กรมประมง...เร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ประสบอุทกภัย 35 จังหวัด พร้อมชดเชยเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์


กรมประมง...เร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ประสบอุทกภัย 35 จังหวัด พร้อมชดเชยเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 


ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

กรมประมง...เร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่ประสบอุทกภัย 35 จังหวัด พร้อมชดเชยเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ..คลิก

          ด้วยร่องมรสุมกำลังแรงพัดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 2 กันยายน – 20 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงฐานการผลิตได้รับผลกระทบ ผลผลิตสัตว์น้ำได้รับความเสียหาย เนื่องจากรอบระยะเวลาการเลี้ยงสัตว์น้ำไม่เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้ตามที่ควรจะได้รับและขาดแคลนอาหารเพื่อการบริโภคในขณะประสบอุทกภัย 
          นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติทุกชนิดด้วยการวางแผนมาตรการต่าง ๆ อย่างชัดเจน ตั้งแต่การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูภาคการเกษตรจากความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมากรมประมงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผ่าน “ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง” (ศปภ.ปม.) ซึ่งจะมีการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบด้านการประมงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรได้รับทราบข่าวสารอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมประจำเขตตรวจราชการสามารถพิจารณาดำเนินการสั่งการและประสานงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงทีและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจัดชุดเฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ และเรือตรวจการประมงลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อนำส่งเสบียงอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงอพยพประชาชน ผู้ป่วย เด็ก และคนชราสู่พื้นที่ปลอดภัย
          ล่าสุดจากการสำรวจความเสียหายด้านการประมง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566) พบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 148 อำเภอ 35 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก พิจิตร กำแพงเพชร นครราชสีมา ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ตราด และยะลา รวมพื้นที่ความเสียหายกว่า 14,673.40 ไร่ มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด 9,667 ราย ประมาณการมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 118,556,556 บาท ซึ่งกรมประมงจะเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2564 โดยมีอัตราการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้
          1. กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ไร่ละ 11,780 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่
          2. ปลาหรือสัตว์น้ำอื่น ๆ นอกจากข้อ 1. ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) ไร่ละ 4,682 บาท   ไม่เกินรายละ 5 ไร่
          3. สัตว์น้ำตามข้อ 1. และข้อ 2. ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร
          ทั้งนี้  หากคิดคำนวณพื้นที่เลี้ยงแล้ว ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติรายใด จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินต่ำกว่า 368 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 368 บาท
          รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงพร้อมดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ขอให้หมั่นดูแลสุขภาพสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิดรวมทั้งเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากทางราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่ สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์ฯ ประมงทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมประมง โทรศัพท์ 0 2558 0218 หรือ 0 2561 4740 และกรณีพบเห็นจระเข้ในแหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถแจ้งหน่วยงานกรมประมงในพื้นที่ได้ทันทีด้วยร่องมรสุมกำลังแรงพัดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 2 กันยายน – 20 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงฐานการผลิตได้รับผลกระทบ ผลผลิตสัตว์น้ำได้รับความเสียหาย เนื่องจากรอบระยะเวลาการเลี้ยงสัตว์น้ำไม่เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้ตามที่ควรจะได้รับและขาดแคลนอาหารเพื่อการบริโภคในขณะประสบอุทกภัย 
          นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติทุกชนิดด้วยการวางแผนมาตรการต่าง ๆ อย่างชัดเจน ตั้งแต่การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูภาคการเกษตรจากความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมากรมประมงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผ่าน “ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการประมง” (ศปภ.ปม.) ซึ่งจะมีการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบด้านการประมงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรได้รับทราบข่าวสารอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมประจำเขตตรวจราชการสามารถพิจารณาดำเนินการสั่งการและประสานงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงทีและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจัดชุดเฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ และเรือตรวจการประมงลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อนำส่งเสบียงอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงอพยพประชาชน ผู้ป่วย เด็ก และคนชราสู่พื้นที่ปลอดภัย
          ล่าสุดจากการสำรวจความเสียหายด้านการประมง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566) พบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว 148 อำเภอ 35 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก พิจิตร กำแพงเพชร นครราชสีมา ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ตราด และยะลา รวมพื้นที่ความเสียหายกว่า 14,673.40 ไร่ มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด 9,667 ราย ประมาณการมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 118,556,556 บาท ซึ่งกรมประมงจะเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2564 โดยมีอัตราการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้
          1. กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ไร่ละ 11,780 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่
          2. ปลาหรือสัตว์น้ำอื่น ๆ นอกจากข้อ 1. ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) ไร่ละ 4,682 บาท   ไม่เกินรายละ 5 ไร่
          3. สัตว์น้ำตามข้อ 1. และข้อ 2. ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร
          ทั้งนี้  หากคิดคำนวณพื้นที่เลี้ยงแล้ว ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติรายใด จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินต่ำกว่า 368 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 368 บาท
          รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงพร้อมดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ขอให้หมั่นดูแลสุขภาพสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิดรวมทั้งเฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากทางราชการและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่ สำนักงานประมงอำเภอ สำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์ฯ ประมงทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมประมง โทรศัพท์ 0 2558 0218 หรือ 0 2561 4740 และกรณีพบเห็นจระเข้ในแหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถแจ้งหน่วยงานกรมประมงในพื้นที่ได้ทันที

