สัตว์น้ำประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สัตว์น้ำประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

ฐานข้อมูลด้านประมงในพื้นที่

 เผยเเพร่: 2020-02-08  |   ข่าววันที่: 2020-02-21 |  อ่าน: 131 ครั้ง
 

ชื่อไทย : เขียดแลว
ชื่อสามัญ : Wild Mountain Frog 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rana  blythii (Boulenger, 1920)

ความเป็นมา

     เขียดแลว หรือ กบทูด เป็นกบภูเขาชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก พบตามบริเวณภูเขาสูงในประเทศไทยแถบภาคเหนือ ภาคกลาง จะพบเขียดแลว บริเวณลำธารภูเขาที่มีป่าชุ่มชื้น มีอากาศเย็น ความชื้นสัมพัทธ์สูง และมีหมอกมาก ส่วนภาคใต้จะพบตามแถบป่าสวนยางและป่าชุ่มชื้นที่มีแหล่งน้ำลำธาร ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศให้เขียดแลวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (๒๕๓๗) ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ 
     กรมประมง ได้เริ่มดำเนินการศึกษาวิจัยเขียดแลวและประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ปัจจุบันสามารถผลิตลูกเขียดแลวได้ในปริมาณ ๕๐,๐๐๐ ตัวต่อปี และได้นำลูกเขียดแลวที่เพาะพันธุ์ได้ในแต่ละปีปล่อยลงในแหล่งธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์พันธุ์และได้ขยายผลดังแนวทางตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานให้กรมประมง เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ คือ “ให้กรมประมงดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ปลาในแม่น้ำปาย และพันธุ์เขียดแลว เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและศึกษาทดลองเพื่อขยายผลไปสู่ราษฎรต่อไป” แนวทางในการอนุรักษ์พันธุ์เขียดแลวตามพระราชดำริ คือ การจัดการและจัดแนวเขตสงวนพันธุ์เขียดแลว โดยกำหนดจุดไม่ให้ราษฎรเข้าไปจับพ่อแม่พันธุ์เขียดแลว ห้ามการตัดไม้ทำลายป่าตลอดจนการเผาป่า เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและการขยายพันธุ์ของเขียดแลวตามธรรมชาติ และรักษาความสมดุลย์ของแมลงที่จะเป็นอาหาร ตลอดจนศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์เขียดแลวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๔ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการอนุรักษ์เขียดแลว กับคณะทำงานโครงการธนาคารอาหารชุมชน ตามพระราชดำริ ความว่า “ให้กรมประมง กรมชลประทาน และกรมป่าไม้ ร่วมกันดำเนินการเพาะและขยายพันธุ์เขียดแลว แล้วปล่อยคืนสู่ป่าให้มาก ซึ่งเขียดแลวนั้นสามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพธรรมชาติที่มีน้ำไหล จึงต้องอาศัยการบูรณาการของหน่วยงานทั้งสาม” กรมประมง จึงได้ดำเนินการตามพระราชเสาวนีย์ ร่วมกับกรมชลประทาน และกรมป่าไม้ จัดทำโครงการหุบเขาเขียดแลว ขึ้นที่ บ้านรวมไทย หมู่ที่ ๕ ตำบลนาป่าแปก อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจะขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

การเพาะพันธุ์
     โดยใช้พ่อแม่พันธุ์เขียดแลวขนาดน้ำหนักประมาณ ๓๕๐ กรัม จำนวน ๑๐๐ คู่ ที่ได้จากการรวบรวมในธรรมชาติบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำมาเลี้ยงในบ่อคอนกรีตขนาด ๕๐ ตารางเมตร ซึ่งภายในจัดทำสภาพภายในบ่อให้เหมือนกับธรรมชาติ โดยมีต้นไม้และลำธารที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา และให้หนอนนก (mill worm) เป็นอาหารในปริมาณที่เกินพอวันละครั้งในตอนเย็น เขียดแลวจะทำการผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม

การผสมพันธุ์
     การวางไข่ของเขียดแลวจะเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนจนถึงรุ่งเช้า จากการตรวจสอบหลุมไข่แต่ละหลุมจะพบว่ามีไข่ประมาณ ๑,๕๐๐-๓,๒๐๐ ฟอง เมื่อพบหลุมไข่จึงรวบรวมไข่ในตอนเช้า โดยใช้ผ้ามุ้งโอล่อนแก้วทำเป็นถุงล้อมบริเวณหลุมไข่ด้านล่าง ทำการดักการไหลของน้ำให้ผ่านหลุมไข่แล้วค่อย ๆ นำก้อนกรวดออกจากหลุมไข่ เพื่อให้ไข่ลอยกระจายขึ้นตามกระแสน้ำที่ไหลผ่านไปยังถุงรองรับไข่แล้วย้ายไข่ลงอ่างกลมกระทำต่อจนไม่พบไข่

