บทความสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง

#กรมประมง เปิดเวทีสาธารณะจัดเสวนา “การบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชนมีส่วนร่วมในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” ปล่อยกุ้งกุลาดำ - กุ้งก้ามกราม กว่า 1.1 ล้านตัว พร้อมปลาตะกรับ - ปลากระบอกดำ 6,000 ตัวคืนถิ่นทะเลสาบสงขลา

       วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2564 ณ อ่าวท่ายาง ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง กรมประมงจัดพิธีเปิดโครงการเสวนาสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นระดับจังหวัด และสัมมนาในหัวข้อ “การบริหารจัดการทรัพยากรประมง โดยชุมชนมีส่วนร่วมในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากการดำเนินงานพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงชายฝั่ง และเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ ภายใต้บริบทและวิถีของชุมชน เกิดความมั่นคงในอาชีพประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน พร้อมปล่อยขบวนคาราวานเรือประมงพื้นบ้าน จำนวน 65 ลำ ที่เข้าร่วมกิจกรรมในการนำพันธุ์สัตว์น้ำไปปล่อยในเขตอนุรักษ์และเขตสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำชุมชน ซึ่งจะมีการปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ 700,000 ตัว และกุ้งก้ามกราม 400,000 ตัว รวม 1.1 ล้านตัว ปลาตะกรับและปลากระบอกดำ ซึ่งเป็นผลงานการเพาะพันธุ์ของกรมประมง จำนวน 6,000 ตัว คืนสู่ทะเลสาบสงขลา และมอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ผู้แทนองค์กรชุมชุมชนชนประมงท้องถิ่น 10 ชุมชน งานนี้ได้รับเกียรติจากนายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดพัทลุง เป็นประธาน โดยมีนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ข้าราชการ และพี่น้องชาวประมงจาก 10 ชุมชนในพื้นที่ จำนวนกว่า 300 คน ให้การต้อนรับ

       นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 25 ว่าด้วยเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในที่จับสัตว์น้ำในเขตประมงทะเลชายฝั่ง โดยกำหนดให้กรมประมงดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในเรื่องการมีส่วนร่วม การรวมกลุ่ม การให้คำปรึกษาแก่ชุมชน การเผยแพร่ความรู้ในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมของชุมชน ฯลฯ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้เน้นย้ำให้กรมประมง บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องชาวประมง

       โดยนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ได้นำนโยบายมาขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กรมประมงได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านชายฝั่งไปแล้วกว่า 459 ชุมชน เช่น โครงการพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปลาบึก เมื่อปีงบประมาณ 2562 จำนวน 65 ชุมชน ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และปัตตานี และต่อมาในปี 2563 ได้ดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร จำนวน 144 ชุมชน ซึ่งผลการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือว่าประสบผลสำเร็จ สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้กลับมาดีขึ้น พัฒนาอาชีพประมงให้กับชุมชนในท้องถิ่นทั้งห่วงโซ่การผลิตให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในปีงบประมาณ 2564 ที่กรมประมงกำลังดำเนินการอยู่ อีกจำนวน 250 ชุมชน คือ โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง โดยโครงการดังกล่าวนี้ มุ่งเน้นกระบวนการในการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมติดตามประเมินผล และร่วมรับผลประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนประมงท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน เพื่อที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนประมงท้องถิ่น ทั้งในเรื่องของการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะสม ธนาคารสัตว์น้ำ การปรับเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงที่ถูกกฎหมาย การสร้างคานเรือชุมชน การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำจากการจับ และการพัฒนาต่อยอดสู่ชุมชนประมงเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ “Fisherman Village Resort” ในอนาคต

