เตือนอันตรายจาการสั่ง “ไข่แมงดา” “ยำไข่แมงดาทะเล” เมนูสุดแซ่บ ระวังเจอไข่แมงดาถ้วย !! พิษแรง...อันตรายถึงชีวิต

 สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก


เตือนอันตรายจาการสั่ง “ไข่แมงดา” “ยำไข่แมงดาทะเล” เมนูสุดแซ่บ ระวังเจอไข่แมงดาถ้วย !! พิษแรง...อันตรายถึงชีวิต 

ข่าวประชาสัมพันธ์

ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

HOT เตือนอันตรายจาการสั่ง “ไข่แมงดา” “ยำไข่แมงดาทะเล” เมนูสุดแซ่บ ระวังเจอไข่แมงดาถ้วย !! พิษแรง...อันตรายถึงชีวิต..คลิก

เตือนอันตรายจาการสั่ง “ไข่แมงดา” “ยำไข่แมงดาทะเล” เมนูสุดแซ่บ
ระวังเจอไข่แมงดาถ้วย !! พิษแรง...อันตรายถึงชีวิต

แมงดาทะเลสัตว์ทะเลโบราณที่จะวางไข่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กันยายนของทุกปี
กรมประมงจึงขอเตือนประชาชนที่ชื่นชอบกินไข่แมงดาทะเลระวังเจอไข่แมงดาถ้วย หรือ เห-รา!
เผยพิษแรงพร้อมล้มระบบหายใจอาจเสียชีวิตภายใน
6 - 24 ชม.

จากรายงานของกระทรวงสารณสุขพบว่ามีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการรับประทานไข่แมงดาทะเลระหว่างปี 2556 - 2561 จำนวน 33 ราย เสียชีวิต 3 ราย
โดยสาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากประชาชนผู้บริโภค ขาดความรู้เรื่องพิษของแมงดาทะเล

- สำหรับแมงดาทะเลในน่านน้ำไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ

1.แมงดาจาน หรือแมงดาทะเลหางเหลี่ยม
- ไม่มีพิษ สามารถรับประทานได้ ลำตัวมีขนาดใหญ่กว่าแมงดาถ้วย พื้นผิวด้านบนเรียบ มีสีน้ำตาลอมเขียว มีหางเหลี่ยม มีสันและหนามเรียงกันเป็นแถวคล้ายฟันเลื่อย พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย

2.แมงดาถ้วย หรือแมงดาทะเลหางกลม หรือเห-รา หรือแมงดาไฟ
- มีพิษไม่สามารถรับประทานได้ ลำตัวโค้งกลม มีหางกลม ผิวด้านบนมีขนสั้น สีน้ำตาลอมแดง ต่อจากส่วนท้องมีหางค่อนข้างกลมไม่มีสันและไม่มีหนาม พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน

- ฝั่งอ่าวไทยจะพบแมงดาทั้งสองชนิดนี้มากที่สุด ตามพื้นที่แนวชายฝั่งของทะเลตั้งแต่ จังหวัด จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตลอดไปจนถึงชุมพร

- ฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่สตูลไปจนถึงระนอง

จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า
สารพิษที่พบอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วยคือสารเทโทรโดท็อกซิน(tetrodotoxin) และซาซิท็อกซิน (saxitoxin) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในปลาปักเป้า เป็นสารที่ส่งผลต่อระบบควบคุมการหายใจถึงขั้นเสียชีวิต โดยพิษในแมงดาถ้วยเกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ
1.แมงดากินแพลงก์ตอนที่มีพิษ หรือกินสัตว์ทะเลอื่นๆที่กินแพลงก์ตอนพิษเข้าไปทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดา
2.เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างพิษขึ้นมาได้เอง หรือสาเหตุประกอบกันทั้งสอง

และที่สำคัญสารพิษทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นสารที่ทนต่อความร้อนได้ดี การปรุงอาหารด้วยความร้อนวิธีต่างๆ เช่น ต้ม ทอด หรืออบเป็นเวลานานมากกว่าชั่วโมงไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้ ประชาชนจึงไม่ควรนำมาบริโภคอย่างเด็ดขาด

