กรมประมง ย้ำ ! ใช้ หรือ มีไว้ครอบครอง “ไอ้โง่”เพื่อทำประมงในแหล่งน้ำสาธารณะ ผิดกฎหมายทุกกรณี

 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์


กรมประมง ย้ำ ! ใช้ หรือ มีไว้ครอบครอง “ไอ้โง่”เพื่อทำประมงในแหล่งน้ำสาธารณะ ผิดกฎหมายทุกกรณี 


ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

HOT กรมประมง ย้ำ ! ใช้ หรือ มีไว้ครอบครอง “ไอ้โง่”เพื่อทำประมงในแหล่งน้ำสาธารณะ ผิดกฎหมายทุกกรณี..คลิก

?นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 67 ได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดใช้หรือมีไว้ในครอบครอง “เครื่องมือลอบพับได้” หรือที่เรียกว่า “ไอ้โง่” เพื่อใช้เครื่องมือดังกล่าวทำการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ทั้งพื้นที่ทะเลและพื้นที่น้ำจืดโดยเด็ดขาด เป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำซึ่งส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนต่อทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างมาก ยกเว้นให้ใช้จับสัตว์น้ำได้เฉพาะในบ่อเพาะเลี้ยงที่เอกชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองเท่านั้น ?เนื่องจากการศึกษาเก็บข้อมูลทางวิชาการ พบว่า เครื่องมือลอบพับได้ หรือ ไอ้โง่ เป็นเครื่องมือทำการประมงประเภทใช้ดักจับสัตว์น้ำ รูปร่างลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหรือทรงกลม ด้านข้างมีทางเข้าของสัตว์น้ำทั้งสองด้านอยู่สลับกันทั้งซ้ายขวา ลอบ 1 ลูก จะมีความยาวประมาณ 8 เมตร ซึ่งเมื่อนำมาทำการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะจะมีประสิทธิภาพจับสัตว์น้ำได้หลายชนิด โดยจากการเก็บข้อมูลในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย พบว่าชาวประมงแต่ละรายใช้เครื่องมือดังกล่าวทำการประมงตั้งแต่ 8 – 100 ลูก วางต่อกันเป็นแนวยาวที่ความลึกของระดับน้ำประมาณ 0.60 – 10 เมตร และใช้ทำการประมงในช่วงตั้งแต่เวลาบ่ายถึงเย็นทิ้งไว้ในเวลากลางคืนและมาเก็บกู้ในตอนเช้าหรือสายของวันรุ่งขึ้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 – 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ใน 1 เดือน สามารถทำการประมงได้ 10 – 30 วัน โดยอัตราการจับสัตว์น้ำเพียง 1 ลำ สามารถจับสัตว์น้ำได้ เฉลี่ยจำนวน 15 กิโลกรัม ประกอบด้วย กลุ่มกุ้งทะเล ร้อยละ 35.39 – 73.68 กลุ่มปลาเศรษฐกิจ ร้อยละ 14.21 – 49.73 กลุ่มปูทะเล ร้อยละ 2.78 – 21.22 ที่สำคัญ คือ พบว่าทุกกลุ่มชนิดสัตว์น้ำที่จับได้มีสัดส่วนขนาดความยาวเฉลี่ยน้อยกว่าระยะแรกเริ่มสืบพันธุ์ในสัดส่วนที่สูงถึง ร้อยละ 80 โดยเฉพาะในกลุ่มกุ้งทะเล ที่มีสัดส่วนขนาดความยาวก่อนระยะแรกเริ่มสืบพันธุ์ที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ 80 – 100 ซึ่งแสดงถึงการที่สัตว์น้ำถูกจับไปใช้ก่อนวัยอันควร ส่งผลทำให้สัตว์น้ำที่ยังไม่ได้มีโอกาสผสมพันธุ์วางไข่แม้แต่ครั้งเดียวถูกจับขึ้นไปใช้ประโยชน์ เป็นการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างรุนแรง เพราะทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดสัตว์น้ำในรุ่นถัดไปได้ เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้น กฎหมายจึงได้บัญญัติห้ามใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องมือดังกล่าวทำการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือลอบพับได้ หรือ ไอ้โง่ ไม่ได้ถูกห้ามใช้จับสัตว์น้ำในบ่อเพาะเลี้ยง จึงสามารถหาซื้อได้ง่ายในตลาดทั่วไป ส่งผลให้มีผู้ลักลอบใช้เครื่องดังกล่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา และทะเลอ่าวไทยในพื้นที่ชายฝั่ง ในปี 2563 มีผลการจับกุม จำนวน 103 คดี ผู้ต้องหา 20 ราย และล่าสุดในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน พบมี ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องมือชนิดนี้แล้วกว่า 51 คดี ซึ่งผู้กระทำผิดลักลอบทำการประมงด้วยเครื่องมือชนิดดังกล่าวจะต้องระวางโทษมีอัตราการเปรียบเทียบปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทหรือจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า นอกจากนี้ ตามบทบัญญัติ มาตรา 166 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ผู้สนับสนุนหรือผู้ได้รับผลตอบแทนจากการกระทำความผิด เช่น ผู้จำหน่ายเครื่องมือให้ไปกระทำผิด ก็เข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดและต้องได้รับโทษทางกฎหมายด้วยเช่นกัน

?ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งให้นโยบาย 3 ป. ได้แก่ 1.ป้อง (สร้างความรู้ความเข้าใจป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิด) 2.ปราม (ปรามเตือนให้ผู้กระทำผิดรับรู้เข้าใจและไม่ทำผิดอีก) 3. ปราบ (ใช้มาตรการเข้มแข็งเข้มงวดทางกฎหมาย) ในการอนุรักษ์บริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนควบคู่ไปกับวิถีการประกอบอาชีพประมงที่มั่นคง ท่านอธิบดีกรมประมง นายมีศักดิ์ ภักดีคง มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวประมง ที่อาจจะกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งกฎหมายมีบทลงโทษที่สูง เนื่องจากเครื่องมือไอ้โง่เป็นเครื่องมือที่ทำลายสัตว์น้ำอย่างรุนแรง จึงได้แจ้งให้ประมงจังหวัดทุกแห่ง ชี้แจงถึงแนวทางในการดำเนินการควบคุมการใช้เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ทำการประมง รวมไปถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจให้พี่น้องชาวประมงและผู้จำหน่ายเครื่องมือลอบพับได้ทราบถึงข้อกฎหมาย ที่ได้อนุญาตให้ใช้หรือมีไว้ในครอบครองเครื่องมือดังกล่าว โดยอนุญาตให้ใช้ในการจับสัตว์น้ำในบ่อเพาะเลี้ยงเท่านั้นมิให้นำไปใช้ในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์โดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประมง เร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประมง และผู้จำหน่ายเครื่องลอบพับได้ หรือ

ไอ้โง่ ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้ใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ขั้นจับกุม การสืบสวนพฤติกรรมการกระทำความผิด จนถึงการดำเนินการของคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับแต่ละจังหวัด ให้แสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ผู้ร่วมกระทำผิด ผู้สนับสนุน และผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำความผิด อย่างจริงจัง

กรมประมง ย้ำ ! ใช้ หรือ มีไว้ครอบครอง “ไอ้โง่”เพื่อทำประมงในแหล่งน้ำสาธารณะ ผิดกฎหมายทุกกรณี

?นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 67 ได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดใช้หรือมีไว้ในครอบครอง “เครื่องมือลอบพับได้” หรือที่เรียกว่า “ไอ้โง่” เพื่อใช้เครื่องมือดังกล่าวทำการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ทั้งพื้นที่ทะเลและพื้นที่น้ำจืดโดยเด็ดขาด เป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำซึ่งส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนต่อทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างมาก ยกเว้นให้ใช้จับสัตว์น้ำได้เฉพาะในบ่อเพาะเลี้ยงที่เอกชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองเท่านั้น ?เนื่องจากการศึกษาเก็บข้อมูลทางวิชาการ พบว่า เครื่องมือลอบพับได้ หรือ ไอ้โง่ เป็นเครื่องมือทำการประมงประเภทใช้ดักจับสัตว์น้ำ รูปร่างลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมหรือทรงกลม ด้านข้างมีทางเข้าของสัตว์น้ำทั้งสองด้านอยู่สลับกันทั้งซ้ายขวา ลอบ 1 ลูก จะมีความยาวประมาณ 8 เมตร ซึ่งเมื่อนำมาทำการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะจะมีประสิทธิภาพจับสัตว์น้ำได้หลายชนิด โดยจากการเก็บข้อมูลในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย พบว่าชาวประมงแต่ละรายใช้เครื่องมือดังกล่าวทำการประมงตั้งแต่ 8 – 100 ลูก วางต่อกันเป็นแนวยาวที่ความลึกของระดับน้ำประมาณ 0.60 – 10 เมตร และใช้ทำการประมงในช่วงตั้งแต่เวลาบ่ายถึงเย็นทิ้งไว้ในเวลากลางคืนและมาเก็บกู้ในตอนเช้าหรือสายของวันรุ่งขึ้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 – 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ใน 1 เดือน สามารถทำการประมงได้ 10 – 30 วัน โดยอัตราการจับสัตว์น้ำเพียง 1 ลำ สามารถจับสัตว์น้ำได้ เฉลี่ยจำนวน 15 กิโลกรัม ประกอบด้วย กลุ่มกุ้งทะเล ร้อยละ 35.39 – 73.68 กลุ่มปลาเศรษฐกิจ ร้อยละ 14.21 – 49.73 กลุ่มปูทะเล ร้อยละ 2.78 – 21.22 ที่สำคัญ คือ พบว่าทุกกลุ่มชนิดสัตว์น้ำที่จับได้มีสัดส่วนขนาดความยาวเฉลี่ยน้อยกว่าระยะแรกเริ่มสืบพันธุ์ในสัดส่วนที่สูงถึง ร้อยละ 80 โดยเฉพาะในกลุ่มกุ้งทะเล ที่มีสัดส่วนขนาดความยาวก่อนระยะแรกเริ่มสืบพันธุ์ที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ 80 – 100 ซึ่งแสดงถึงการที่สัตว์น้ำถูกจับไปใช้ก่อนวัยอันควร ส่งผลทำให้สัตว์น้ำที่ยังไม่ได้มีโอกาสผสมพันธุ์วางไข่แม้แต่ครั้งเดียวถูกจับขึ้นไปใช้ประโยชน์ เป็นการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างรุนแรง เพราะทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดสัตว์น้ำในรุ่นถัดไปได้ เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้น กฎหมายจึงได้บัญญัติห้ามใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องมือดังกล่าวทำการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือลอบพับได้ หรือ ไอ้โง่ ไม่ได้ถูกห้ามใช้จับสัตว์น้ำในบ่อเพาะเลี้ยง จึงสามารถหาซื้อได้ง่ายในตลาดทั่วไป ส่งผลให้มีผู้ลักลอบใช้เครื่องดังกล่าวจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา และทะเลอ่าวไทยในพื้นที่ชายฝั่ง ในปี 2563 มีผลการจับกุม จำนวน 103 คดี ผู้ต้องหา 20 ราย และล่าสุดในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน พบมี ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องมือชนิดนี้แล้วกว่า 51 คดี ซึ่งผู้กระทำผิดลักลอบทำการประมงด้วยเครื่องมือชนิดดังกล่าวจะต้องระวางโทษมีอัตราการเปรียบเทียบปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทหรือจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า นอกจากนี้ ตามบทบัญญัติ มาตรา 166 ของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ผู้สนับสนุนหรือผู้ได้รับผลตอบแทนจากการกระทำความผิด เช่น ผู้จำหน่ายเครื่องมือให้ไปกระทำผิด ก็เข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดและต้องได้รับโทษทางกฎหมายด้วยเช่นกัน

?ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งให้นโยบาย 3 ป. ได้แก่ 1.ป้อง (สร้างความรู้ความเข้าใจป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิด) 2.ปราม (ปรามเตือนให้ผู้กระทำผิดรับรู้เข้าใจและไม่ทำผิดอีก) 3. ปราบ (ใช้มาตรการเข้มแข็งเข้มงวดทางกฎหมาย) ในการอนุรักษ์บริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนควบคู่ไปกับวิถีการประกอบอาชีพประมงที่มั่นคง ท่านอธิบดีกรมประมง นายมีศักดิ์ ภักดีคง มีความห่วงใยต่อพี่น้องชาวประมง ที่อาจจะกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งกฎหมายมีบทลงโทษที่สูง เนื่องจากเครื่องมือไอ้โง่เป็นเครื่องมือที่ทำลายสัตว์น้ำอย่างรุนแรง จึงได้แจ้งให้ประมงจังหวัดทุกแห่ง ชี้แจงถึงแนวทางในการดำเนินการควบคุมการใช้เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ทำการประมง รวมไปถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจให้พี่น้องชาวประมงและผู้จำหน่ายเครื่องมือลอบพับได้ทราบถึงข้อกฎหมาย ที่ได้อนุญาตให้ใช้หรือมีไว้ในครอบครองเครื่องมือดังกล่าว โดยอนุญาตให้ใช้ในการจับสัตว์น้ำในบ่อเพาะเลี้ยงเท่านั้นมิให้นำไปใช้ในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์โดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประมง เร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวประมง และผู้จำหน่ายเครื่องลอบพับได้ หรือ