       กรมประมงจึงได้กำหนดจัด โครงการเสวนาสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นระดับจังหวัด ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม - สิงหาคม 2564 ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายทะเล เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนประมงท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์และบทเรียนจากการดำเนินงานพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งชองชุมชนประมงชายทะเล และแนวทางการขับเคลื่อนเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในการบริหารจัดการประมงทะเลอย่างยั่งยืน อีกทั้ง เป็นการกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน สำหรับงานในวันนี้ นอกจากจะมีพิธีเปิดตัวโครงการฯ และมีการจัดเสวนา ในหัวข้อ “การบริหารจัดการทรัพยากรประมง โดยชุมชนมีส่วนร่วมในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” นำโดยนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง นางสาวเบญจวรรณ เพ็งหนู ผู้แทนคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด นายธวัชชัย จันทร์ส่อง นางสาวสุภาภรณ์ พรรณราย ผู้แทนชุมชนประมง และนายวิโรจน์ คงอาสา นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล เป็นผู้ดำเนินรายการแล้ว ยังได้มีการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์ กุ้งก้ามกราม จำนวน 400,000 ตัว กุ้งกุลาดำไซส์ใหญ่ 200,000 ตัว ปลาตะกรับและปลากระบอกดำ จำนวน 6,000 ตัว นอกจากนี้ ยังมีขบวนคาราวานเรือประมงพื้นบ้าน จำนวน 65 ลำ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำให้ชุมชน นำกุ้งกุลาดำ อีก 500,000 ตัว ไปปล่อยในเขตอนุรักษ์และเขตสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำของชุมชนอีกด้วย อีกทั้ง ยังมีการมอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น จำนวน 10 ชุมชน เพื่อนำไปบริหารจัดการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ชาวประมงพื้นบ้านสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพที่ดีขึ้นจากการประกอบอาชีพประมง และชุมชนประมงเกิดความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ทางการประมงมากมายทั้งจากกรมประมงและชุมชนประมงท้องถิ่น อาทิ โครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เครื่องมือประมงพาณิชย์และมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรประมง การอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลสาบสงขลา เกษตรอินทรีย์ ชีววิทยากุ้งก้ามกราม ปลาตะกรับและปลากระบอกดำ และผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูปจากกลุ่มประมงแปรรูป เช่น ปลาดุกร้า กุ้งแห้ง ปลาแดดเดียว ปลาส้ม กุ้งแก้ว กุ้งหวาน พุงปลาแห้ง น้ำพริกกุ้งเสียบ ปลาเส้นสมุนไพร เป็นต้น

       กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านทั้ง 23 จังหวัด เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรประมงของชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เกิดความยั่งยืนของอาชีพประมงภายใต้ความยั่งยืนของทรัพยากร ตามนโยบายที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ให้สามารถมีอาชีพทำการประมงได้อย่างมั่นคง และให้กรมประมงดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องชาวประมง...รองอธิบดีฯ

#กรมประมง #กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

 

เกษตรกรที่ยังไม่ลงลูกกุ้ง ขอให้เร่งติดต่อโรงเพาะฟักฯ ในโครงการ เพื่อติดต่อซื้อขายและลงลูกกุ้ง ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2654  ตรวจสอบรายชื่อโรงเพาะฟักฯ แสกน QR Code ด้านล่าง

กรมประมง รวมพลเครือข่ายองค์กรประมงท้องถิ่น 459 ชุมชน ร่วมจัดเสวนาองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 23 จังหวัด ทั่วประเทศ พร้อมทั้งปล่อยพันธ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตลงแหล่งน้ำชุมชน

วันที่ 10 มีนาคม 2563 เวลา 14.30 น. นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง นำข้าราชการในหน่วยงานสังกัดกรมประมงจังหวัดพัทลุงร่วมต้อนรับนายธนาวุฒิ กุลจิตติชนก ผู้ตรวจราชการกรม เขตการตรวจราชการที่ 5 ประชุมเพื่อตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามแผนการตรวจราชการ กรมประมง ของหน่วยงานสังกัดกรมประมงในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ณ ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง

            วันที่ 7 กุมภาพันธ์  2564 นายสันติชัย  รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้นายถาวร รุกขสุคนธ์  ประมงอำเภอเขาชัยสน ร่วมประชุมประจำเดือน ณ บ้านคลองขุด หมู่ที่ 8 ต.หานโพธิ์  อ.เขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ได้ชี้แจงการขึ้นทะเบียนเกษตรกร, การขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง, และร่วมกับหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดพัทลุง สร้างการรับรู้เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยแล้ง ด้านประมง และสำรวจแนวเขตพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรประมงบ้านคลองขุด

             วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้นายยงยุทธ ลิ่มพานิชหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการประมง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมฯ จัดประชุมชี้แจงและส่งเสริมพัฒนาความรู้ให้เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 ณ บ้านนายคล่อง ศรีนวนเอียด หมู่ 7 ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้นายยงยุทธ ลิ่มพานิชหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการประมง พร้อมด้วยนางสาวทิพากร สุขพล ประมงอำเภอบางแก้ว นางสาวจารุพร หนูฤทธิ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมฯ จัดประชุมชี้แจงและส่งเสริมความรู้พัฒนาเกษตรกร ในโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564  ณ บ้านทุ่งนาเจริญ หมู่ 9 ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง

 

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้นายยงยุทธ ลิ่มพานิช หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการประมง และพร้อมด้วยนางสาวฐิติพร บุณยอุดมศาสตร์ ประมงอำเภอตะโหมด และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมฯ ร่วมจัดประชุมชี้แจงและส่งเสริมความรู้พัฒนาเกษตรกร ในโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 ณ บ้านนายวศิษฐ์ หนูเสน หมู่ 1 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง

ความพึงพอใจต่อการให้บริการของสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง

ความพึงพอใจต่อการให้บริการของสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง

วันที่ 14 มกราคม 2564 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้นายยงยุทธ ลิ่มพานิช หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง พร้อมด้วย นายสมปราถ นวลแก้ว ประมงอำเภอกงหรา นางสาวจารุพร หนูฤทธิ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริม ฯ เข้าร่วมจัดนิทรรศการโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปี 2564 ภายในงานมีกิจกรรมมอบพันธุ์ปลากินพืชให้กับประชาชน และผู้นำชุมชนในท้องที่ จำนวน 100 ถุง โดยได้รับสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง พร้อมแจกเอกสารและให้คำปรึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนวัดเขาวงก์ หมู่ที่ 2 ตำบลกงหรา อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง โดยมี นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการ เป็นประธานฯ

วันที่ 14 มกราคม 2564 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้นายยงยุทธ ลิ่มพานิช หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง พร้อมด้วย นายสมปราถ นวลแก้ว ประมงอำเภอกงหรา นางสาวจารุพร หนูฤทธิ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริม ฯ เข้าร่วมจัดนิทรรศการโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปี 2564 ภายในงานมีกิจกรรมมอบพันธุ์ปลากินพืชให้กับประชาชน และผู้นำชุมชนในท้องที่ จำนวน 100 ถุง โดยได้รับสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง พร้อมแจกเอกสารและให้คำปรึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนวัดเขาวงก์ หมู่ที่ 2 ตำบลกงหรา อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง โดยมี นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการ เป็นประธานฯ

      กรมประมง…เปิดทดลองระบบโปรแกรมประยุกต์การออกหนังสือกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ (APD) ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลและผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) สามารถยื่นคำขอทดลองเข้าใช้งานระบบการออกหนังสือกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการฯ และเพื่อประโยชน์ในการสืบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

       อย่างไรก็ตาม หลังจากพ้นระยะเวลาช่วงทดลองระบบ 1 ปี (1 กันยายน 2563 – 1 กันยายน 2564) ในวันที่ 2 กันยายน 2564 ประกาศกรมประมงจะมีผลใช้บังคับ หากเกษตรกรและผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) ท่านใดที่ไม่จัดทำหนังสือกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ ในทุกครั้งที่มีการซื้อขายหรือส่งมอบกุ้งทะเล หรือจัดทำเอกสาร หรือกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ จะมีความผิดตามมาตรา 156 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 1,000,000 บาท หรือหากนำหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ (MD/FMD) ที่กลุ่มองค์กรเอกชนหรือบุคคลที่ได้รับการประกาศรับรองฯ ฝ่าฝืนออกให้ไปใช้ประกอบการซื้อขายกุ้งทะเลให้แก่บุคคลอื่น จะมีความผิดตามมาตรา 268 ประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท ซึ่งกลุ่มองค์กรเอกชนหรือบุคคลที่ได้รับการประกาศรับรองให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ (MD/FMD) จะถูกระงับ มิให้ออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำและลูกพันธุ์สัตว์น้ำ (MD/FMD) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 265 ประมวลกฎหมายอาญา ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท

 

        กรมประมง ออกมาตรการรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อน เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าสัตว์น้ำไทย 

โดยแบ่งการออกหนังรับรองฯ ให้แก่ผู้ประกอบการ 5 ประเภท ได้แก่

1.ผู้ประกอบการกระบวนการผลิต ได้แก่ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง/เรือประมง

2.สะพานปลาท่าเทียบเรือ

3.ผู้ประกอบการร้านค้า Modern Trade

4.ผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก

         โดยกรมประมงมีข้อกำหนดสำหรับการรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อน เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่

มาตรการที่ 1 ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านสาธารณสุขเพื่อการจัดการภาวะระบาดของ COVID - 19 ในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2549 (ฉบับที่ 1) ได้แก่

1) การคัดกรองบุคลากรที่ปฏิบัติงาน

- ตรวจวัดอุณหภูมิไม่ให้เกิน 37 °C

- ตรวจดูอาการเบื้องต้น เช่น มีน้ำมูก จาม ไอ เป็นต้น

2) การปฏิบัติ

- สวมหน้ากากอนามัยชนิด Surgical Maskิ

- ล้างมือให้สะอาด

- ทำความสะอาดอุปกรณ์/ภาชนะที่ใช้ ที่มีการสัมผัสกับสัตว์น้ำ เช่น ถุงมือ เสื้อคลุม กระป๋อง กะละมัง เป็นต้น??

- สวมถุงมือและหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน

มาตรการที่ 2 ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดเพิ่มเติมโดยกรมประมง เพื่อลดการปนเปื้อนไวรัส COVID - 19 ดังนี้

2.1 ผู้ประกอบการกระบวนการผลิต

2.1.1 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

- ฟาร์มต้องขึ้นทะเบียน และได้มาตรฐานจากกรมประมง

- ปฏิบัติตามมาตรการคัดกรอง และการปฏิบัติงาน

- ล้างทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสัตว์น้ำ ทั้งภายในและภายนอกห้องบรรจุสัตว์น้ำด้วยคลอรีน ขณะเข้าและออกจากฟาร์ม

- ผู้ขับขี่ยานพาหนะบรรทุกสัตว์น้ำ ต้องตรวจคัดกรองและสวมหน้ากากตลอดเวลาเช่นเดียวกับบุคลากรในฟาร์ม

2.1.2 ชาวประมง/เรือประมง

- คนประจำเรือทุกคนต้องผ่านการคัดกรองจากศูนย์แจ้งเข้า-ออก เรือประมงตามมาตรการของกรมประมง

- หมั่นทำความสะอาดส่วนที่สัมผัสกับสัตว์น้ำอยู่เสมอ

- สวมถุงมือและสวมหน้ากากตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ทั้งการคัดเลือกสัตว์น้ำ และการขนถ่าย สัตว์น้ำขึ้นฝั่ง

- ห้ามออกนอกสะพานปลา ท่าเทียบเรือ ขณะขนถ่ายสัตว์น้ำที่ท่าเทียบเรือหรือสะพานปลา

2.2 ผู้ประกอบการสะพานปลา 

- ปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยท่าเทียบเรือ สะพานปลา

- คัดกรองบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ทุกราย เป็นประจำทุกวัน

- ทำความสะอาดสถานที่ด้วยคลอรีนทุกวัน

- พาหนะบรรทุกสัตว์น้ำที่เข้า-ออก ต้องลงทะเบียน และฉีดพ่นด้วยคลอรีน โดยต้องทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกห้องบรรจุสัตว์น้ำ ก่อนการบรรจุสินค้าสัตว์น้ำ ต้องปิดประตูหรือคลุมด้วยผ้าใบให้มิดชิด

- บุคลากรที่สัมผัสกับสัตว์น้ำต้องล้างมือให้สะอาดก่อนสวมถุงมือ และต้องใส่หน้ากากอนามัยชนิด Surgical Mask ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน

2.3 ผู้ประกอบการร้านค้า Modern Trade

- ปฏิบัติตามข้อกำหนดร้านค้าของสาธารณสุข

- ทำความสะอาดพาหนะที่ขนส่งสินค้า ณ จุดจอด ก่อนมีการขนถ่ายเข้าสู่สถานประกอบการ ด้วยคลอรีน

- แยกสัตว์น้ำแต่ละประเภท ล้างทำความสะอาด และบรรจุในถุงพลาสติกก่อนวางบนน้ำแข็ง เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์น้ำ

- เตรียมถุงมือหรืออุปกรณ์จับสัตว์น้ำในระหว่างการจำหน่าย

- สุ่มตรวจการปนเปื้อนของไวรัส COVID - 19 เป็นระยะตามความเหมาะสม

2.4 ผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก

- ต้องตามมาตรฐาน GMP และ HACCP

- ผ่านการประเมินมาตรการปฏิบัติที่ดีตามมาตรการป้องกัน COVID - 19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและกรมประมงร่วมกันกำหนดภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน (MoU) ลงนามเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563

                  ** สำหรับเกษตรกร และผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ ขอหนังสือรับรองฯ สามารถยื่นคำขอได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดทั่วประเทศ