 Tags

  •   Hits
  • หนึ่งปี มีครั้งเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่   ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน   หนึ่งปี มีครั้งเดียว ปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบ... จำนวนผู้อ่าน 2,107  กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย” สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-20 ก.พ. 69 กรมประมง..ชวนคนไทยร่วมประกวดวาดภาพระบายสี และปลานิลยักษ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ในงาน... จำนวนผู้อ่าน 2,009 “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใต้สู้ภัยน้ำท่วม “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใ... จำนวนผู้อ่าน 1,450 กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้      พร้อมเดินหน้าเยียวยาฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กลับมายืนหยัดได้โดยเร็ว กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้ พร้อมเดินหน้... จำนวนผู้อ่าน 1,353 กรมประมงดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับของดีประจำถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้ กรมประมงดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับ... จำนวนผู้อ่าน 1,155 อธิบดีฯ “ฐิติพร” เปิดนโยบายขับเคลื่อน “กรมประมง” สู่องค์กรยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “FISHERIES CONNECT FOR SUSTAINABILITY” ที่พร้อมเชื่อมโยงภาคประมงไทยสู่ความยั่งยืน อธิบดีฯ “ฐิติพร” เปิดนโยบายขับเคลื่อน “กรมประมง” สู่องค์กรยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “FI... จำนวนผู้อ่าน 814 กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์สัตว์น้ำประจำชาติ ผลักดันสู่สินค้าสร้างรายได้ในตลาดโลก กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์... จำนวนผู้อ่าน 810 กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพูชา แนะใช้ “Fisheries Next” ประเมินเส้นทางเดินเรือเพื่อความปลอดภัย  กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพู... จำนวนผู้อ่าน 807 กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากพระราชกรณียกิจด้านการประมง  สู่ความมั่นคงทางอาหาร และความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรชาวไทย กรมประมงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากพระราชกรณี... จำนวนผู้อ่าน 802 กรมประมง...ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย กรมประมง...ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา ... จำนวนผู้อ่าน 753 กรมประมงผนึกกำลังมูลนิธิชัยพัฒนา และภาคเอกชน จัดงานใหญ่ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กรมประมงผนึกกำลังมูลนิธิชัยพัฒนา และภาคเอกชน จัดงานใหญ่ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื... จำนวนผู้อ่าน 700 กรมประมง...เชิญชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูนวัตกรรม Solar cell ขับเคลื่อนภาคประมงสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน กรมประมง...เชิญชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่... จำนวนผู้อ่าน 578 ยกระดับปลากัดไทยสู่เวทีโลก ! กรมประมงเปิดตัวหนังสือมาตรฐาน–เกณฑ์ตัดสิน ฉบับใหม่...พร้อมใช้ทั่วประเทศ ยกระดับปลากัดไทยสู่เวทีโลก ! กรมประมงเปิดตัวหนังสือมาตรฐาน–เกณฑ์ตัดสิน ฉบับใหม่.... จำนวนผู้อ่าน 560 กรมประมง เคาะแนวทาง  กรมประมง เคาะแนวทาง   จำนวนผู้อ่าน 550 กรมประมง ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง “Fisheries Go Green ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” กรมประมง ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง “Fisheries Go Green ลอยกระทงวิถีไทย ใส่ใจสิ่ง... จำนวนผู้อ่าน 510


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

    รายละเอียด กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง เลขที่ 50 เกษตรกลางบางเขน   ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900    email  prfisheries2563@gmail.com  โทรศัพท์ 025620569  FAX 025620569  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6