ข้อมูลความร่วมมือด้านการประมงระดับทวิภาคี ไทย - เวียดนาม

การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการ ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษต.. [2020-08-05 ] ประกาศการรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป.. [2020-07-21 ] การประชุมทางไกลเพื่อพิจารณาเอกสารการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อการต่อ.. [2020-07-21 ] การประชุมหารือร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อพิจารณากิจกรรม/โครงการด้.. [2020-07-21 ] การประชุม The 28th Meeting of the ASEAN Sectoral Working Group on Fish.. [2020-06-25 ] การประชุม The 12th Meeting of ASEAN Fisheries Consultative Forum (12th.. [2020-06-23 ] การประชุมจัดทำนโยบายการพัฒนา การส่งเสริม การแก้ไขปัญหาการประมงในน่านน้.. [2020-05-20 ] นโยบายการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารของสหภาพ.. [2020-05-18 ] องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ).. [2020-04-29 ] กรีนพีซ (GREENPEACE).. [2020-04-29 ]
อ่านทั้งหมด 

ข้อมูลความร่วมมือด้านการประมงระดับทวิภาคี ไทย - เวียดนาม 

 เผยเเพร่: 2020-04-29  |  อ่าน: 201 ครั้ง

 

ข้อมูลความร่วมมือด้านการประมงระดับทวิภาคี ไทย - เวียดนาม


๑. การค้าไทย - เวียดนาม
การส่งออกสินค้าประมงของไทยไปยังเวียดนามปี ๒๕๕๘ มีการส่งออกมูลค่า 5,965.87 ล้านบาท ซึ่งในปี ๒๕๕๙ มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 8,469.16 ล้านบาท แต่หลังจาก ปี ๒๕๕๙ เป็นต้นไปมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ - ๒๕๖๒ โดยมีมูลค่าการส่งออกปีละ 7,826.13 ล้านบาท 5,109.14 ล้านบาท และ 2,598.32 ล้านบาทตามลำดับ ในขณะที่การนำเข้าสินค้าจากเวียดนามในปี ๒๕๕๘ มีมูลค่า 8,060.82 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ - ๒๕๖๒ มีแนวโน้มมูลค่าการนำเข้าคงที่ เฉลี่ยประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี โดยมีการนำเข้าสินค้าประมงปี ๒๕๕๙ - ๒๕๖๒ มูลค่า 10,621.01 ล้านบาท 9,879.16 ล้านบาท 10,576.77 ล้านบาท และ 9,766.32 ล้านบาท ตามลำดับ โดยจะเห็นได้ว่าไทยเป็นฝ่าย
เสียดุลการค้ามาอย่างต่อเนื่อง
๑.๑ ปี ๒๕๖๒ สินค้าประมงนำเข้าที่สำคัญ ๓ อันดับ ได้แก่
    ๑.๑.๑ เนื้อปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง ปริมาณ 68,861.37 ตัน มูลค่า 4,549.90 ล้านบาท
    ๑.๑.๒ อาหารทะเลกระป๋อง (ไม่รวมกุ้ง) ปริมาณ 18,274.04 ตัน มูลค่า 1,537.48 ล้านบาท
    ๑.๑.๓ หมึกแห้ง ปริมาณ 6,183.62 ตัน มูลค่า 1,499.31 ล้านบาท
    ๑.๒ ปี ๒๕๖๒ สินค้าประมงส่งออกที่สำคัญ ๓ อันดับ ได้แก่
        ๑.๒.๑ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ปริมาณ 1,282.70 ตัน มูลค่า 545.32 ล้านบาท
    ๑.๒.๒ ปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง(รวมตับและไข่) ปริมาณ 7,022.94 ตัน มูลค่า 540.17 ล้านบาท
    ๑.๒.๓ ปลาป่น ที่มีโปรตีนตั้งแต่ร้อยละ 60 ปริมาณ 12,599.20 ตัน มูลค่า 462.55 ล้านบาท


๒. กรอบความร่วมมือ
    ๒.๑ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
แห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ลงนามเมื่อวันที่
21 กรกฎาคม 2546 โดยมีการจัดประชุมครั้งล่าสุด ครั้งที่ ๗ เมื่อปี ๒๕๖๑ ซึ่งภายใต้ MoU ด้านการเกษตร
มีกรอบการประชุมคณะทำงานร่วมกลุ่มย่อยด้านการประมงระหว่างกรมประมงไทยและกรมประมงเวียดนาม โดยมีการจัดประชุมครั้งล่าสุด ครั้งที่ ๖ เมื่อปี ๒๕๖๒
๒.๒ ด้านการเมืองและความมั่นคง มีกรอบการประชุมคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง (Joint Working Group on Political and Security Cooperation : JWG on PSC) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยประสานงานหลัก
๒.๓ ด้านการค้า มีกรอบการประชุมคณะอนุกรรมการการค้าร่วม (Joint Trade Commission : JTC) จัดตั้งเมื่อปี 2538 มีอธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย


๓. สถานะความร่วมมือ
๓.๑ การประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตร ล่าสุดเวียดนามเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ ๗ เมื่อเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๑ ซึ่งการประชุมนี้จะเป็นการรายงานความคืบหน้าของโครงการที่ได้หารือในการประชุมคณะทำงานร่วมกลุ่มย่อยด้านประมง และโครงการอื่น ๆ ในด้านการเกษตร
๓.๒ การประชุมคณะทำงานร่วมกลุ่มย่อยด้านการประมง ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ครั้งที่ ๖ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี ๒๕๖๒ และศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออก เรือประมง เขต ๓ จังหวัดภูเก็ต ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การนำเสนอนโยบายในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของแต่ละฝ่ายและหารือโครงการความร่วมมือตามมติการประชุมคณะทำงานร่วมฯ ครั้งที่ ๕ เช่น โครงการจัดสร้างปะการังเทียม และโครงการเพาะเลี้ยงปูทะเลซึ่งฝ่ายเวียดนามแจ้งว่ายินดีจัดการศึกษาดูงานการเพาะเลี้ยงและการอนุบาลปูทะเล ทั้งนี้ ฝ่ายเวียดนามได้ขอชะลอโครงการด้านอาหารสัตว์น้ำเนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎระเบียบฉบับใหม่ และแจ้งว่าไม่มีองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชุมชนตามที่ฝ่ายไทยเสนอขอความร่วมมือ ฝ่ายเวียดนามยินดีจะจัดการสัมมนาเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรฐาน GAPs และระบบตรวจสอบย้อนกลับในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฝ่ายไทยขอความอนุเคราะห์ฝ่ายเวียดนามในการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรับรองการจับสัตว์น้ำ และทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่างความตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้าน IUUF ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะนำกลับไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
๓.๓ การประชุมคณะทำงานร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย พร้อมด้วยผู้แทนจาก สตช. ทร. ศรชล. กต. สมช. พม. รง. จท. สกต. โดยประชุมร่วมกับคณะทำงาน ๖๘๙ ของเวียดนาม
ซึ่งล่าสุดกรมประมงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างคณะทำงานร่วมฝ่ายไทยเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและคณะทำงานกลุ่ม 689 ของฝ่ายเวียดนาม ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓ ธ.ค. ๖๒ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และนำเสนอมาตรการในการควบคุม ป้องกันไม่ให้เรือประมงรุกล้ำน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง ศรชล. ได้มีการนำเสนอภารกิจหน้าที่ภายหลังจากที่ได้มีการยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการให้ฝ่ายเวียดนามรับทราบ ฝ่ายไทยนำเสนอความคืบหน้าโครงการจัดสร้างปะการังเทียม ฝ่ายไทยได้เสนอให้มีความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรือประมงที่มีความเสี่ยงว่าอาจเป็นเรือประมงผิดกฎหมายที่จะนำสัตว์น้ำมาขึ้นท่า และทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาร่างความตกลง
ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการต่อต้าน IUUF ซึ่งได้เห็นชอบร่วมกันในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งกรมประมงได้เสนอขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาขออนุมัติการลงนาม ล่าสุด กรมประมงได้รับข้อคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรมสนธิสัญญาและกฎหมายแล้ว ซึ่ได้ปรับแก้ไขและส่งให้ฝ่ายเวียดนามพิจารณาก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติการลงนาม โดยกระทรวงการต่างประเทศมีท่าทีอยากให้เกิดการลงนามในการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย - เวียดนามอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ ๔ ในวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ ที่เวียดนาม
