ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา 

 เผยเเพร่: 2017-03-06  |  อ่าน: 1,438 ครั้ง

 

         

 การประมงในอดีตนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดตั้งกรมประมงในปี 2469 จนถึงช่วงก่อนที่จะมีการจัดทำแบบพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขึ้นในปี พ.ศ.2504 ส่วนใหญ่เน้นหนักไปในด้านบำรุงรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังไม่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจ

          ในปี พ.ศ. 2492 มีการจัดตั้งสถานีประมงน้ำกร่อยที่ตำบลคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นการเริ่มต้นกิจกรรมทางด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง มีการศึกษาชีวประวัติของสัตว์น้ำกร่อยและการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำหลายชนิด  เช่น กุ้งทะเล ปลาทะเล 

          ปี พ.ศ.2516 สถานีประมงทะเลสงขลาได้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวเป็นครั้งแรกหลังจากนั้นมีรายงานถึงความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ ปลากระบอก ปูทะเล กุ้งแชบ๊วยและกุ้งก้ามกราม จากความสำคัญของสัตว์น้ำชายฝั่งที่ได้ช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร กรมประมงจึงได้มี การจัดตั้ง กองประมงน้ำกร่อยขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการกรมประมง 

          การพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเริ่มต้นเมื่อมีการจัดตั้งสถานีประมงชายฝั่ง ซึ่งสถานีประมงชายฝั่งแห่งแรกของกรมประมง มีชื่อว่าสถานีประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2496 ณ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม ทดลอง และส่งเสริมการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล


         ในปี พ.ศ. 2518 กรมประมงได้แบ่งส่วนราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการกรมประมง พ.ศ. 2518 โดย “กองประมงน้ำกร่อย” ได้ถูกจัดตั้งขึ้นให้เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับงานด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อทำการศึกษา ทดลอง ค้นคว้าและวิจัยการประมงน้ำกร่อย โดยทำการสำรวจด้านชีววิทยาการประมง การเพาะเลี้ยง การบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำกร่อย พัฒนาการประมงบริเวณชายฝั่งทะเล เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนให้คำแนะนำ ส่งเสริมอาชีพการประมงบริเวณชายฝั่ง


          ในปี พ.ศ. 2533 กรมประมงได้มีการปรับปรุงโครงสร้างภายใน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับภารกิจและสอดคล้องกับสภาณการณ์ด้านการประมงที่มีพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป กองประมงน้ำกร่อย จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง” 


          ในปี พ.ศ. 2545 รัฐบาลได้ปรับโครงสร้างระบบราชการใหม่โดยเปลี่ยนชื่อจากเดิม กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เป็น “สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง” มีอำนาจหน้าที่ศึกษา ค้นคว้าวิจัยพัฒนา ด้านเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง,ทรัพยากรประมงและสิ่งแวดล้อมในแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง , การผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ และด้านโรคสัตว์น้ำชายฝั่ง รวมทั้งกำหนดมาตรฐานฟาร์ม ตรวจสอบผลผลิต และกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่ง


          ในปี พ.ศ. 2558 สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง” ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557 โดยมีอำนาจหน้าที่ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง การจัดการฟาร์ม อาหารสัตว์น้ำชายฝั่ง โรคสัตว์น้ำชายฝั่ง สาหร่ายทะเล ผลิตและการขยายพันธุ์สัตว์น้ำ รวมทั้งกำกับ ควบคุม ตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่ง สุขอนามัยฟาร์ม โรคระบาด การใช้ยาและเคมีภัณฑ์ อาหารสัตว์น้ำชายฝั่ง และจุลินทรีย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือมาตรฐานสากล ดำเนินการเกี่ยวกับสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งและพรรณไม้น้ำชายฝั่ง และให้บริการวิชาการและเทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สาหร่ายทะเล สุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง และอาหารสัตว์น้ำชายฝั่ง

          ในปี พ.ศ. 2559 ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559 ได้ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและอำนาจหน้าที่ของกรมประมง เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งกรมประมงได้กำหนดโครงสร้างแบ่งงานภายในและหน้าที่รับผิดชอบของ “กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง” (เดิมชื่อ กองวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง) โดยมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สัตว์ทะเล สาหร่ายทะเล และการจัดการฟาร์ม ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจและอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สัตว์ทะเล และสาหร่ายทะเล รวมทั้งกำกับ ควบคุม ตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่ง และการบริหารงานระบบชลประทานน้ำเค็ม ดำเนินการเกี่ยวกับสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่ง และให้บริการทางวิชาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และให้คำปรึกษาแนะนำ และบริการตรวจวินิจฉัยคุณภาพดินและน้ำ รวมทั้งกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง