กรมประมง...ย้ำเตือนประชาชน ระวัง !! กิน “แมงดาทะเล” ผิดชนิดอาจได้รับพิษร้ายถึงตายได้

 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

กรมประมง...ย้ำเตือนประชาชน ระวัง !! กิน “แมงดาทะเล” ผิดชนิดอาจได้รับพิษร้ายถึงตายได้ 

ข่าวกรมประมง

 เผยเเพร่: 2020-10-09  |   ข่าววันที่: 2020-10-08 |  อ่าน: 1,569 ครั้ง
 

?จากกรณีที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต รับประทานแมงดาทะเลที่หามาจากป่าชายเลนจนเกิดอาการแพ้และทำให้เสียชีวิต นั้น ล่าสุด...กรมประมงได้เร่งประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนให้ประชาชนได้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกรับประทาน แมงดาทะเลให้มากขึ้น เพราะหากบริโภคผิดชนิด อาจได้รับพิษรุนแรงอันตรายถึงตายได้

? ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า แมงดาทะเลที่พบในน่านน้ำไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ 1. แมงดาจาน หรือ แมงดาทะเลหางเหลี่ยม ไม่มีพิษ สามารถรับประทานได้ ลำตัวมีขนาดใหญ่กว่าแมงดาถ้วย พื้นผิวด้านบนเรียบ มีสีน้ำตาลอมเขียว มีหางเหลี่ยม มีสันและหนามเรียงกันเป็นแถวคล้ายฟันเลื่อย พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย 2. แมงดาถ้วย หรือ แมงดาทะเลหางกลม หรือ เห-รา หรือ แมงดาไฟ มีพิษไม่สามารถรับประทานได้ ลำตัวโค้งกลม มีหางกลม ผิวด้านบนมีขนสั้น สีน้ำตาลอมแดง ต่อจากส่วนท้องมีหางค่อนข้างกลมไม่มีสันและไม่มีหนาม พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลนฝั่งอ่าวไทยจะพบแมงดาทั้งสองชนิดนี้มากที่สุดตามพื้นที่แนวชายฝั่งของทะเลตั้งแต่ จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตลอดไปจนถึงชุมพรและฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่สตูลไปจนถึงระนอง

? จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า สารพิษที่พบอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วยคือ สารเทโทรโดท็อกซิน (tetrodotoxin) และซาซิท็อกซิน (saxitoxin) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในปลาปักเป้า เป็นสารที่ส่งผล

ต่อระบบควบคุมการหายใจถึงขั้นเสียชีวิต โดยพิษในแมงดาถ้วยเกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ 1.แมงดากินแพลงก์ตอนที่มีพิษ หรือกินสัตว์ทะเลอื่น ๆ ที่กินแพลงก์ตอนพิษเข้าไปทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดา 2. เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างพิษขึ้นมาได้เอง หรือสาเหตุประกอบกันทั้งสอง และที่สำคัญสารพิษทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นสารที่ทนต่อความร้อนได้ดี การปรุงอาหารด้วยความร้อนวิธีต่างๆ เช่น ต้ม ทอด หรือ อบ เป็นเวลานานมากกว่าชั่วโมงไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้ ประชาชนจึงไม่ควรนำมาบริโภคอย่างเด็ดขาด

? สำหรับผู้ได้รับพิษจากแมงดาทะเล อาการมักจะแสดงภายหลังรับประทานประมาณ 10 - 45 นาที หรืออาจช้าไปจนถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่อาศัยของแมงดา ฤดูกาล จำนวนที่รับประทาน หรือปริมาณของสารพิษที่ได้รับ เช่น รับประทานไข่แมงดาถ้วย อาการพิษจะเกิดรุนแรงกว่ารับประทานเฉพาะเนื้อ อาการมักเริ่มจากมึนงง รู้สึกชาบริเวณลิ้น ปาก ปลายมือ ปลายเท้าและมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง เริ่มจาก มือ แขน ขา ตามลำดับ รวมทั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางราย อาจมีน้ำลายฟูมปาก เหงื่อออกมาก พูดลำบาก ตามองเห็นภาพไม่ชัด ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน ระบบหายใจล้มเหลว หมดสติ และสมองขาดออกซิเจน หากช่วยไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ภายใน 6 - 24 ชั่วโมง สำหรับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากได้รับพิษ ให้ผู้ปฐมพยาบาลทำให้ผู้ป่วยหายใจคล่องที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หากผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทำการผายปอดจนกว่าจะถึงโรงพยาบาล ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารน้ำหรือยา เนื่องจากผู้ป่วยอาจเกิดอาการสำลักได้

