ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง หนุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลของไทย

#กรมประมง เปิดเวทีสาธารณะ จัดเสวนา “การบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยชุม.. [2021-03-21 ] ประกาศ เกษตรกรภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและตลาดกุ้งทะเ.. [2021-03-21 ] กรมประมง ร่วมกับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นจัดเสวนา .. [2021-03-19 ] ผู้ตรวจราชการกรม เขตการตรวจราชการที่ 5 ประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงก.. [2021-03-10 ] รับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ปี 2564.. [2021-02-11 ] สำรวจแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรประมงบ้านคลองขุด อำเภอเขาชัยสน.. [2021-02-08 ] กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 อำเภอควนขนุน .. [2021-02-08 ] กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง อำเภอบางแก้ว ประจำปี 2564 .. [2021-02-06 ] กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง อำเภอตะโหมด ประจำปี 2564.. [2021-02-06 ] ความพึงพอใจต่อการให้บริการของสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง.. [2021-01-28 ]
อ่านทั้งหมด 

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง หนุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลของไทย 

 เผยเเพร่: 2021-01-28  |  อ่าน: 144 ครั้ง

 

       ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลทั้งระบบ ตั้งแต่การเลี้ยง กระทั่งการแปรรูปเพื่อส่งออก หนุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลของไทย พร้อมยืนหยัดและเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดโลก

       รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งทะเล” ถือเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าจากการส่งออกและนำรายได้เข้าสู่ประเทศกว่าปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยกรมประมงได้ให้ความสำคัญและเข้มงวดกับกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลเพื่อให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งระบบ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ในปัจจุบันต่างหันมาใส่ใจต่อความปลอดภัยทางด้านอาหารมากยิ่งขึ้น

       สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตกุ้งทะเลในจังหวัดสงขลาครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งแหล่งวัตถุดิบ และแหล่งแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก โดยในระดับฟาร์มเลี้ยงได้ทำการตรวจฟาร์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี หรือ GAP ซึ่งพบว่าเกษตรกรได้ดูแล และบริหารจัดการฟาร์มตามหลักการต่าง ๆ ของ GAP อย่างเข้มงวด อาทิ ด้านสถานที่ การเลี้ยง การให้อาหารและปัจจัยการผลิต การจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ รวมถึงสุขอนามัยฟาร์ม เป็นต้น

       นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจสอบการใช้ปัจจัยการผลิตทั้งในฟาร์มเลี้ยงและร้านค้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของกรมประมงที่มีการควบคุมและเฝ้าระวังการใช้ยารวมทั้งสารเคมีในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งทะเลอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ จึงมั่นใจได้ว่าผลผลิตกุ้งทะเลจากมาตรฐาน GAP มีคุณภาพ ถูกหลักสุขอนามัย ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

       และในโอกาสนี้ ยังได้เยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งทะเลแช่แข็ง ซึ่งเป็นโรงงานที่กรมประมง เคยส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพร้อมแนะนำขั้นตอนการปฎิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตสินค้าให้ปลอดภัยอย่างเข้มงวด และในครั้งนี้ทางกรมประมงได้เดินทางมาทานสอบการดำเนินการซ้ำอีกครั้ง โดยผลปรากฏว่าทางโรงงานฯ มีการดำเนินการตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อแนะนำของ กรมประมงอย่างเคร่งครัด และได้เข้มงวดในเรื่องระบบการตรวจสอบย้อนกลับมาตรฐานของวัตถุดิบที่รับเข้ามาแปรรูป การขนส่ง การนำวัตถุเข้าโรงงาน ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพกุ้ง ความสด สะอาด รวมถึงขั้นตอนในการควบคุมกระบวนการแปรรูป ให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อการส่งออก ตั้งแต่การรับสินค้าเข้าจนกระทั่งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะส่งออกอีกทั้งยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทางเคมีและจุลชีวะของโรงงานด้วย

       นอกจากนี้ โรงงาน ยังได้เพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19) สำหรับการคัดกรองบุคลากรก่อนเข้า - ออกโรงงาน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมประมงและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้

       อย่างไรก็ตาม กรมประมงได้ดำเนินการสุ่มตัวอย่างสินค้าสัตว์น้ำที่จะส่งออกจากโรงงานแปรรูปเพื่อทวนสอบระบบการควบคุมการผลิต และติดตามคุณภาพสินค้า โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้า ณ โรงงานผลิต เพื่อตรวจวิเคราะห์ คุณภาพทางจุลินทรีย์ เคมี และกายภาพ และเมื่อสินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐานตามข้อกำหนดก็จะออกใบรับรองสุขอนามัยสินค้าสัตว์น้ำ (Health Certificate) เพื่อให้สินค้าสามารถส่งออกได้ต่อไป

       รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า จากการตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลทั้งระบบในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่า “ผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลของไทย” มีความพร้อมและศักยภาพที่จะยืนหยัดอยู่ในตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็งต่อไป ด้วยคุณภาพและมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดสายการผลิต ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก