กรมประมง มั่นใจ !ประมงไทยใสสะอาดปราศจากการประมง IUU และการค้ามนุษย์

 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์


กรมประมง มั่นใจ !ประมงไทยใสสะอาดปราศจากการประมง IUU และการค้ามนุษย์ 



ภายใต้ความกังวลทั่วโลกในเรื่องคุณภาพมหาสมุทร การทำประมงผิดกฎหมาย รวมถึงปัญหาการค้ามนุษย์ ประเทศไทยได้ผ่านก้าวสำคัญในการต่อสู้กับการทำประมง IUU ปัญหาแรงงานและการคุ้มครองอุตสาหกรรมการทำประมงมาได้แล้ว โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งหากย้อนกลับไปในทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาการทำประมง IUU ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังพบมีการกดขี่ข่มเหงแรงงานบนเรือประมง ทำให้ภาพลักษณ์กองเรือประมงไทยเสื่อมเสีย ประกอบกับการขาดมาตรการในการควบคุมและเฝ้าระวังเรือประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำประมงนอกน่านน้ำ นอกจากนี้ ปัญหาทรัพยากรสัตว์น้ำได้ลดน้อยถอยลงเป็นลำดับเนื่องจากการทำประมงเกินขนาด อันมีสาเหตุมาจากการขาดมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง และก่อนปี 2558 กรอบกฎหมายประมงของประเทศไทย ไม่สามารถตอบสนองต่อพันธกรณีว่าด้วยการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรทางทะเลกฎหมายทะเลสากลและข้อตกลงระหว่างประเทศในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรทะเลได้

? นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดให้มีการดำเนินการปฏิรูปภาคการประมงไทยให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหา IUU ซึ่งนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ขานรับนโยบายพร้อมมีการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวฯ อย่างต่อเนื่องที่จะทำให้ประเทศไทย ได้มีการปฏิรูปกรอบกฎหมายในช่วงปี 2558 ถึงปี 2561 เพื่อแก้ไขปัญหาร้ายแรงเหล่านี้ และได้เปลี่ยนแปลงภาคประมงของประเทศไทยไปสู่ระบบที่สร้างความรุ่งเรือง ยั่งยืนในอาชีพประมง และปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมงจนถึงรุ่นลูกหลาน หากไม่มีการปฏิรูปดังกล่าว ภาคประมงของประเทศไทยอาจจะเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วและเป็นเหตุให้นานาประเทศมีข้อตำหนิติเตียน

?ประเทศไทยจึงมีภารกิจในการแก้ไขและรับมือกับปัญหาที่ท้าทายต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในการแก้ปัญหาการทำประมง IUU และการบังคับใช้แรงงาน รัฐบาลไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในหลากหลายมิติ ได้แก่ การสร้างกรอบกฎหมายและนโยบายใหม่ การบริหารจัดการกองเรือประมงและทรัพยากรประมง การสร้างระบบติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุมการทำประมง ที่ทันสมัยการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษ การปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ การป้องกันแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน และการขยายความร่วมมือเชิงรุกระหว่างประเทศกับรัฐต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

?โดยในปี 2562 ประเทศไทยสามารถคลี่คลายปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายได้เป็นอย่างดีในทุกมิติ จนสหภาพยุโรปได้ประกาศปลดสถานะใบเหลืองในการด้านการประมง IUU ที่ได้ประกาศให้ประเทศไทยไว้ตั้งแต่ปี 2558 เพื่อแสดงการยอมรับต่อความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUUของไทย นอกจากนี้ มูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม (The Environmental Justice Foundation: EJF) และองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ยังชื่นชมประเทศไทย

ที่ยึดมั่นต่อ......