- สำหรับผู้ได้รับพิษจากแมงดาทะเล อาการมักจะแสดงภายหลังรับประทานประมาณ 10 - 45 นาที หรืออาจช้าไปจนถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่อาศัยของแมงดา ฤดูกาล จำนวนที่รับประทาน หรือปริมาณของสารพิษที่ได้รับ เช่น รับประทานไข่แมงดาถ้วย อาการพิษจะเกิดรุนแรงกว่ารับประทานเฉพาะเนื้อ อาการมักเริ่มจากมึนงง รู้สึกชาบริเวณลิ้น ปาก ปลายมือ ปลายเท้าและมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง เริ่มจาก มือ แขน ขา ตามลำดับ รวมทั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางราย อาจมีน้ำลายฟูมปาก เหงื่อออกมาก พูดลำบาก ตามองเห็นภาพไม่ชัด ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน ระบบหายใจล้มเหลว หมดสติ และสมองขาดออกซิเจนหากช่วยไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ภายใน 6 - 24 ชั่วโมง

- สำหรับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากได้รับพิษ ให้ผู้ปฐมพยาบาลทำให้ผู้ป่วยหายใจคล่องที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หากผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทำการผายปอดจนกว่าจะถึงโรงพยาบาล ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารน้ำหรือยา เนื่องจากผู้ป่วยอาจเกิดอาการสำลักได้


- ปัจจุบันมีผู้ค้าสินค้าสัตว์น้ำบางรายเปิดขายไข่แมงดาทะเลผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งพบว่าเป็นการขายไข่แมงดาถ้วยซึ่งเป็นแมงดาชนิดที่มีพิษ โดยอ้างว่าได้ผ่านกรรมวิธีกำจัดพิษ (เส้นเมา) ในเนื้อแมงดาทะเลออกเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งความจริงแมงดาถ้วยมีพิษอยู่ที่ทางเดินอาหารและไข่และไม่สามารถกำจัดพิษออกได้โดยง่าย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนขอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแมงดาทะเล
แต่หากต้องการรับประทานขอให้เลือก แมงดาจาน โดยให้สังเกตลักษณะของหางตามที่กล่าวข้างต้น และงดรับประทานไข่แมงดาทะเลที่อยู่ในลักษณะบรรจุหีบห่อโดยไม่เห็นตัวและหางของแมงดาโดยเด็ดขาด เพราะเราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าเป็นแมงดาชนิดไหน หรืออาจมีไข่แมงดาถ้วยปะปนอยู่ในไข่แมงดาจานหรือไม่

- สำหรับพ่อค้า แม่ค้า ขอให้ท่านงดจำหน่ายไข่แมงดาทะเลหากไม่แน่ใจว่าเป็นไข่ที่มาจากแมงดาชนิดใดและขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการแยกชนิดพันธุ์แมงดาทั้ง 2 ชนิดจากลักษณะภายนอกให้แน่ชัดก่อนนำมาขายให้ผู้บริโภค หากพบแมงดาถ้วยหรือเหราปะปนเข้ามาให้คัดทิ้งทันที

- กรณีท่านไม่สามารถแยกความแตกต่างของแมงดาทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ได้ สามารถสอบถามข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้านท่าน หรือ กรมประมง โทร. 02 562 0600

 Tags

  •   Hits
  • การประชุมเตรียมความพร้อมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการจัดการอาหารระดับจังหวัด การประชุมเตรียมความพร้อมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการจัดการอาหารระดับ... จำนวนผู้อ่าน 252   ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอปากพลี ครั้งที่ 7/2568  ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอปากพลี ครั้งที่ 7/2568  จำนวนผู้อ่าน 235  โครงการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2568  โครงการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2568  จำนวนผู้อ่าน 189 การประชุมคณะทำงานประสานการดำเนินงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ การประชุมคณะทำงานประสานการดำเนินงาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระ... จำนวนผู้อ่าน 175 การประชุมคณะขับเคลื่อนโครงการต่อยอดโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดนครนายก การประชุมคณะขับเคลื่อนโครงการต่อยอดโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดนครนายก  จำนวนผู้อ่าน 147  รื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย  รื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย  จำนวนผู้อ่าน 145  ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 10   ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 10   จำนวนผู้อ่าน 141  พิธีสดุดีเทิดพระเกียรติ และเปิดโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า  พิธีสดุดีเทิดพระเกียรติ และเปิดโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า  จำนวนผู้อ่าน 138 ประชุมเตรียมความพร้อม โครงการ  ประชุมเตรียมความพร้อม โครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขฯ ให้ประชาชน"  จำนวนผู้อ่าน 123  บริการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  บริการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  จำนวนผู้อ่าน 113 การประชุมรับฟังความคิดเห็นและติดตามโครงการของคณะทำงานฯ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 4 การประชุมรับฟังความคิดเห็นและติดตามโครงการของคณะทำงานฯ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกร... จำนวนผู้อ่าน 112  ลงพื้นที่ให้บริการประชาชน  ลงพื้นที่ให้บริการประชาชน  จำนวนผู้อ่าน 103 การประชุมคณะกรรมการธรรมมาภิบาล การประชุมคณะกรรมการธรรมมาภิบาล  จำนวนผู้อ่าน 93 การประชุมคณะทำงานบริหารจัดการข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก ครั้งที่ 2/2568 การประชุมคณะทำงานบริหารจัดการข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครนายก ครั้งที่... จำนวนผู้อ่าน 90 โครงการปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดในแหล่งน้ำธรรมชาติ ครั้งที่ 1 โดยองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ โครงการปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดในแหล่งน้ำธรรมชาติ ครั้งที่ 1 โดยองค์การบริหารส่วนตำบ... จำนวนผู้อ่าน 86


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2568 สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก

    รายละเอียด ศาลากลางจังหวัดนครนายก ชั้น 5 ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000 สแกน QR Code เพื่อให้ Google Map นำทางไปได้ง่ายๆ หรือ กดตรงนี้ การเดินทางมายังสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก (กรณีรถโดยสารสาธารณะ) 1.รถตู้สาย 58-967 กรุงเทพฯ-นครนายก-เขื่อนขุนด่าน จากอนุสาวรีย์ชัยฯ 6.00-18.00 น. / จากฟิวเจอร์ฯ 6.00-20.00 น.จากเขื่อนขุนด่าน 6.00-17.30 น. / จากนครนายก 4.30-17.30 น. (รถออกทุก 20 นาที) 2.บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันวันละหลายเที่ยว มีเส้นทาง คือกรุงเทพฯ – หินกอง – นครนายกกรุงเทพฯ – รังสิต – องครักษ์ – นครนายกกรุงเทพฯ – นครนายก – อรัญประเทศกรุงเทพฯ – องครักษ์ – โรงเรียนนายร้อย จปร. โดยต้องต่อรถเข้าเมืองอีก 7 กิโลเมตร 3.รถตู้ สายกรุงเทพฯ – นครนายก มีจุดขึ้นรถได้แก่จากกรุงเทพ ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณใต้ทางด่วน ฝั่งแฟชั่นมอลล์ รถออกทุก 40 นาทีจากนครนายก ขึ้นรถที่ รพ.นครนายก และบริเวณสี่แยกไฟแดงนครนายก รถออกทุก 40 นาที การเดินทางมายังสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก (กรณีรถยนต์ส่วนบุคคล) 1.ตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 107 กิโลเมตร 2.ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่แยกหินกอง ไปตามถนนสุวรรณศรเส้นทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงจังหวัดนครนายก ระยะทางประมาณ 137 กิโลเมตร เบอร์โทรศัพท์ 088-278-6208  email  fpo_nakhonnayok@fisheries.go.th  โทรศัพท์ 037-311024  FAX 037-311024  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6