วันที่ 4 มกราคม 2564  สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง นำโดย นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมง ประชาสัมพันธ์สัตว์น้ำไทยสามารถรับประทานได้ไม่ใช่พาหะในการแพร่กระจายโรค เพื่อยืนยัน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค สินค้าสัตว์น้ำไทยที่จำหน่ายปลอดภัยจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และได้ มอบป้ายประชาสัมพันธ์ “สัตว์น้ำปลอดภัย ไร้ โควิด - 19” ให้แก่แม่ค้า ณ ตลาดนัดชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

#กรมประมง...สร้างความเชื่อมั่นสินค้าสัตว์น้ำไทย

ออกมาตรการเฉพาะกิจเสริมความมั่นใจตัดวงจรแพร่ระบาด COVID – 19 พร้อมคุมเข้มตั้งแต่ต้นทางการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค

     วันที่ 30 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) สาขานครอินทร์

     นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ลงพื้นที่เพื่อมอบหนังสือรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19 ) สำหรับ Modern Trade ของกรมประมงให้กับบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) สาขานครอินทร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าวให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขในข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่1) ของกระทรวงสาธารณสุขในส่วนที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19 ) สำหรับ Modern Trade ของกรมประมงภายในพิธีเปิด ”โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งปี 2563 /64” โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีฯ

     นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากกรณีที่ประชาชนกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่จนกระทบต่อความเชื่อมั่นต่ออาหารทะเลไทย ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรชาวประมงได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมตลอดห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตามถึงแม้กรมประมง

     ได้มีการออกมาให้ข้อมูลทางวิชาการว่าสัตว์น้ำสามารถรับประทานได้เนื่องจากไม่ใช่พาหะในการแพร่กระจายโรค รวมถึงได้มีการบังคับใช้ข้อกำหนดมาตรฐานด้านการแพร่ระบาดของโรคและสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขในทุกกระบวนการการตรวจสอบตั้งแต่กระบวนการขนส่งจากแหล่งเลี้ยง แหล่งจับ แหล่งกระจายสินค้า จนกระทั่ง

     การเข้าสู่ระบบจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในตลาดต่างๆ แต่ประชาชนต่างก็ยังมีความกังวลในเรื่องความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อระหว่างกระบวนการขนส่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริโภคสัตว์น้ำให้แก่พี่น้องประชาชน กรมประมงจึงได้มีการออกกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัส COVID – 19 ในสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ โดยมาตรการเฉพาะกิจดังกล่าวมีผลบังคับใช้กลุ่มผู้ประกอบการกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง 5 ประเภท ได้แก่ 1) ผู้ประกอบการกระบวนการผลิต (ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง/เรือประมง) 2) ผู้ประกอบการกระบวนการลำเลียงและขนส่งสัตว์น้ำ 3.) ผู้ประกอบการสะพานปลา 4) ผู้ประกอบการร้านค้า Modern trade และ 5) ผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก โดยผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการทั่วไปที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข และมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจที่กรมประมงกำหนด จะได้รับหนังสือรับรองการปฏิบัติที่ดีในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จากกรมประมง

     สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า Modern Trade บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกที่ยื่นความประสงค์ขอเข้ารับการตรวจประเมิน โดยกรมประมงได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่จากกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ เข้าตรวจประเมินสถานที่การบริหารจัดการสถานที่ในการจำหน่ายสินค้าตามมาตรการเฉพาะกิจฯ ไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563 โดยผลการตรวจพบว่าทางบริษัทฯ มีมาตรการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัส COVID – 19 ในสถานที่วางจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำได้อย่างเหมาะสม อาทิ มีการควบคุมแหล่งที่มาของสัตว์น้ำที่ชัดเจน

     โดยผู้ขายส่งส่วนใหญ่มาจากฟาร์มที่ขึ้นทะเบียนกับทางกรมประมง และมีการสุ่มตรวจเชื้อไวรัส SARS-CoV-2

     ในสัตว์น้ำจากผู้ขายส่ง มีมาตรการการควบคุมการปนเปื้อนจากพาหนะขนส่ง มีการบริหารจัดการการวางจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำจัดแยกตามชนิด การล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ที่จำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์ มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนจากผู้บริโภคที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้า ฯลฯ กรมประมงจึงเห็นควรมอบใบรับรองฯ ให้กับทางบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) สาขานครอินทร์ได้

     สำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์ขอรับการตรวจประเมินสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมประมง โทร. 0 2562 0600 หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ทั่วประเทศ อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยในทุกด้านและขอให้ทุกท่านให้โอกาสพี่น้องเกษตรกรชาวประมงร่วมกันซื้อสินค้าสัตว์น้ำไปบริโภค และขอย้ำว่าสัตว์น้ำไทยโดยเฉพาะกุ้งทะเลสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าสัตว์น้ำจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสโควิดแต่อย่างไรก็ตามทุกครั้งก่อนนำมาบริโภคขอให้ล้างน้ำให้สะอาดและปรุงให้สุกอยู่เสมอ

วันที่ 30 ธันวาคม 2563 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง เดินเยี่ยมชมตลาดนัดบายพาส พื้นที่ หมู่ 9 ตำบลตำนาน อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ และมีการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อยืนยัน และสร้างความมั่นใจว่าสินค้าสัตว์น้ำที่จำหน่ายปลอดภัยจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ มอบป้ายประชาสัมพันธ์ “สัตว์น้ำปลอดภัย ไร้ โควิด - 19” ให้แก่แม่ค้าที่จำหน่ายสัตว์น้ำในตลาด

       ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลทั้งระบบ ตั้งแต่การเลี้ยง กระทั่งการแปรรูปเพื่อส่งออก หนุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลของไทย พร้อมยืนหยัดและเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดโลก

       รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งทะเล” ถือเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าจากการส่งออกและนำรายได้เข้าสู่ประเทศกว่าปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยกรมประมงได้ให้ความสำคัญและเข้มงวดกับกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลเพื่อให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งระบบ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ในปัจจุบันต่างหันมาใส่ใจต่อความปลอดภัยทางด้านอาหารมากยิ่งขึ้น

       สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตกุ้งทะเลในจังหวัดสงขลาครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งแหล่งวัตถุดิบ และแหล่งแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก โดยในระดับฟาร์มเลี้ยงได้ทำการตรวจฟาร์มที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี หรือ GAP ซึ่งพบว่าเกษตรกรได้ดูแล และบริหารจัดการฟาร์มตามหลักการต่าง ๆ ของ GAP อย่างเข้มงวด อาทิ ด้านสถานที่ การเลี้ยง การให้อาหารและปัจจัยการผลิต การจัดการสุขภาพสัตว์น้ำ รวมถึงสุขอนามัยฟาร์ม เป็นต้น

       นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจสอบการใช้ปัจจัยการผลิตทั้งในฟาร์มเลี้ยงและร้านค้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของกรมประมงที่มีการควบคุมและเฝ้าระวังการใช้ยารวมทั้งสารเคมีในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งทะเลอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ จึงมั่นใจได้ว่าผลผลิตกุ้งทะเลจากมาตรฐาน GAP มีคุณภาพ ถูกหลักสุขอนามัย ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

       และในโอกาสนี้ ยังได้เยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งทะเลแช่แข็ง ซึ่งเป็นโรงงานที่กรมประมง เคยส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพร้อมแนะนำขั้นตอนการปฎิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตสินค้าให้ปลอดภัยอย่างเข้มงวด และในครั้งนี้ทางกรมประมงได้เดินทางมาทานสอบการดำเนินการซ้ำอีกครั้ง โดยผลปรากฏว่าทางโรงงานฯ มีการดำเนินการตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อแนะนำของ กรมประมงอย่างเคร่งครัด และได้เข้มงวดในเรื่องระบบการตรวจสอบย้อนกลับมาตรฐานของวัตถุดิบที่รับเข้ามาแปรรูป การขนส่ง การนำวัตถุเข้าโรงงาน ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพกุ้ง ความสด สะอาด รวมถึงขั้นตอนในการควบคุมกระบวนการแปรรูป ให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อการส่งออก ตั้งแต่การรับสินค้าเข้าจนกระทั่งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะส่งออกอีกทั้งยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทางเคมีและจุลชีวะของโรงงานด้วย

       นอกจากนี้ โรงงาน ยังได้เพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19) สำหรับการคัดกรองบุคลากรก่อนเข้า - ออกโรงงาน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมประมงและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้

       อย่างไรก็ตาม กรมประมงได้ดำเนินการสุ่มตัวอย่างสินค้าสัตว์น้ำที่จะส่งออกจากโรงงานแปรรูปเพื่อทวนสอบระบบการควบคุมการผลิต และติดตามคุณภาพสินค้า โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้า ณ โรงงานผลิต เพื่อตรวจวิเคราะห์ คุณภาพทางจุลินทรีย์ เคมี และกายภาพ และเมื่อสินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐานตามข้อกำหนดก็จะออกใบรับรองสุขอนามัยสินค้าสัตว์น้ำ (Health Certificate) เพื่อให้สินค้าสามารถส่งออกได้ต่อไป

       รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า จากการตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลทั้งระบบในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่า “ผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลของไทย” มีความพร้อมและศักยภาพที่จะยืนหยัดอยู่ในตลาดโลกได้อย่างเข้มแข็งต่อไป ด้วยคุณภาพและมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดสายการผลิต ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก

       นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทยได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รอบใหม่ ซึ่งแหล่งแพร่กระจายโรคมาจากตลาดกุ้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆ สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยในการบริโภคสัตว์น้ำ อีกทั้งยังกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ รวมถึงการประกอบอาชีพของเกษตรกรชาวประมงเป็นอย่างมาก

       ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค กรมประมงจึงขอย้ำชัดอีกครั้งว่า ยังไม่มีรายงานการตรวจพบเชื้อไวรัสในกลุ่มโคโรน่า 2019 อยู่ในตัวของสัตว์น้ำแต่อย่างใด โดยสัตว์น้ำเป็นสัตว์เลือดเย็นไม่มีปอดแต่ใช้เหงือกในการหายใจ และยังมีความแตกต่างของผิวเซลล์ ซึ่งปลามีโครงสร้างไม่เหมือนคนทั้งหมด ทำให้โอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์เข้าสู่เซลล์ของสัตว์น้ำเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกันนี้ อาทิ โรคซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS) ในสัตว์น้ำที่เป็นสัตว์เลือดเย็นมาก่อน (อ้างอิงข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์ นายสัตว์แพทย์ .ดร. วิน สุรเชษฐพงษ์ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) แต่อย่างไรก็ตาม การปนเปื้อนของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจเกิดขึ้นได้จากการขาดสุขอนามัยที่ดี ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการรับประทานและสัมผัสสัตว์น้ำ จึงขอให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและผ่านการผลิตที่มีมาตรฐาน เน้นให้ความใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยเป็นสำคัญ โดยไม่ควรรับประทานอาหารสัตว์น้ำที่ดิบหรือไม่สุก และไม่ควรใช้มือสัมผัสกับสัตว์น้ำโดยตรง อาจใช้ถุงมือหรืออุปกรณ์ในการหยิบหรือตัก และล้างทำความสะอาดสัตว์น้ำเป็นอย่างดีก่อนทำการปรุงอาหารทุกครั้ง ซึ่งเชื้อไวรัสโควิด-19 จะถูกทำลายด้วยความร้อนที่ 56 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 30 นาที และหากความร้อนสูงขึ้นระยะเวลาที่เชื้อถูกทำลายจะสั้นลง (อ้างอิงข้อมูลจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

       อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมประมงยังได้เข้มงวดในการควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยในสินค้าสัตว์น้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคตลอดสายการผลิต โดยมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์น้ำที่วางจำหน่ายก่อนถึงมือผู้บริโภค อีกทั้งยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพและสุขอนามัยในกลุ่มเกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการ พร้อมติดตาม เฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การคัดกรองลูกเรือประมงและคนประจำเรือในช่วงเวลาเข้า-ออก ณ ท่าเทียบเรือประมงทุกแห่ง การกำหนดมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของโควิด-19 ในแรงงานที่เข้าไปทำงานในโรงงานแปรรูป เป็นต้น

 

วันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย นายยงยุทธ ลิ่มพานิช หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง นายอำนวย อุ่นฤกษ์ ประมงอำเภอเมือง และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริม ฯ เข้าร่วมจัดนิทรรศการ โครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน  ครั้งที่ 3 ณ โรงเรียนวชิรธรรมสถิต หมู่ที่ 12 ต.ตำนาน อ.เมือง จังหวัดพัทลุง ภายในงานมีกิจกรรมมอบพันธุ์ปลากินพืชให้แก่ผู้นำชุมชนในท้องที่ และแจกจ่ายให้ประชาชนผู้ที่เข้ารับบริการ จำนวน 100 ถุง โดยได้รับสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง นอกจากนี้แจกเอกสารและให้คำปรึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยมี นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานฯ

วันที่ 21 ตุลาคม 2563 
นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายถาวร รุกขสุคนธ์ ประมงอำเภอเขาชัยสน นางสาวจารุพร หนูฤทธิ นักวิชาการประมปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมฯ สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง เข้าร่วมจัดนิทรรศการโครงหน่วยการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2564 ณ วัดจรณาราม ต.หานโพธิ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โดยมี นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานฯ กิจกรรมแจกพันธุ์ปลากินพืช  จำนวน 100 ถุง และเอกสารการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมคำปรึกษาการรับมือในสภาวะน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน

วันที่ 28 สิงหาคม 2563 
นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง เข้าร่วมสัมมนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านและประมงอาสา เพื่อขับเคลื่อน เมืองเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน และสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรในการบูรณาการทำงานในระดับพื้นที่ ณ อนันตารีสอร์ท อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง โดยมี นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง เขต 3 เป็นประธาน

วันที่ 25 สิงหาคม 2563 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย นายยงยุทธ ลิ่มพานิช หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง และ นางสาวจารุพร หนูฤทธิ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและการตลาดกุ้งทะเลเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ปี 2561 ระดับจังหวัด (ระยะที่ 2) ครั้งที่ 1/2563 เพื่อพิจารณา และรับรองรายชื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 2 จำนวน 60 ราย ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง โดยมี นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานการประชุมฯ

วันที่ 20 สิงหาคม 2563 นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ประธานเปิดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพัทลุง ข้าราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 500,000 ตัว ณ อ่างเก็บน้ำบางหนอน บ้านท่าสำเภาเหนือ หมู่ที่ 7 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง

วันที่ 19 สิงหาคม 2563 นายสันติชัย รังสิยาภิรมย์ ประมงจังหวัดพัทลุง มอบหมายให้ นายสมปราถ นวลแก้ว ประมงอำเภอกงหรา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง เข้าร่วมจัดนิทรรศการ คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ พร้อมแจกพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่เกษตรกร จำนวน 100 ถุง ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง ในโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ณ วัดเขาวงก์ ตำบลกงหรา อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง โดยมีนายสมควร ปล้องอ่อน นายอำเภอกงหรา เป็นประธานฯ

  •  บทความ
  •  Hit 20 อันดับ
  • ขอเชิญเกษตรกรในพื้นที่อำเภอปากพะยูน เข้าร่วม “โครงการ 5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่” ถวายในหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561.. (2,700)  เปิดจวนฯชวนน้อง เยี่ยมชม บ้านเจ้าเมืองพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ บริเวณบ้านพ.. (1,101) แบบฟอร์ม1.. (966) ประกาศรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 5 ประสาร สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2561.. (922) การจดแจ้งประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล (กุ้งขาวแวนนาไม).. (863) ประชุมเพื่อเตรียมการจัดกิจกรรม โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครั้งที่ 2 .. (737) นายชัชชลิต บุญศิริ นายอำเภอบางแก้ว เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ ถ่ายทอดความรู้เพื่อเริ่มฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ปี 2561 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภ.. (735) นายสมพร มณีรัตน์ นายอำเภอปากพะยูน เป็นประธานเปิดหน่วยบริการ คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2561 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านโหนดหม.. (718) ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าประมงออนไลน์.. (701) ข่าวรับสมัครงาน.. (687) ร่วมประชุมการบริหารจัดการกลุ่มเลี้ยงกุ้งทะเลเกาะนางคำ (กุ้งขาว)  โดยมีนายปรีชา  บริเพ็ชร  ประมงอำเภอปากพะยูน.. (667) ร่วมการติดตามคณะของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวชุติมา บุณยประภัศร) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมนาแปลงใหญ่ จังหวัดพัทลุง.. (653) ประกาศเรื่องเผยแพร่แผนการจัดซืื้อจัดจ้าง.. (646) อบรมเกษตรกรอำเภอควนขนุน เข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรสู่ Smart Farmer ประจำปีงบประมาณ 2561 .. (638) ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง.. (621) ประกาศผู้ชนะการจัดซื้อวัสดุเกษตร.. (583) ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าประมงฯ.. (582) งบทดลองประจำเดือน.. (575) อบรมหลักสูตรกลาง การปรับแนวคิดเกษตร ทฤษฎีใหม่ ภายใต้โครงการ “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 รุ่นที่ 1 ระหว่างวันท.. (568) นายสายันต์ เอี่ยมรอด ผู้ตรวจราชการกรมประมง ลงพื้นที่ติดตามงาน ในพื้นที่อำเภอเขาชัยสน และประชุมหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดพัทลุง ณ ประชุมห้องประชุมส.. (556)