งานวิจัย ปลากะพงทอง หรือ

 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต

งานวิจัย ปลากะพงทอง หรือ  

ข่าวประชาสัมพันธ์

 เผยเเพร่: 2020-10-26  |   ข่าววันที่: 2020-10-26 |  อ่าน: 1,067 ครั้ง
 

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสามารถเพาะพันธุ์ปลากะพงทอง หรือปลาอังเกยสำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับทดแทนการจับจากธรรมชาติ ซึ่งนับวันมีปริมาณลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะสัตว์น้ำเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนเป็นการสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรไทย
         ทั้งนี้ ปลากะพงทอง ถือเป็นปลาทะเลเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน เป็นต้น ปัจจุบันยังไม่มีการเพาะเลี้ยงปลากะพงทองเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย  ปลากะพงทองที่นำมาบริโภคส่วนใหญ่ได้มาจากการจับจากธรรมชาติ ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง  โดยปลากะพงทองขนาด 800 - 1,000 กรัม กิโลกรัมละ 180 - 220 บาท กรมประมงจึงได้สนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัดเร่งทำการศึกษา วิจัย การเพาะพันธุ์ปลากะพงทอง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงต่อไป
         ด้าน นางพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) กล่าวว่า ปลากะพงทอง หรือรู้จักันแพร่หลายในชื่อปลาอังเกย พบได้ในทะเลฝั่งอันดามัน บริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา มีชื่อสามัญว่า Golden Snapper และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lutjanus johnii  ลักษณะลำตัวมีสีเหลืองทอง และมีจุดสีดำใหญ่บริเวณลำตัวค่อนมาทางครีบหาง ปากมีเขี้ยวและฟันแหลมคม เนื้อแน่น รสชาติดี มีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 สูง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น นึ่งซีอิ้ว ต้มยำ แกงส้ม ทอดกระเทียม ลวกจิ้ม และซาซิมิ เป็นต้น

สำหรับผลงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 (ภูเก็ต) ล่าสุดการเพาะพันธุ์ปลากะพงทองโดยใช้วิธีการฉีดฮอร์โมน Suprefact ร่วมกับ Motilium ทั้งในพ่อและแม่พันธุ์ปลาที่จับจากธรรมชาติ เพื่อกระตุ้นการสืบพันธุ์แล้วปล่อยให้ปลาผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ แม่ปลาที่ฉีดฮอร์โมนวางไข่ ไข่ฟักออกเป็นตัว อัตราฟักร้อยละ 85 จากนั้นจึงนำลูกปลาวัยอ่อนไปอนุบาลต่อในบ่อคอนกรีต ซึ่งลูกปลามีอัตราการรอดและการเจริญเติบโตที่ดี ขณะนี้กำลังเร่งผลิตลูกพันธุ์ปลากะพงทองขนาด 3 เซนติเมตร หรือ 1.2 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมต่อการนำไปเลี้ยงในกระชังได้
         โดยมีการจำหน่ายให้แก่เกษตรกรหลายรุ่นแล้วในราคาเริ่มต้นตัวละ 2 บาท (ขนาด 1 เซนติเมตร) ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงเช่น พังงา และกระบี่ ได้นำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงในกระชังบริเวณริมฝั่งทะเล โดยให้กินปลาสดและอาหารเม็ด วันละ 1 - 2 มื้อ ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 8 - 9 เดือน จะได้ปลาขนาด 800 – 1,000 กรัม ซึ่งทยอยจับขายให้ร้านอาหารหรือภัตตาคารได้ ทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังได้ทำการปล่อยลูกปลากะพงทองจำนวนหนึ่งคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประชากรในแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมให้คงความอุดมสมบูรณ์

 Tags

  •  Hits 10 อันดับ
  • การคัดแยกขยะมูลฝอย.. (3,521)  งานวิจัย ปลากะพงทอง หรือ .. (1,067) การเพาะเลี้ยงหอยชักตีนด้วยอาหารเม็ด.. (593) ผลการเสริม DHA (Docosahexaenoic acid,22:6n-3 ) ในโรติเฟอร์และอาร์ทีเมีย ต่อการอนุบาลลูกปลาทู (Rastrelliger brachysoma).. (576) ประวัติความเป็นมา.. (558) อำนาจหน้าที่/วิสัยทัศน์.. (444) นางพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต ให้การต้อนรับ สำนักงบประมาณ และกองแผนงาน กรมประมง ในการเยี่ยมชมการเพาะ.. (435) นางพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต ร่วมจัดนิทรรศการกุ้งมังกร.. (416) ศพช.ภูเก็ต รับสมัครเกษตรกรรุ่นใหม่ ร่วมโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer.. (370) ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งทะเล ระดับพื้นที่ ครั้งที่ 1/2564.. (348)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2565 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต

      ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต  ได้จัดตั้งศูนย์บริการประชาชนด้านการประมง เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารให้ประชาชนได้รับความสะดวก (1) โทรศัพท์ : 076-510052-3 ,0887651393  (2) e-mail : phuketcoastal@gmail.com (3) websile:https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/site2/cf-phuket ติดต่อ 076-510053, 088-7651393, 086-9418612, 095-4293624