การฟักไข่
     นำไข่ที่รวบรวมได้มาทำความสะอาดด้วยน้ำประมาณ ๓-๔ ครั้ง แล้วแช่ไข่ด้วยน้ำยาเมททิลีนบลู ความเข้มข้น ๐.๑ ppm. นาน ๕ นาที และทำการล้างไข่อีกครั้งหนึ่ง นำไข่ที่ทำความสะอาดเรียบร้อย ไปเพาะฟักในถาดฟักไข่ที่เตรียมไว้ในรางฟักไข่ที่เปิดให้น้ำไหลผ่านอย่างสม่ำเสมอ ใส่น้ำให้มีระดับความลึก ๑๐–๑๕ เซนติเมตร. โรยไข่ให้กระจายทั่ว พร้อมติดตั้งปั๊มอากาศและปรับระดับความแรงของลมให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการรวมเป็นกระจุกของไข่ ซึ่งจะทำให้เปอร์เซ็นต์การฟักต่ำ เปอร์เซ็นต์การฟักไข่ในการเพาะพันธุ์จะต่ำกว่าไข่ที่ผสมในธรรมชาติซึ่งเปอร์เซ็นต์การฟักไข่ออกเป็นตัวสูง เนื่องจากกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา แต่ส่วนมากตามธรรมชาติจะประสบปัญหาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในลำธาร เมื่อไข่ฟักออกเป็นตัวลูกอ๊อดเขียดแลวแล้ว จึงนำไปอนุบาลต่อไป

การอนุบาลลูกอ๊อดเขียดแลว
     การอนุบาลลูกอ๊อดเขียดแลวหลังจากฟักออกเป็นตัวแล้ว นำไปอนุบาลในบ่อคอนกรีต โดยใส่น้ำ ๑๐–๑๕ เซนติเมตร ติดตั้งระบบลมและทำการถ่ายน้ำพร้อมดูดตะกอนทุกวัน ระยะเวลาอนุบาล ๕-๗ วัน เขียดแลวมีความยาวเฉลี่ย ๐.๘–๐.๙ เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย ๐.๐๑๔ กรัม โดยให้ไข่ตุ๋น ผักกาดขาวลวก ไรแดง และแพลงค์ตอนเทียม เป็นอาหาร 
     เมื่อลูกเขียดแลววัยอ่อนออกขาหน้าและหลังพร้อมที่จะขึ้นบกเป็นระยะที่อ่อนแอที่สุด ระยะนี้จะต้องหมั่นสังเกตอยู่ตลอดเวลา ใช้ก้อนกรวดโรยปูกับพื้นก้นบ่อตามแนวขอบบ่อทั้ง ๔ ด้าน และลดระดับน้ำลงพร้อมทำการพ่นน้ำให้เป็นละอองเพื่อให้ก้อนกรวดมีความเปียกชื้นตลอดเวลา โดยให้ก้อนกรวดสูงกว่าระดับน้ำเล็กน้อย เพื่อที่จะให้ลูกกบที่ขึ้นฝั่งมาหลบซ่อนอาศัยความชุ่มชื้นในการหล่อเลี้ยงตัวให้แข็งแรงประมาณ ๑-๒ วัน ก่อนที่จะขึ้นฝั่ง ถ้าหากไม่ทำที่หลบซ่อนให้ลูกกบในระยะนี้ ลูกกบจะแห้งตาย เมื่อเกาะตามขอบบ่อหรือจมน้ำตาย เนื่องจากเป็นระยะที่ลูกกบอ่อนแอที่สุด  ลูกเขียดแลวที่ขึ้นฝั่งมีน้ำหนักเฉลี่ย ๐.๑๖๗-๐.๑๘๓ กรัม มีอัตรารอดตาย ๖๘.๐–๘๕.๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อนับระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของลูกอ๊อดเขียดแลวเป็นลูกเขียดแลวที่ขึ้นฝั่งจากการอนุบาลด้วยอาหารผง และอาหารกุ้งสำเร็จรูป พบว่าระยะเวลาที่เริ่มกลายเป็นลูกเขียดแลว ๓๓–๓๕ วัน และระยะเวลาสิ้นสุดในกลายเป็นลูกเขียดแลวโดยสมบูรณ์จนหมด ๔๓–๔๕ วัน 
     ในธรรมชาติศัตรูของลูกเขียดแลวที่ยังอาศัยอยู่ตามหลุมไข่ที่มีกรวดทับถมอยู่นั้น จะมีศัตรูจำพวกตัวอ่อนของลูกแมลงปอ มวนกรรเชียง ลูกปลา แมลงดาสวน จิงโจ้น้ำ ตลอดจนแมงมุมน้ำ จะจับลูกเขียดแลวกินเป็นอาหาร และศัตรูของเขียดแลวที่เป็นสัตว์บก เช่น แมงมุมป่า หนู, นก สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก เช่น งู เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ เป็นปัจจัยควบคุมที่ทำให้ปริมาณเขียดแลวในธรรมชาติลดจำนวนลง