ไอ้โง่ ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้ใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ขั้นจับกุม การสืบสวนพฤติกรรมการกระทำความผิด จนถึงการดำเนินการของคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับแต่ละจังหวัด ให้แสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ผู้ร่วมกระทำผิด ผู้สนับสนุน และผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำความผิด อย่างจริงจัง

 Tags

  •   Hits
  • หนึ่งปี มีครั้งเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่   ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน   หนึ่งปี มีครั้งเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบ... จำนวนผู้อ่าน 2,062  กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย” สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-20 ก.พ. 69 กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน... จำนวนผู้อ่าน 1,915 “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใต้สู้ภัยน้ำท่วม “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใ... จำนวนผู้อ่าน 1,429 กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้      พร้อมเดินหน้าเยียวยาฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กลับมายืนหยัดได้โดยเร็ว กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้ พร้อมเดินหน้... จำนวนผู้อ่าน 1,303 กรมประมงดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับของดีประจำถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้ กรมประมงดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับ... จำนวนผู้อ่าน 1,084 กรมประมง แจงประเด็นร้อน ย้ำ! (ร่าง) ประกาศดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะกับ 'เรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ' เท่านั้น ไม่รวมถึงประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ และ ประชาชนทั่วไป  ที่ยังคงสามารถใช้เบ็ดมือจับสัตว์น้ำประกอบอาชีพ, ดำรงชีพได้ตามปกติ กรมประมง แจงประเด็นร้อน ย้ำ! (ร่าง) ประกาศดังกล่าวบังคับใช้เฉพาะกับ 'เรือท่องเที... จำนวนผู้อ่าน 1,047 กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์สัตว์น้ำประจำชาติ ผลักดันสู่สินค้าสร้างรายได้ในตลาดโลก กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์... จำนวนผู้อ่าน 781 กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพูชา แนะใช้ “Fisheries Next” ประเมินเส้นทางเดินเรือเพื่อความปลอดภัย  กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพู... จำนวนผู้อ่าน 757 กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากพระราชกรณียกิจด้านการประมง  สู่ความมั่นคงทางอาหาร และความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทย กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากพระราชกรณี... จำนวนผู้อ่าน 737 อธิบดีฯ “ฐิติพร” เปิดนโยบายขับเคลื่อน “กรมประมง” สู่องค์กรยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “FISHERIES CONNECT FOR SUSTAINABILITY” ที่พร้อมเชื่อมโยงภาคประมงไทยสู่ความยั่งยืน อธิบดีฯ “ฐิติพร” เปิดนโยบายขับเคลื่อน “กรมประมง” สู่องค์กรยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “FI... จำนวนผู้อ่าน 709 กรมประมง...ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย กรมประมง...ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา ... จำนวนผู้อ่าน 681 กรมประมงผนึกกำลังมูลนิธิชัยพัฒนา และภาคเอกชน จัดงานใหญ่ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กรมประมงผนึกกำลังมูลนิธิชัยพัฒนา และภาคเอกชน จัดงานใหญ่ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื... จำนวนผู้อ่าน 610 กรมประมง..จัดเวิร์คช็อปทำแผน “นวัตกรรมและการลงทุน” นำร่องยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย ภายใต้ความร่วมมือ FAO และ NACA กรมประมง..จัดเวิร์คช็อปทำแผน “นวัตกรรมและการลงทุน” นำร่องยกระดับการเพาะเลี้ยงสัต... จำนวนผู้อ่าน 518 กรมประมง ดันกุ้งก้ามกรามไทย บุกตลาดจีน ร่วมเปิดงานสัมมนา “ลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่งกุ้งก้ามกรามไทยไปจีน” หนุนเกษตรเตรียมพร้อมส่งกุ้งก้ามกรามสินค้า GI สู่แดนมังกร    กรมประมง ดันกุ้งก้ามกรามไทย บุกตลาดจีน ร่วมเปิดงานสัมมนา “ลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่งก... จำนวนผู้อ่าน 503 กรมประมง ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง “Fisheries Go Green ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” กรมประมง ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง “Fisheries Go Green ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่ง... จำนวนผู้อ่าน 474


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

    รายละเอียด กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง เลขที่ 50 เกษตรกลางบางเขน   ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900    email  prfisheries2563@gmail.com  โทรศัพท์ 025620569  FAX 025620569  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6