ที่ยึดมั่นต่อพันธกรณีและความพยายามในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในประเทศ อีกทั้งยังยกให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบแก่ประเทศอื่น ๆ ภายในภูมิภาคในฐานะรัฐเจ้าของธง รัฐชายฝั่ง และรัฐเจ้าท่าในการต่อสู้กับการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจังประเทศไทยได้แก้ไขกรอบกฎหมายด้านประมงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันการยับยั้ง และขจัดการประมงผิดกฎหมายและยังได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการประมง IUU ได้แก่ UNCLOS, UNFSA, PSMA เป็นต้น เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ เช่น ล่าสุดได้ให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO C188 ภายในกรอบกฎหมายประมงใหม่และกฎหมายทะเลสากล ได้ปรับเปลี่ยนการทำประมงอย่างเสรีมาเป็นการทำประมงแบบควบคุมภายใต้การจำกัดออกใบอนุญาตทำการประมง ระบบดังกล่าวดำเนินการโดยยึดหลักจุดอ้างอิง (Reference Point) หรือการประเมินผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน (Maximum Sustainable Yield: MSY) และปริมาณสูงสุดของสัตว์น้ำที่อนุญาตให้ทำการประมง เพื่อป้องกันการทำประมงเกินขนาด รวมถึงจัดทำมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความพยามในการลงแรงประมงในน่านน้ำไทยรัฐบาลไทยได้จัดสรรงบประมาณพิเศษเป็นเงิน 110 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการดำเนินการต่อต้านการทำประมงผิด งบประมาณดังกล่าวทำให้หน่วยงานของไทยสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นระบบ ผ่านแผนการบริหารจัดการประมง (Fisheries Management Plan: FMP) และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (National Plan of Action on IUU: NPOA-IUU) ที่ได้วางไว้

?รัฐบาลไทยได้พัฒนาและเสริมสร้างระบบการติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุม (Monitoring, Control and Surveillance System: MCS) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเข้า-ออกจากท่าเรือของเรือประมง การตรวจสอบเรือประมงที่ท่าเรือ การตรวจสอบเรือประมงในทะเล การเฝ้าระวังทางอากาศ การตรวจสอบแรงงานบนเรือประมง และการควบคุมการทำประมงระยะไกล โดยศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (Fishery Monitoring Center: FMC) โดยใช้ฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศที่ทันสมัย ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ โดยปฏิบัติงานในการตรวจสอบแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

?สำหรับการทำประมงนอกน่านน้ำ ประเทศไทยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อติดตั้งระบบรายงานผลการทำประมง (Electronic Recording and Reporting System : ERS) ระบบรายงานแบบอิเลคทรอนิกส์ในสมุดบันทึกทำการประมง (E-Logbook) นอกจากนี้ ยังใช้อุปกรณ์ drum-rotationsensors เพื่อตรวจสอบการใช้เครื่องมือประมง รวมทั้งใช้อุปกรณ์ VMS และ AIS เพื่อติดตามพิกัดของเรือประมง ใช้อุปกรณ์ Hatch Sensors เพื่อตรวจติดตามการครอบครองสัตว์น้ำบนเรือประมง อุปกรณ์เหล่านี้สามารถควบคุมและติดตามเฝ้าระวังกิจกรรมการทำประมงของเรือประมงนอกน่านน้ำและกิจกรรมการขนถ่ายสัตว์น้ำของเรือขนถ่ายสัตว์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านี้ เพื่อป้องกันการทำประมง การขนถ่ายสัตว์น้ำและแรงงานบนเรือประมงที่ผิดกฎหมาย เรือประมงนอกน่านน้ำจะต้องมีผู้สังเกตการณ์บนเรือประมงเฝ้าติดตามพฤติกรรมการทำประมงและความเป็นอยู่ของลูกเรือเรือประมงด้วย

?ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้แปรรูปและส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ของโลก ประเทศได้ได้ติดตั้งระบบตรวจสอบย้อนกลับครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต รวมถึงการขนส่งภายใต้การตรวจสอบและการบริหารจัดการตามความเสี่ยง

ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันมิให้สัตว์น้ำที่ได้มาจากการทำประมงผิดกฎหมายเข้ามาในระบบ ประเทศไทยได้สร้างอนาคตใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการทำประมงและอาหารทะเล ผ่านการปฏิรูปในระดับฐานรากและในส่วนต่างๆ ปัจจุบันสินค้าประมงของไทยมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ถูกกฎหมายมากขึ้น มีความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

และไม่ผิดกฎหมาย....

และไม่ผิดกฎหมาย สินค้าของประเทศไทยสามารถตรวจสอบย้อนกลับผ่านระบบ e-traceability ตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ทะเลจนถึงโต๊ะอาหาร นอกเหนือจากการควบคุมสุขอนามัยตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงโรงงานแปรรูป และการส่งออกแล้ว สินค้าประมงเพื่อการส่งออกทุกชนิดจะต้องได้รับตรวจสอบพิสูจน์และรับรองโดยกรมประมงว่า ไม่ได้มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย โดยจะมีการป้องกันสัตว์น้ำที่ผิดกฎหมายเข้าในระบบอย่างเข้มงวดภายในนโยบายการพัฒนาประมงของไทยให้ปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำจากการทำประมง IUU หรือ IUU-Free Policy ของรัฐบาล

