ตะพาบม่านลาย

วันที่ 13 ตุลาคม 2564 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี ได้สนับส.. [2021-10-12 ] รายงานการเงินประจำเดือน ก.ย. 64 (ต่อ).. [2021-10-12 ] รายงานการเงินประจำเดือน ก.ย. 64.. [2021-10-12 ] รายงานการเงินประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๓ (ต่อ).. [2020-08-13 ] รายงานการเงินประจำเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๓.. [2020-08-13 ] เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ เจ้าหน้าที่จากกองพัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าประ.. [2020-08-13 ] ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต ๑๐ (กาญจนบุรี) ได้ดำเนิก.. [2020-08-13 ] ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดสรรเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ( คน.. [2020-08-03 ] เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด.. [2020-08-03 ] รายงานการเงินประจำเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๑.. [2018-12-13 ]
อ่านทั้งหมด 

ตะพาบม่านลาย 

 เผยเเพร่: 2018-12-13  |  อ่าน: 1,748 ครั้ง

 

ตะพาบม่านลาย เป็นสัตว์เลื้อยคลาน อยู่ในวงศ์ตะพาบ (Family Trionychidae) มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นหลายชื่อคือ กริวลาย กราวด่าง ม่อมลาย มั่มลาย มีชื่อสามัญคือ Siamese Norrow-headed Softshell turtle และเดิมใช้ชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกับตะพาบม่านลายพันธุ์อินเดียคือ Chitra indica Gray, 1831 เนื่องจากนักสัตววิทยาในระยะนั้นเชื่อว่าเป็นตะพาบชนิด (species) เดียวกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ.1986) นาวาอากาศเอก (พิเศษ) วิโรจน์ นุตพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานท่านหนึ่งของประเทศไทย ได้ทำการศึกษาและตีพิมพ์ข้อมูลที่แสดงว่าตะพาบม่านลายของไทย เป็นคนละชนิดกับตะพาบม่านลายพันธุ์อินเดีย โดยมีขนาด ลวดลาย และสีสัน แตกต่างกันอย่างชัดเจน และตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของตะพาบม่านลายที่พบในประเทศไทยขึ้นใหม่ว่า Chitra chitra Nutphand, 1986 และชื่อนี้ต่อมาเป็นที่ยอมรับและใช้กันในหมู่ของนักสัตววิทยาด้านสัตว์เลื้อยคลานจนปัจจุบัน

ตะพาบม่านลายเป็น 1 ใน 6 ชนิดของตะพาบพันธุ์พื้นเมืองของประเทศไทย และถูกจัดให้เป็นตะพาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัม ปัจจุบันถูกจัดให้อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (critically endangered) โดย IUCN เนื่องจากประชากรถูกล่าเป็นอาหาร ถูกนำมาขายเป็นสัตว์เลี้ยงเนื่องจากทราบว่าเป็นตะพาบพันธุ์หนึ่งที่หายากมากและมีลวดลายสีสันสวยงาม และมีการเปลี่ยนแปลงและบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัยอันเนื่องมาจากการกระทำของมนุษย์ ลักษณะที่สำคัญของตะพาบม่านลายคือ กระดองหลังค่อนข้างแบนและเรียบ สีของลำตัวเปลี่ยนได้บ้างตามสภาพแวดล้อม ตั้งแต่สีน้ำตาลเหลืองจนถึงน้ำตาลออกม่วง มีลวดลายสีอ่อนกว่าสีของกระดองหลัง มีลายคล้ายลายพรางซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละตัวอยู่บนกระดองหลัง และมีลายรูปเจดีย์บริเวณไหล่และคอด้านบน กระดองท้องสีขาวอมชมพู หัวมีขนาดเล็กและยาว คอยาว การแยกเพศของตะพาบม่านลายที่เห็นได้ชัดเจนคือความแตกต่างของความยาวหาง โดยเพศผู้จะมีหางยาวโผล่พ้นขอบกระดองด้านท้ายออกมา แต่เพศเมียหางจะสั้นกว่า และปลายหางอยู่ใกล้กับขอบกระดอง ตะพาบม่านลายดำรงชีวิตส่วนใหญ่โดยการฝังตัวอยู่ใต้ทรายริมแม่น้ำที่มีน้ำไหลและสะอาด โผล่ปลายจมูกและตาเล็กๆขึ้นมาระดับเดียวกับทรายคอยปลาว่ายผ่านมาแล้วยืดหัวและคอออกมาจับปลากินอย่างรวดเร็ว ปกติจะไม่ขึ้นมาบนบก ยกเว้นตัวเมียขึ้นมาวางไข่บริเวณหาดทรายริมแม่น้ำ

ตะพาบม่านลายสายพันธุ์นี้นอกจากจะพบในประเทศไทยแล้ว ยังพบได้ในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย สำหรับในประเทศไทยพบตะพาบม่านลายตามธรรมชาติที่ แม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำปิงเท่านั้น และจำนวนที่พบในแต่ละที่ในปัจจุบันมีน้อยมาก และเนื่องจากตะพาบม่านลายมีศักยภาพที่จะเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ในอนาคตทั้งในแง่ของการเป็นอาหารและสัตว์เลี้ยง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงการขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงขึ้นเพื่ออนุรักษ์ตะพาบม่านลายของไทยไว้ให้คงอยู่ต่อไป จากการศึกษาการเพาะพันธุ์ตะพาบม่านลายในที่เลี้ยงจนประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ร่วมกับภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์ และคุณวิกรม กรมดิษฐ์ อมตะกรุป ในการให้พ่อแม่พันธุ์จำนวนหนึ่งมาร่วมในโครงการ และได้ทุนวิจัยจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) พบว่าตะพาบม่ายลายผสมพันธุ์ในน้ำระหว่างเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ และขึ้นมาวางไข่บนหาดทรายตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน โดยขุดหลุมลึกประมาณ 50 ซม กว้างประมาณ 23 ซม ตัวเมีย 1ตัวสามารถให้ไข่ได้ ถึง 4 รังใน 1 ฤดูวางไข่ จำนวนไข่ในแต่ละรังแตกต่างกัน ตั้งแต่ 40 ใบขึ้นไป ถึง150 ใบ ไข่ตะพาบม่านลายมีลักษณะค่อนข้างกลม สีขาวคล้ายลูกปิงปอง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.2 ซม น้ำหนักประมาณ 19 กรัม เมื่อไข่เสร็จตัวเมียจะกลบหลุมไข่ด้วยทรายแล้วคลานลงน้ำปล่อยให้ไข่ฟักเอง โดยใช้เวลาฟักประมาณ 60 วัน ไข่จะฟักเป็นตัว ลูกตะพาบม่านลายแรกเกิดมีความยาวของกระดองหลังประมาณ 4.3 ซม น้ำหนักประมาณ 13 กรัม อาหารของลูกตะพาบม่านลายคือสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่นลูกปลา กุ้ง การเติบโตของลูกตะพาบม่านลายอายุ 2 เดือนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ3.5 เท่าจากแรกเกิด และข้อมูลการเติบโตในที่เลี้ยงของลูกตะพาบม่านลายที่ได้จากธรรมชาติอายุ 10 ปี มีน้ำหนัก ประมาณ 35 กิโลกรัม

ผู้ที่สนใจอยากทราบว่าตะพาบม่านลายมีรูปร่างลักษณะอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไร สามารถติดต่อ เยี่ยมชมหรือขอข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดกาญจนบุรี หรือที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย