กุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ปรับปรุง "มาโคร 1"

กุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ปรับปรุง "มาโคร 1" 


กุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ปรับปรุง "มาโคร 1"

         

กุ้งก้ามกรามพันธุ์พื้นเมืองที่เพาะเลี้ยงอยู่ทั่วไปในประเทศไทยนั้นมีประวัติการเพาะเลี้ยงที่ยาวนานกว่า 40 ปี โดยเริ่มต้นจากปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา ที่สามารถอนุบาลลูกกุ้งก้ามกรามในสภาพกักขัง และต่อมา   กรมประมงได้ดำเนินการวิจัยค้นคว้าด้านเพาะและอนุบาลจนได้ลูกกุ้งเป็นจำนวนมากแล้วจึงจำหน่ายให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงในบ่อดิน นอกจากนี้กรมประมงยังได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะและอนุบาลลูกกุ้งตลอดจนการเลี้ยงให้เกษตรกรจึงส่งผลให้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแพร่หลายทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน     ซึ่งในด้านพันธุศาสตร์อาจกล่าวได้ว่า วงจรชีวิตกุ้งก้ามกรามที่เพาะเลี้ยงของประเทศไทยนั้นเป็น “สัตว์เลี้ยง” (domesticated) อย่างสมบูรณ์ โดยที่ประชากรของกุ้งก้ามกรามได้เติบโตอยู่ในบ่อเลี้ยงมีการถ่ายทอดพันธุกรรมของจากรุ่น (generation) หนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งสืบเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายๆ รุ่น

จากการที่กุ้งก้ามกรามเป็น “สัตว์เลี้ยง” นั้น ทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์กุ้งก้ามกรามให้มีลักษณะที่ดีตามที่ต้องการ (รูปร่างดี แข็งแรง โตเร็ว ฯลฯ) ได้ด้วยเทคนิคการคัดเลือก (selection) กรมประมง โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำจึงได้ดำเนินการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งก้ามกรามคุณภาพดี โดยการปรับปรุงพันธุ์ (ปรับปรุงขนาด) ด้วยเทคนิคการคัดเลือกแบบภายในครอบครัว (within family selection) โดยดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2539-2546 จนสามารถผลิตสายพันธุ์กุ้งก้ามกรามที่โตเร็วเป็นรุ่นที่ 3 และได้ ตั้งชื่อสายพันธุ์ที่ปรับปรุงนี้ว่า “สายพันธุ์ สพก.”

 

P3110058_dof.jpg P3110075_dof.jpg

 

การคัดเลือกกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ สพก.

          การคัดเลือก (selection) เป็นการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำเพื่อจะยกระดับค่าเฉลี่ยของประชากรในชั่วอายุต่อไป

การคัดเลือกแบบภายในครอบครัว (within family selection) เป็นวิธีการคัดเลือกโดยพิจารณาจากลักษณะปรากฏ (phenotype) ของสัตว์น้ำเพศผู้และเพศเมียในทุกครอบครัว นิยมใช้คัดเลือกลักษณะปรากฏที่มีความผันแปรของสิ่งแวดล้อมระหว่างครอบครัวมาก จำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ละครอบครัวแยกกัน ทำการผสมพันธุ์เป็นคู่ๆ จากนั้นทำการคัดเลือกโดยคัดสัตว์น้ำที่โตที่สุดมาครอบครัวละ 1 คู่ แล้วนำมาจับคู่ผสมพันธุ์ ซึ่งอาจจะทำการจับคู่ผสมสลับระหว่างครอบครัว (rotational mating) เพื่อป้องกันการเกิดการผสมเลือดชิด (inbreeding)

สุภัทรา และคณะ (2546) ได้ปรับปรุงพันธุ์กุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ สพก. เพื่อให้มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นโดยวิธีการคัดเลือกแบบภายในครอบครัว (within family selection) ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2541 ถึง ตุลาคม 2543 ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จังหวัดปทุมธานี โดยเลี้ยงแบบแยกเพศในบ่อซีเมนต์ขนาด 20 ตารางเมตร

          ดำเนินการคัดเลือกโดยนำพ่อแม่พันธุ์จากฟาร์มเกษตรกรจังหวัดราชบุรี จำนวน 50 คู่ มาเป็นประชากรพื้นฐานของการคัดเลือก สุ่มพ่อแม่พันธุ์เพื่อสร้างครอบครัว จำนวน 13 ครอบครัว เรียกกุ้งที่เพาะได้จากพ่อแม่พันธุ์ 13 คู่ นี้ว่า “ประชากรพ่อแม่พื้นฐาน” (P0) และเรียกลูกรุ่นที่ 1 ของประชากรพื้นฐานว่ากุ้งรุ่น F1 ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มคัดเลือก (selected) และกลุ่มควบคุม (control) เมื่อกุ้งมีอายุ 5 เดือน คัดกุ้งขนาดตัวที่โตที่สุดในแต่ละครอบครัวทั้งเพศผู้และเพศเมียเพื่อสร้างประชากร “กลุ่มคัดเลือก” (selected) และสุ่มทุกขนาดในแต่ละครอบครัวเพื่อสร้างประชากรที่ไม่มีการคัดเลือก เรียกว่า “กลุ่มควบคุม” นำกุ้งกลุ่มคัดเลือกมาผสมสลับระหว่างครอบครัวและสร้างครอบครัวใหม่ในรุ่น F1 ในกลุ่มคัดเลือก 13 ครอบครัว ในกลุ่มควบคุม    13 คู่ เพื่อสร้างกลุ่มควบคุมรุ่นต่อๆ ไป พร้อมๆ กับกลุ่มคัดเลือก

          เมื่อดำเนินการคัดเลือกได้ 1 รุ่น พบว่ากุ้งเพศเมียสายพันธุ์ สพก. ที่อายุ 20 สัปดาห์ มีความยาวและน้ำหนักมากกว่ากุ้งเพศเมียที่อายุเท่ากันในกลุ่มควบคุม และประชากรพื้นฐานหรือประชากรรุ่นพ่อแม่ คิดเป็น  5 และ 15 เปอร์เซ็นต์ และ 6 และ 22 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนกุ้งเพศผู้สายพันธุ์ สพก. ที่อายุ 20 สัปดาห์ มีความยาวและน้ำหนักมากกว่ากุ้งเพศผู้ที่อายุเท่ากันในกลุ่มควบคุม และประชากรพื้นฐานหรือประชากร    รุ่นพ่อแม่ คิดเป็น 7 และ 14 เปอร์เซ็นต์ และ 7 และ 17 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ สพก. ยังมีอัตราการรอดตายโดยเฉลี่ยสูงถึง 90-100 เปอร์เซ็นต์

 

การทดสอบพันธุ์กุ้งก้ามกราม สพก.

          ก่อนการกระจายพันธุ์กุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” ที่พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แล้วสู่ภาครัฐและเอกชน ได้มีการทดสอบลักษณะทางเศรษฐกิจของกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ สพก. ได้แก่ อัตราการเจริญเติบโต  อัตราการรอดตาย และเปอร์เซ็นต์การติดโรค ในสภาพการเลี้ยงต่างๆ เปรียบเทียบกับกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์  ไม่ปรับปรุง 2 สายพันธุ์ คือ กุ้งก้ามกรามกลุ่มควบคุม และสายพันธุ์เกษตรกร เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพของสายพันธุ์ โดยสุภัทรา (2548) ได้ดำเนินการทดลองเลี้ยงเปรียบเทียบ โดยแบ่งออกเป็น       3 การทดลองย่อย คือ

          การทดลองที่ 1 เป็นการเปรียบเทียบลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจของกุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” และ “กลุ่มควบคุม” เมื่อทั้งสองสายพันธุ์ได้ถูกเลี้ยงรวมกันในบ่อดินขนาด 400 ตารางเมตร จำนวน      3 บ่อ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นระยะเวลา 5 เดือน

          การทดลองที่ 2 เป็นการเปรียบเทียบลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจของกุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” และ “สายพันธุ์เกษตรกร” เมื่อทั้งสองสายพันธุ์ได้ถูกเลี้ยงรวมกันในบ่อซีเมนต์ขนาด 20 ตารางเมตร จำนวน 3 บ่อ ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จังหวัดปทุมธานี เป็นระยะเวลา 7 เดือน

          การทดลองที่ 3 เป็นการเปรียบเทียบลักษณะทางเศรษฐกิจของกุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” และ “กลุ่มควบคุม” เมื่อทั้งสองสายพันธุ์ได้ถูกเลี้ยงในบ่อดินขนาด 2 ไร่ สายพันธุ์ละ 1 บ่อ รวมจำนวน 2 บ่อ ณ ฟาร์มเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นระยะเวลา 3 เดือน

          ผลการทดลองสรุปได้ว่าในการทดลองที่ 1 พบว่า กุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” มีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่า “กลุ่มควบคุม” โดยความยาวและน้ำหนัก คิดเป็น 5 และ 25 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ผลผลิตในบ่อดินของกุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” มีค่าสูงกว่า “กลุ่มควบคุม” 45 เปอร์เซ็นต์

          ในการทดลองที่ 2 พบว่า กุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” มีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่า “สายพันธุ์เกษตรกร” โดยความยาวและน้ำหนัก คิดเป็น 8.9 และ 17 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

          ในการทดลองที่ 3 พบว่า กุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” มีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่า “กลุ่มควบคุม” โดยความยาวและน้ำหนัก คิดเป็น 10 และ 26 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

          และไม่พบความแตกต่างในอัตราการรอดตายเปอร์เซ็นต์การติดโรคของกุ้งก้ามกราม 3 สายพันธุ์ จากทั้ง 3 การทดลอง จากผลการศึกษาแสดงถึงศักยภาพของกุ้งก้ามกราม “สายพันธุ์ สพก.” ที่มีลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจดีกว่าสายพันธุ์ที่ไม่ได้รับการปรับปรุง

 

เอกสารอ้างอิง

สุภัทรา อุไรวรรณ์ สุรางค์ สุมโนจิตราภรณ์ คงภพ อำพลศักดิ์ และ ศิริพร จีนหมิก. 2546. การตอบสนองในด้านการเจริญเติบโตของกุ้งก้ามกรามจากการคัดเลือกแบบภายในครอบครัว 1 รุ่น. เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 3/2546 สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ, กรมประมง. 22 หน้า.

สุภัทรา อุไรวรรณ์. 2548. การทดสอบลักษณะทางเศรษฐกิจของกุ้งก้ามกรามที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ในฟาร์มเกษตรกรและศูนย์วิจัยและทดสอบพันธุ์สัตว์น้ำ. รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, กรุงเทพฯ. 19 หน้า.