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ขอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแมงดาทะเล แต่หากต้องการรับประทานขอให้เลือก แมงดาจาน โดยให้สังเกตลักษณะของหางตามที่กล่าวข้างต้น และงดรับประทานไข่แมงดาทะเลที่อยู่ในลักษณะบรรจุหีบห่อโดยไม่เห็นตัวและหางของแมงดาโดยเด็ดขาด เพราะเราไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าเป็นแมงดาชนิดไหน หรืออาจมีไข่แมงดาถ้วยปะปนอยู่ในไข่แมงดาจานหรือไม่ สำหรับพ่อค้า แม่ค้า ขอให้ท่านงดจำหน่ายไข่แมงดาทะเลหากไม่แน่ใจว่าเป็นไข่ที่มาจากแมงดาชนิดใดและขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการแยกชนิดพันธุ์แมงดาทั้ง 2 ชนิดจากลักษณะภายนอกให้แน่ชัดก่อนนำมาขายให้ผู้บริโภค หากพบแมงดาถ้วย หรือ เหรา ปะปนเข้ามาให้คัดทิ้งทันที กรณีท่านไม่สามารถแยกความแตกต่างของแมงดาทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ได้ สามารถสอบถามข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้านท่าน หรือ Call Center กรมประมง โทร. 02 562 0600 ๏


 Tags

  •  Hit 20 อันดับ
  • ประกาศ ! ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง ตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับประมง ภายในวันที่ 15 พ.ค.63.. (16,564)  กรมประมงออกประกาศกำหนด “ฤดูน้ำแดง 2564 - 2565” คุ้มครองฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ.. (2,427) ความเป็นมาของศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904.. (2,160) ประชาสัมพันธ์กรมประมง .. (2,115) ชาวประมง เฮ ! 1 กรกฎาคม 63 กรมประมงดีเดย์...เปิดโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 7 ต่อปี รัฐจ่ายให้ร้อยละ 3 ต่อปี ให้ชาวประมง.. (1,836) นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เป็นตัวแทนกรมประมงในการร่วมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ.. (1,773) กรมประมง ขานรับนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” – “เทคโนโลยีเกษตร 4.0” “ชวน” เกษตรกรผู้ผลิต “ขายสินค้าประมง” ผ่าน app M-Help Me.. (1,683) กรมประมง...ย้ำเตือนประชาชน ระวัง !! กิน “แมงดาทะเล” ผิดชนิดอาจได้รับพิษร้ายถึงตายได้.. (1,569) ประชาสัมพันธ์กรมประมง ข้อปฏิบัติในการ ซื้อ .. (1,540) Kick Off เปิดโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง.. (1,458) กรมประมง...ขายลูกพันธุ์ปูทะเล.. (1,442) “เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล” มีเฮ!! คชก. ระยะที่ 2 คลอดแล้ว “กรมประมง” เผย..เคาะปรับคุณสมบัติผู้สมัครรอบใหม่ พร้อมขยายเวลาลงลูกกุ้งหนุนช่วยเกษตรกร หลังห.. (1,415) การประชุมหารือและพิจารณาในการจัดทำโครงการ “Fisherman Village Resort”.. (1,363) มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท.. (1,298) กรมประมง...คลอด ! “คู่มือชาวประมงพาณิชย์” ที่ชาวประมงควรรู้.. (1,210) 1 มิถุนายนนี้ START ! กฎหมายใหม่ “ฤดูน้ำแดง 2563” ตามวัฏจักรชีวิตปลา คุ้มครองฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ทั่วประเทศ .. (1,182) กรมประมงจัดกิจกรรม ปล่อยกบลงนา ปล่อยปลาลงหนอง ฟื้นฟูลำคลองธรรมชาติ สร้างแหล่งอาหารให้ชุมชน.. (1,157) นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง พร้อมคณะผู้บริหารกรมประมงลงพื้นที่ ณ วัดบูรพาพิสัย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี.. (1,125) กรมประมง...แจง รัฐเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวประมง.. (1,095) กรมประมง...เปิดศูนย์รับอุทธรณ์เงินเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด19 527 อำเภอ / 77 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้ – 5 มิถุนายน 2563.. (1,068)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

     กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง เลขที่ 50 เกษตรกลางบางเขน   ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900