กรมประมง..เร่งฟื้นฟู “ปลายี่สกไทย” คืนถิ่นแม่น้ำโขง จัดพิธีปล่อยที่ จ. บึงกาฬ กว่า 1 แสนตัว ปลุกพลังชุมชนร่วมอนุรักษ์เพื่อสร้างสมดุลสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์


กรมประมง..เร่งฟื้นฟู “ปลายี่สกไทย” คืนถิ่นแม่น้ำโขง จัดพิธีปล่อยที่ จ. บึงกาฬ กว่า 1 แสนตัว ปลุกพลังชุมชนร่วมอนุรักษ์เพื่อสร้างสมดุลสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 


ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

NEW กรมประมง..เร่งฟื้นฟู “ปลายี่สกไทย” คืนถิ่นแม่น้ำโขง จัดพิธีปล่อยที่ จ. บึงกาฬ กว่า 1 แสนตัว ปลุกพลังชุมชนร่วมอนุรักษ์เพื่อสร้างสมดุลสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน..คลิก

วันที่ 23 เมษายน 2569 ณ วัดสุมณฑาราม บ้านไคสี ตำบลไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ กรมประมงจัดพิธีปล่อยปลายี่สกไทยคืนถิ่นแม่น้ำโขง จำนวนกว่า 1 แสนตัว เร่งเดินหน้าฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืดที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำโขง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นและสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Fisheries Connect For Sustainability” โดยมี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธี และมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมประมง ตลอดจนหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง หลังพบว่าระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นลดปริมาณลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ “ปลายี่สกไทย” หรือ ปลาเอิน (Probarbus jullieni) ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดมีเกล็ดขนาดใหญ่ที่พบประจำถิ่นในลุ่มน้ำโขง และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 200–250 บาท จึงมีความสำคัญทั้งในระบบนิเวศและเชิงเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปลายี่สกไทยยังถูกจัดอยู่ในบัญชี 1 ของอนุสัญญา CITES ซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ต้องควบคุมการค้าอย่างเข้มงวด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัย วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนเสื่อมโทรมลง ประกอบกับการจับมาใช้ประโยชน์จำนวนมาก รวมถึงการใช้เครื่องมือประมงที่ไม่เหมาะสม จึงสะท้อนถึงสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของทรัพยากรปลายี่สกไทยในธรรมชาติอย่างน่ากังวล จากปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรและประชาชนในพื้นที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อภาคเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของแม่น้ำโขง และได้จัดทำแผนพัฒนาด้านการประมงในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน พ.ศ.2566-2570 โดยหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญคือการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในระบบนิเวศแหล่งน้ำพรมแดน พร้อมส่งเสริมการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์โดยชุมชนมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา กรมประมงได้ดำเนินการเพาะขยายพันธุ์เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรปลายี่สกไทยในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคการผสมเทียมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2517 อีกทั้งยังได้จัดทีมตั้งแคมป์ริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้วยการให้ชุมชนประมงเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ และรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลายี่สกที่ว่ายขึ้นมาวางไข่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ของทุกปี โดยจะนำแม่พันธุ์ปลาที่มีความพร้อมมาฉีดกระตุ้นการวางไข่ และเก็บน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ปลาไว้ใช้สำหรับรอการผสมเทียม จนถึงปัจจุบันกรมประมงได้ดำเนิน “โครงการเพาะพันธุ์ปลายี่สกไทย (ปลาเอิน) ในแม่น้ำโขง เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา” ตามแผนพัฒนาด้านการประมงในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2566 – 2570 โดยให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาน้ำเชื้อปลายี่สกไทยไว้สำหรับใช้ผสมเทียม เนื่องจากโอกาสที่ชาวประมงจะจับพ่อแม่ปลาได้พร้อมกันมีน้อยมาก บางครั้งจับแม่ปลาที่มีไข่แก่ได้แต่ขาดน้ำเชื้อจากพ่อปลา ในทางกลับกันบางครั้งจับพ่อปลาที่น้ำเชื้อมีความพร้อม แต่แม่ปลายังไม่พร้อมวางไข่ ทำให้ต้องเสียน้ำเชื้อปลาไป ดังนั้น กรมประมงจึงได้มีการจัดตั้งธนาคารเชื้อพันธุ์ (Sperm bank) เพื่อใช้ในการเก็บรักษาน้ำเชื้อให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยน้ำเชื้อแช่แข็งนี้สามารถเก็บรักษาได้นานหลายปี ซึ่งปัจจุบันธนาคารเชื้อพันธุ์ปลายี่สกไทย มีอยู่จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ และกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมุกดาหาร

สำหรับในปี 2569 นี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมุกดาหาร สามารถรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลายี่สกไทยจากธรรมชาติได้รวมจำนวน 32 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 14 ตัว และเพศเมีย 18 ตัว โดยจัดคู่ผสมพันธุ์ได้ 7 คู่ และประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ ผลิตลูกปลาได้ประมาณ 380,000 ตัว พร้อมทั้งดำเนินการเก็บรักษาน้ำเชื้อแบบแช่แข็งจากพ่อพันธุ์ได้ 366 หลอด เพื่อใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์พันธุกรรมในระยะยาว โดยได้กระจายลูกปลาไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ มหาสารคาม นครพนม อำนาจเจริญ และกาฬสินธุ์ รวม 165,000 ตัว และได้อนุบาลไว้ภายในศูนย์ฯ อีกจำนวน 215,000 ตัว ขณะที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคาย ได้จัดตั้งแคมป์รวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลายี่สกไทยจากธรรมชาติในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากชาวประมงในพื้นที่ จนสามารถรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ได้รวมจำนวน 87 ตัว น้ำหนักระหว่าง 7.2–26.4 กิโลกรัม แบ่งเป็นเพศผู้ 44 ตัว และเพศเมีย 43 ตัว และสามารถเพาะพันธุ์ผลิตลูกปลาได้สูงถึงประมาณ 1,598,000 ตัว ก่อนกระจายสู่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ มหาสารคาม นครพนม ยโสธร ศรีสะเกษ ขอนแก่น และอุดรธานี แห่งละ 100,000 ตัว รวม 600,000 ตัว พร้อมทั้งอนุบาลไว้ภายในศูนย์อีกจำนวน 998,000 ตัว เพื่อรองรับการนำไปปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป

สำหรับการจัดกิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์ปลายี่สกไทยลงสู่แม่น้ำโขงในครั้งนี้ ได้มีการนำลูกพันธุ์ปลายี่สกไทยขนาด 5–7 เซนติเมตร จำนวน 100,000 ตัว มาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดหนองคาย โดยเลือกพื้นที่ปล่อยลงในลำน้ำโขง ณ บริเวณตำบลไคสี จังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนตามธรรมชาติที่มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของปลายี่สกไทยเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากชาวประมงและประชาชนในพื้นที่ในการร่วมดูแล เฝ้าระวัง และอนุรักษ์ทรัพยากรประมงในพื้นที่

อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงจะเดินหน้าขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปลายี่สกไทยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงงดจับปลายี่สกไทยในช่วงฤดูวางไข่ และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือประมงที่ไม่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรได้ฟื้นตัว เสริมสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร รองรับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นแหล่งรายได้ของชุมชนลุ่มน้ำโขงในระยะยาวต่อไป

 Tags

  •   Hits
  • หนึ่งปี มีครั้งเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่   ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน   หนึ่งปี มีครั้งเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบ... จำนวนผู้อ่าน 2,102  กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย” สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-20 ก.พ. 69 กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน... จำนวนผู้อ่าน 1,992 “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใต้สู้ภัยน้ำท่วม “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใ... จำนวนผู้อ่าน 1,447 กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้      พร้อมเดินหน้าเยียวยาฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กลับมายืนหยัดได้โดยเร็ว กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้ พร้อมเดินหน้... จำนวนผู้อ่าน 1,345 กรมประมงดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับของดีประจำถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้ กรมประมงดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับ... จำนวนผู้อ่าน 1,145 กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์สัตว์น้ำประจำชาติ ผลักดันสู่สินค้าสร้างรายได้ในตลาดโลก กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์... จำนวนผู้อ่าน 804 กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพูชา แนะใช้ “Fisheries Next” ประเมินเส้นทางเดินเรือเพื่อความปลอดภัย  กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพู... จำนวนผู้อ่าน 797 อธิบดีฯ “ฐิติพร” เปิดนโยบายขับเคลื่อน “กรมประมง” สู่องค์กรยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “FISHERIES CONNECT FOR SUSTAINABILITY” ที่พร้อมเชื่อมโยงภาคประมงไทยสู่ความยั่งยืน อธิบดีฯ “ฐิติพร” เปิดนโยบายขับเคลื่อน “กรมประมง” สู่องค์กรยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “FI... จำนวนผู้อ่าน 796 กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากพระราชกรณียกิจด้านการประมง  สู่ความมั่นคงทางอาหาร และความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทย กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากพระราชกรณี... จำนวนผู้อ่าน 790 กรมประมง...ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย กรมประมง...ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา ... จำนวนผู้อ่าน 749 กรมประมงผนึกกำลังมูลนิธิชัยพัฒนา และภาคเอกชน จัดงานใหญ่ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กรมประมงผนึกกำลังมูลนิธิชัยพัฒนา และภาคเอกชน จัดงานใหญ่ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื... จำนวนผู้อ่าน 689 กรมประมง...เชิญชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูนวัตกรรม Solar cell ขับเคลื่อนภาคประมงสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน กรมประมง...เชิญชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่... จำนวนผู้อ่าน 555 กรมประมง เคาะแนวทาง  กรมประมง เคาะแนวทาง   จำนวนผู้อ่าน 534 ยกระดับปลากัดไทยสู่เวทีโลก ! กรมประมงเปิดตัวหนังสือมาตรฐาน–เกณฑ์ตัดสิน ฉบับใหม่...พร้อมใช้ทั่วประเทศ ยกระดับปลากัดไทยสู่เวทีโลก ! กรมประมงเปิดตัวหนังสือมาตรฐาน–เกณฑ์ตัดสิน ฉบับใหม่.... จำนวนผู้อ่าน 530 กรมประมง ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง “Fisheries Go Green ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” กรมประมง ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง “Fisheries Go Green ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่ง... จำนวนผู้อ่าน 509


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

    รายละเอียด กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง เลขที่ 50 เกษตรกลางบางเขน   ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900    email  prfisheries2563@gmail.com  โทรศัพท์ 025620569  FAX 025620569  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6