?รัฐบาลไทยตระหนักดีถึงความสำคัญของสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและรัฐเจ้าของธง รัฐเจ้าท่า รัฐชายฝั่ง และ RFMOs ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกิจกรรมการประมงของเรือต้องสงสัยหรือเรือประมงที่ทำผิดกฎหมาย ประเทศไทยขยายความร่วมมือว่าด้วยการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อการต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย(ASEAN Network for Combating IUU Fishing หรือ AN-IUU)AN-IUU มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการต่อต้านและการดำเนินการกับเรือประมงที่ทำการประมงผิดกฎหมายในภูมิภาค การจัดทำความร่วมมือกับองค์กรสำคัญ เช่น EJF OceanMind, Seafood Task Force รวมทั้ง RFMOs ที่เกี่ยวข้อง เช่น IOTC และ SIOFA อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อสู้กับการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าเรือประมงนอกน่านน้ำและเรือขนถ่ายสัตว์น้ำของไทยปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลและมาตรการบริหารจัดการและอนุรักษ์ระหว่างประเทศ

?ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมง การต่อต้านการค้ามนุษย์ยังคงเป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2558 ประเทศไทยได้รับการเลื่อนระดับจากกลุ่มที่ 3 ของบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองในเรื่องของการค้ามนุษย์ ในปี 2557 ไปอยู่ในกลุ่มที่ 2 ในปี 2561 และยังคงอยู่ในกลุ่มที่ 2 มาเป็นเวลา 3 ปี รัฐบาลไทยยังคงความพยายามอย่างยิ่งยวดในการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยดำเนินการตามนโยบายอย่างเข้มแข็งในการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดในข้อหาค้ามนุษย์ เพื่อให้เหยื่อจากการค้ามนุษย์มีความปลอดภัยและได้รับความคุ้มครอง ตลอดจนดำเนินการตามมาตรการป้องกันเพื่อคุ้มครองกลุ่มผู้เปราะบางจากการค้ามนุษย์ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันและขจัดแรงงานผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล แรงงานข้ามชาติทุกคนในภาคประมงจะต้องถูกกฎหมาย เราได้แก้ไขกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานและการบริหารจัดการด้านการตรวจคนเข้าเมือง มีการติดตั้งระบบติดตามเฝ้าระวังเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลจะอยู่ดีกินดีและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยยังได้นำมาตรการ 3 ป. (ปราบปราม ปกป้อง และป้องกัน) มาปรับใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านแรงงานที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ยิ่งไปกว่านี้ ประเทศไทยยังได้ดำเนินคดีกับบุคคลที่บังคับใช้แรงงาน และติดตามเฝ้าระวังการกระทำอาชญากรรมในเรื่องดังกล่าวในทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่การผลิตสินค้าประมง ตั้งแต่ท่าเรือ สะพานปลา ไปจนถึงทะเล มีการก่อตั้งทีมงานสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานรัฐบาลและภาคเอกชนเพื่อปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ประมาณ 110,000 คน ได้ลงทะเบียนและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในไทย ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 ปัจจุบัน แรงงานข้ามชาติ ร้อยละ 100 ซึ่งทำงานในภาคอาหารทะเลและการทำการประมง เดินทางเข้ามาในประเทศผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือได้รับการรับรองภายใต้มาตรการพิสูจน์สัญชาติ

?

ประเทศไทยเป็นสมาชิก.....

ประเทศไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 14 ของ ILO และเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาการทำงานในภาคประมง ปี 2550 ที่ 188 หรือ C188 เมื่อเดือนมกราคม 2562 ปัจจุบัน C188 มีผลบังคับใช้ในประเทศไทยแล้ว และรัฐบาลไทยได้ประกาศพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานประมง ปี 2562 ที่สอดคล้องกับ C188 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองแรงงานและป้องกันแรงงานบังคับในภาคประมง ความก้าวหน้าสำคัญในการต่อสู่กับปัญหาการค้ามนุษย์และรูปแบบต่าง ๆ ของการบังคับใช้แรงงาน มีดังนี้ (1) การเพิ่มการระบุผู้เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ (2) ดำเนินคดีและกำหนดบทลงโทษสถานหนักให้แก่ผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในการค้ามนุษย์ (3) จัดทำคู่มือร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เพื่อสร้างมาตรฐานในการฝึกอบรม/นโยบายในการต่อต้านการค้ามนุษย์ และ (4) การตรวจสอบแรงงานร่วมกับทีมงานสหวิชาชีพที่จะช่วยให้สามารถกันและแยกเหยื่อการค้าแรงงานออกมาได้

?สำหรับแรงงานเด็กและแรงงานในรูปแบบที่เลวร้ายนั้น ในปี 2562 ประเทศไทยได้เพิ่มงบประมาณในการตรวจสอบแรงงานร้อยละ 47 จากปี 2560 โดยการเพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบแรงงาน (394 คน) และล่าม (22 คน) นอกจากนี้ ยังเพิ่มการตรวจสอบความเสี่ยงภายในสถานประกอบการอีกด้วย ยิ่งไปกว่านี้ เรายังได้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาให้แก่ลูกหลานของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงจัดฝึกอบรมด้านรูปแบบที่เลวร้ายของแรงงานเด็กให้แก่อาสาสมัครด้านแรงงาน

?ผลจากการดำเนินงานแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ลดลงของคดีค้ามนุษย์ของไทยมาตั้งแต่ปี 2560 ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐบาลและภาคเอกชน รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตลอดจนขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมีมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ในทุกขั้นตอน ในปี 2562 ร้อยละ 36.6 ของผู้กระทำผิดได้รับบทลงโทษที่รุนแรง โดยถูกจำคุกเป็นเวลา 10 ปีหรือมากกว่า 10 ปี ทำให้เกิดผลในการยับยั้งการกระทำผิดมากยิ่งขึ้น ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการเข้า-ออกเรือประมง (Port in – Port out Control Centre: PIPOs) ลูกเรือบนเรือประมงจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยทีมงานสหวิชาชีพทั้งก่อนออกไปทำการประมงและกลับเข้าฝั่งภายหลังจากการทำประมง กรมประมงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบประมงทะเล เพื่อประสานงานการตรวจสอบเรือประมงในทะเล โดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมดำเนินการ ปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้าง ผู้ตรวจสอบแรงงานในอัตราส่วนตามมาตรฐาน ตามแนวทางของ ILO 1 คน ต่อ แรงงาน 15,000 คน โดยในปี 2562 ประเทศไทยมีจำนวนผู้ตรวจสอบแรงงานทั้งสิ้น 1,889 คน

?ในปัจจุบันรัฐบาลไทยยังคงดำเนินนโยบายการต่อต้านการประมง IUU และการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องตลอดมา โดยมุ่งหวังยกระดับการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทยขึ้นไปที่ระดับ Tier 1 ในอนาคต รวมทั้งการปราศจากการทำประมง IUU และการปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมง IUU เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตสินค้าประมงของไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยินดีให้ความร่วมมือกับภาคเอกชนประมง รัฐต่างๆ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อดำรงอาชีพและอุตสาหกรรมการประมงของไทยให้มีความยั่งยืนและได้มาตรฐานสากลสืบไป

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

12 พฤษภาคม 2564

 Tags

  •  บทความหน้าหลัก Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  • ยังไม่มีการจัดลำดับบทความรอบ 6 เดือน!
  •  กิจกรรม Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  •  กรมประมง...ประกาศ “ฤดูน้ำแดง 2565” คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ทั่วประเทศ ย้ำยังคงก...  2,305   กรมประมง เชิญเยาวชนไทยร่วมปลุกพลังมูเตลู กับกิจกรรมประกวดวาดภาพ    1,965  นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายหาราย...  1,341   กรมประมงย้ำ!!! กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ปะการัง หอยมือเสือ“ห้ามค้า ห้ามเพาะ ห้ามครอบ...  1,232  ประชาสัมพันธ์ กรมประมง   956  กรมประมง... เปิดแล้ววันนี้ ร้าน Fisherman Shop@BangKhen   817  กรมประมง ร่วมพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ยกเลิกการใช้สำเนาในการติดต่อราชการ   506  กำหนดจัดฝึกอบรมสำหรับเกษตรกร ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตร "การจัดการสุขภาพสัต...  494  กรมประมง...ประสบความสำเร็จเพาะพันธุ์ “ปลากระทิงไฟ” สนองพระราชเสาวนีย์พระพันปีหล...  476  สงกรานต์นี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล...มีเฮ !! รมว.เกษตรฯ ชงเข้มดันครม.เคาะไฟเข...  455


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2565 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

     กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง เลขที่ 50 เกษตรกลางบางเขน   ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900      prfisheries2563@gmail.com   025620569   025620569   แฟนเพจ