค่ความสำเร็จในเบื้องต้น ซึ่งศูนย์ฯ จะต้องศึกษาวิจัยต่อไปในด้านต่างๆ ต่อไป เพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยให้มีประสิทธิภาพในเชิงพาณิชย์และสามารถปล่อยพันธุ์ปลาปล้องอ้อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์ไว้ในแหล่งน้ำของจังหวัดสตูลตลอดไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ชมวีดีทัศน์ Youtube

 

 

 

โครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยเพื่อการค้าและการอนุรักษ์

“ปลาปล้องอ้อย ปลาสวยงามพื้นเมืองของไทย ถูกใจคนทั่วโลก”

ที่มาความสำคัญของโครงการ

โครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยเพื่อการค้าและการอนุรักษ์ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูลนั้น เนื่องจากในอดีตกว่า 15-20 ปีที่ผ่านมา จังหวัดสตูลจัดเป็นแหล่งรวบรวมปลาปล้องอ้อยที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งปลาที่รวบรวมได้จะส่งจำหน่ายในตลาดปลาสวยงามทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่และเพิ่มมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันปลาปล้องอ้อยในแหล่งน้ำธรรมชาติในจังหวัดสตูลมีจำนวนลดลงอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ทำการเกษตรรวมทั้งการใช้ยาและสารเคมีทำการเกษตรซึ่งส่งผลกระทบต่อปลาปล้องอ้อยเป็นอย่างมาก

        ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล เล็งเห็นถึงความด้วยความสำคัญของปลาปล้องอ้อยที่เป็นปลาสวยงามพื้นเมืองที่มีศักยภาพทางการตลาดและความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ซึ่งจำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงได้ทำการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ปลาปล้องอ้อยในจังหวัดสตูล มาเลี้ยงในบ่อคอนกรีตเพื่อศึกษาวิจัยหาวิธีการเพาะพันธุ์ในปี 2560 จนสามารถเพาะพันธุ์ปลาปล้องอ้อยได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ในปี 2562 ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นแค่ความสำเร็จในเบื้องต้น ซึ่งศูนย์ฯ จะต้องศึกษาวิจัยต่อไปในด้านต่างๆ ต่อไป เพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาปล้องอ้อยให้มีประสิทธิภาพในเชิงพาณิชย์และสามารถปล่อยพันธุ์ปลาปล้องอ้อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์ไว้ในแหล่งน้ำของจังหวัดสตูลตลอดไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ชมวีดีทัศน์ Youtube

 

 

 

วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 หัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสตูล จัดกิจกรรมประชุมสัญจร ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสตูล ได้เยี่ยมชมกิจกรรมการอนุรักษ์พันธุ์เต่าบกและเต่าน้ำจืด และได้ร่วมกันปล่อยเต่ากระอานสู่คลองละงู

สรุปผลการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) ประจำปีงบประมาณ 2562

1. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนเมษายน 2562

2. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนพฤษภาคม 2562

3. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนมิถุนายน 2562

4. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนกรกฎาคม 2562

5. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนสิงหาคม 2562

6. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนกันยายน 2562

 

สรุปผลการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) ประจำปีงบประมาณ 2563

1. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนตุลาคม 2562

2. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนพฤศจิกายน 2562

3. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนธันวาคม 2562

4. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนมกราคม 2563

5. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนกุมภาพันธ์ 2563

6. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนมีนาคม 2563

7. ผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) เดือนเมษายน 2563

ในปีค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) องค์กร American Tortoise Rescue  ในรัฐ California ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล เล็งเห็นถึงความสำคัญ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเต่า  รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์เต่า     ทางองค์กรจึงได้กำหนดให้วันที่ 23 พฤษภาคม ของทุกปี  เป็น "วันเต่าโลก" (World Turtle Day)  ซึ่งในวันนี้ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ก็ได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ  มีนิทรรศการเกี่ยวกับวันเต่าโลก ความสำคัญของเต่า งานอนุรักษ์และวิจัยเต่า พร้อมกับเชิญชวนชมเต่าแปลกๆ มากมาย  นอกจากนี้ บริเวณ ชายฝั่งทะเล ที่มีเต่าทะเลมาวางไข่ ก็มีการจัดกิจกรรมในลักษณะคล้ายคลึงกัน มีการจัดกิจกรรมอนุรักษ์พันธุ์เต่าของตำบลไม้ขาว มีการเก็บขยะบริเวณชายหาด และในหลายจังหวัดมีการจัดกิจกรรมปล่อยเต่าคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์เต่า สำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง จัดงานวันเต่าโลก โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ  มีนิทรรศการเกี่ยวกับวันเต่าโลก ปล่อยเต่าลงคลองละงู รณรงค์และร่วมกันเสริมสร้างจิตสำนึก  เพื่อให้ทุกคนร่วมกันหันมาอนุรักษ์เต่า  สัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้  ให้คงอยู่คู่กับโลกของเรา

  •  บทความ
  •  Hits 10 อันดับ