๓.๔ กรมประมงเวียดนามขอเข้าพบหารือเพื่อขอรับทราบประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ระหว่างวันที่ ๒๘ - ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เพื่อขอรับทราบประสบการณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา IUUF และปลดสถานะใบเหลืองจากสหภาพยุโรป โดยได้มีการหารือการออกกฎหมายหรือกฎระเบียบข้อบังคับในการควบคุมการทำการประมง การจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงในจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับชายฝั่งทะเล การแลกเปลี่ยนข้อมูลเรือประมง IUU และได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของศูนย์ Fisheries Monitoring Center:FMC และศูนย์ควบคุมการการแจ้งเข้า - ออก เรือประมง เขต 1 จังหวัดสมุทรสาคร และท่าเรือ จังหวัดสมุทรปราการ 
๓.๕ กรมประมงมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring Systen:VMS) เดินทางไปเวียดนามเพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเวียดนามฯ ในการวางแผนการดำเนินงานด้านระบบ VMS และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติงานของกรมประมงเวียดนาม ซึ่งกรมประมงได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังเวียดนามเมื่อวันที่ ๕ - ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒
๓.๖ คณะผู้แทนจากกรมประมงสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Department of Fisheries Resources surveillance) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑๒ ราย เข้าศึกษาดูงานศูนย์ Fisheries Monitoring Center ณ กรมประมง และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง เขต ๑ จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ ๒ - ๓ มีนาคม ๒๕๖๓ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา IUUF ของประเทศไทยในการปลดสถานะใบเหลืองจากสหภาพยุโรป โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง
๓.๗ การประชุมคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างไทยกับเวียดนาม ครั้งที่ ๑๑ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ - ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยฝ่ายไทยมีพลเอก วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหัวหน้าคณะ และฝ่ายเวียดนามมีพลตำรวจโทอาวุโส บุ่ย วัน นัม (Bui Van Nam) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นหัวหน้าคณะ โดยที่ประชุมได้หารือกรอบความร่วมมือด้านการเมือง ด้านความมั่นคงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ได้แก่ การต่อต้านการค้ายาเสพติดการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและค้ามนุษย์ และการก่อการร้าย ด้านกิจการยุติธรรมและกฎหมาย และความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ซึ่งฝ่ายเวียดนามแสดงความยินดีกับฝ่ายไทยที่ปลดสถานะใบเหลืองจากสหภาพยุโรปได้สำเร็จโดยปัจจุบันเวียดนามยังคงติดสถานะใบเหลือง ซึ่งเวียดนามได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาการประมง IUUF โดยการออกกฎหมายฉบับใหม่ การควบคุมใบอนุญาตการทำประมง การติดตั้งระบบติดตามเรือประมงในเรือที่มีความยาว ๑๕ เมตรขึ้นไป และเข้าร่วมเป็นสมาชิกรัฐเจ้าของท่า ซึ่งเรือประมงเวียดนามไม่มีการรุกล้ำน่านน้ำแปซิฟิกแล้วแต่ยังคงพบการรุกล้ำน่านน้ำไทย โดยฝ่ายเวียดนามขอให้ฝ่ายไทยดำเนินการกับชาวประมงที่กระทำผิดกฎหมายตามหลักมนุษยธรรมและไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และอำนวยความสะดวกในการส่งชาวประมงเวียดนามที่ถูกจับกุมเดินทางกลับประเทศ
๓.๘ โครงการให้ความช่วยเหลือจัดสร้างปะการังเทียมในบริเวณจังหวัดก่าเมา ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงการต่างประเทศโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกับกรมประมง ดำเนินโครงการจัดสร้างปะการังเทียมบริเวณพื้นที่จังหวัดก่าเมาของเวียดนาม เพื่อลดปัญหาการรุกล้ำน่านน้ำโดยการเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำให้แก่เวียดนาม ซึ่งกรมประมงมอบหมายข้าราชการกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล จำนวน ๒ ราย และสำนักงานเลขานุการกรมกลุ่มวิศวกรรมประมง จำนวน ๒ ราย เดินทางไปหารือการจัดทำ TOR โครงการจัดสร้างปะการังเทียมฯ ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ (รวมวันเดินทาง) ซึ่งได้ทำ TOR เสร็จสิ้นแล้ว ล่าสุด กพท. และ สลก. อยู่ระหว่างจัดทำแผนงานในการเดินทางไปให้คำแนะนำและตรวจสอบกระบวนการจัดสร้างเพื่อส่งให้กรมความร่วมมือระหว่างประเทศพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการเดินทางกลุ่มความร่วมมือทวิภาคี กองประมงต่างประเทศ

 

มีนาคม ๒๕๖๓