การอนุบาลลูกเขียดแลว
     นำลูกเขียดแลวที่แข็งแรงที่ขึ้นฝั่งมาอนุบาลในบ่อขนาด ๒ หรือ ๔ ตารางเมตร โดยโรยก้อนกรวด ทั่วทั้งบ่อและให้ก้อนกรวดมีความเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลาอย่าให้น้ำท่วมก้อนกรวด จะทำให้ลูกเขียดแลวจมน้ำตาย และทำกะบะให้อาหาร อาหารที่ให้จำพวกปลวก, หนอนนก, หนอนแมลงวัน, ไส้เดือนฝอย ผสมกับอาหารผงสำเร็จรูป อาหารที่ให้ลูกเขียดแลวในระยะแรกต้องมีขนาดเล็ก การอนุบาลในระยะนี้จะต้องหมั่นคัดให้ลูกเขียดแลวให้มีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุด มิเช่นนั้นลูกเขียดแลวจะกัดกินกันเอง โดยใช้เวลาอนุบาล ๓๐–๖๐ วัน ได้ขนาดโตและแข็งแรงพอที่จะนำไปปล่อย

การปล่อยเขียดแลวในแหล่งธรรมชาติ
     ในแต่ละปี สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ปล่อยลูกเขียดแลวในแหล่งธรรมชาติในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปีละ ๕๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ ตัว โดยประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ และราษฎรในพื้นที่ร่วมปล่อยและร่วมดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อติดตามผลการปล่อยเขียดแลว พบว่า ในแหล่งธรรมชาติที่มีสภาพเหมาะสม อาทิเช่น ลำห้วยปางตอง, ลำห้วยมะเขือส้ม สามารถพบการขุดหลุมวางไข่ของเขียดแลว นับเป็นคำตอบได้ว่า หากมีการกำหนดพื้นที่อาศัยของเขียดแลวที่เหมาะสม เขียดแลวจะสามารถเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้


 Tags

  •  Hit 20 อันดับ
  • รับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.. (1,071)  ขอเชิญส่งผลงานเข้าร่วมประกวดวาดภาพ เนื่องใน งานวันประมงน้อมเกล้าฯ "ปลานิลของพ่อ".. (644) ประกาศ แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมสถานการณ์ภัยแล้งด้านการประมง ประจำปี 2560.. (535) หน้าที่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ.. (498) ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.. (457) ประวัติสำนักงาน.. (421) แบบเนอร์.. (410) ออกหน่วยบริการอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน.. (396) พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา.. (383) ประชุมประชาคมภายใต้โครงการธนาคารผลผลิตเกษตรกรด้านการประมง.. (371) วิสัยทัศน์ พันธกิจ.. (361) อบรมเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer ด้านการประมง .. (351) พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2560.. (324) สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่.. (310) ตรวจติดตามงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน.. (301) ประกาศ สอบราคาซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้งานด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์และการประมง.. (299) ประกาศสอบราคาซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้งานด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์และการประมง.. (298) ตรวจติดตามงานโครงการ และเยี่ยมเยียนเกษตรกร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน.. (297) มอบปัจจัยโครงการส่งเสริมเกษตรกรด้านการประมง .. (289) ประกาศ เตรียมการรับสถานการณ์ภัยธรมชาติ (อุทกภัย) ปี พ.ศ. 2560.. (266)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2563 สำนักงานประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน

     ศาลากลางจังหวัดหลังใหม่  ชั้น 1 ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000