เกษตรกรเปิดใจหลังลองเลี้ยง "กุ้งขาวสิชล1" จากกรมประมง เผยเลี้ยงง่าย โตไว ปลอดโรค สร้างรายได้ด้วยสายพันธุ์กุ้งคุณภาพ

 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์


เกษตรกรเปิดใจหลังลองเลี้ยง "กุ้งขาวสิชล1" จากกรมประมง เผยเลี้ยงง่าย โตไว ปลอดโรค สร้างรายได้ด้วยสายพันธุ์กุ้งคุณภาพ 


ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

HOT เกษตรกรเปิดใจหลังลองเลี้ยง

กุ้งขาวสิชล 1... หนึ่งในผลงานวิจัยของกรมประมงที่ศึกษาวิจัยพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 ผ่านการทดสอบการเลี้ยงจริงในบ่อดินจนประสบความสำเร็จ กรมประมงผลิตกุ้งขาวสิชล 1 พันธุ์ขยายเพื่อส่งต่อลูกพันธุ์คุณภาพให้กับเกษตรกรมาตั้งแต่ปี 2564 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลไทยให้รองรับกับความต้องการของตลาด ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก เพราะกุ้งขาวนับเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศษฐกิจของประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านบาท

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงพัฒนากุ้งขาวสิชล 1 ขึ้น โดยชูคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ เลี้ยงง่าย โตไว ไร้โรค ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการเลี้ยงในประเทศไทยได้ดี ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เกษตรกรได้ทดลองเลี้ยง กรมประมงได้กระจายพันธุ์กุ้งสิชล 1 สู่ภาคการเพาะเลี้ยง ด้วยการแจกจ่ายพ่อแม่พันธุ์กุ้งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทั่วประเทศ เพื่อเพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายลูกพันธุ์ให้กับเกษตรกรได้นำไปทดลองเลี้ยงในฟาร์ม และมั่นใจว่าด้วยคุณสมบัติพันธุ์และระบบการอนุบาลที่ได้มาตรฐานการผลิตกุ้งที่ปลอดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค 8 โรค ได้แก่ โรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) โรคทอร่า (TSV) โรคกล้ามเนื้อขาวหรือกล้ามเนื้อตาย (IMNV) โรคแคระแกร็น (IHHNV) โรคหัวเหลือง (YHV) โรค covert mortality nodavirus (CMNV) โรคตายด่วนเนื่องจากแบคทีเรียที่ทําให้เกิดตับวายเฉียบพลัน (EMS-AHPND) และเชื้อ Enterocytozoon hepato penaei (EHP) อีกทั้งยังสามารถเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาหารสดเพื่อลดการติดเชื้อต่างๆ เข้าสู่พันธุ์กุ้ง จึงส่งผลให้เกษตรกรได้เปิดใจลองเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์นี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

กรมประมงส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 พร้อมแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ของกรมประมง ในการช่วยควบคุมคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมในบ่อให้สมดุล ตลอดจนติดตามผลการเลี้ยงของเกษตรกรอย่างใกล้ชิดมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจากการรายงานในปี 2564 - 2565 พบว่า มีเกษตรกรมากกว่า 50 รายเริ่มเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ในพื้นที่ 32 จังหวัด สามารถผลิตกุ้งได้ประมาณ 3,000 ตัน รวมมูลค่ากว่าสามร้อยล้านบาท

นางนภัทร ธราพร เจ้าของกุ้งเพชรฟาร์ม จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ทางฟาร์มได้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ประมาณกลางปี 2564 เนื่องจากมีนักวิชาการกรมประมงลงพื้นที่มานำเสนอและให้คำแนะนำให้ทดลองเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์คุณภาพ ปลอดโรค ที่กรมประมงได้มีการปรับปรุงพันธุ์ได้ล่าสุด โดยเริ่มต้นทางฟาร์มได้ซื้อลูกพันธุ์กุ้งสิชล 1 มาทดลองเลี้ยงและปล่อยลงในบ่อดินพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ จำนวน 2 บ่อ จำนวน 180,000 ตัว สามารถจับผลผลิตขนาด 50 ตัว/กก. จำนวน 3,400 กก. คิดเป็นมูลค่า 697,000 บาท ปัจจุบันทางฟาร์มฯ ยังคงใช้พันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไว้วางใจเรื่องสายพันธุ์กุ้งของกรมประมง ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันปัญหาเรื่องโรคระบาดในการเลี้ยงกุ้งทะเล นอกจากนี้ทางฟาร์มยังให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดการของเสียภายในฟาร์มโดยใช้จุลินทรีย์ของกรมประมงเพื่อผลิตกุ้งทะเลคุณภาพจากฟาร์มออกสู่ตลาดต่อไป

นางอรัญญา ประมวลสุข เจ้าของอรัญญาฟาร์ม จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ประมาณปี 2565 ทางฟาร์มได้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 เนื่องจากทราบมาว่าเป็นกุ้งขาวสายพันธุ์ใหม่ของกรมประมงที่โตไว ซึ่งเดิมทางฟาร์มประสบปัญหาเรื่องกุ้งโตช้า บางครั้งเลี้ยงมา 90 วัน กุ้งขาวยังโตไม่ได้ขนาด จึงลองเปิดใจลงลูกพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ในบ่อดิน จำนวน 2 บ่อ พื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ควบคู่ไปกับการใช้จุลินทรีย์ของกรมประมงอาทิตย์ละ 2 ครั้ง และการเตรียมความพร้อมบ่อเลี้ยงก่อนลงพันธุ์กุ้ง ซึ่งผลจากการเลี้ยงออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมากพันธุ์โตไว ส่งผลให้จับผลผลิตขายได้เร็วขึ้นเป็นการช่วยลดต้นทุนได้มากขึ้น และจากการเก็บข้อมูลการเก็บเกี่ยวผลผลิตในปี 2565 ทางฟาร์มสามารถลงเลี้ยงกุ้งได้ 3 รอบ ผลิตกุ้งขาวได้รวม 10.5 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1,787,500 บาท

ว่าที่ร้อยตรี อวยชัย สุภัตราภรรณ์ เจ้าของฟาร์มกุ้งทอง และฟาร์มสาธิตการเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ทางฟาร์มฯ ได้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ในปี 2565 เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมประมงได้ลงพื้นที่มาเสนอให้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 โดยชูจุดเด่นที่ว่า เป็นสายพันธุ์กุ้งคุณภาพ ปลอดโรค โตไว น้ำหนักดี ทางฟาร์มจึงสนใจและทดลองเลี้ยงในบ่อดินเริ่มต้น 2 บ่อ ซึ่งผลออกมาเป็นที่พึงพอใจ เนื่องจากกุ้งโตไวและน้ำหนักดี จากปกติเลี้ยงกุ้งขาวสายพันธุ์อื่นจะใช้เวลาในการเลี้ยง ประมาณ 4 เดือน แต่สำหรับ กุ้งขาวสิชล 1 ใช้เวลาในการเลี้ยงเพียง 3 เดือน ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการเลี้ยงได้มากยิ่งขึ้น โดยรอบแรกสามารถลงกุ้งประมาณแสนกว่าตัว/ไร่ สามารถได้ผลผลิต 23 ตัว/กิโลกรัม ถือเป็นขนาดที่ตลาดต้องการและได้ราคาอยู่ที่ประมาณ 230/กก. ปัจจุบันทางฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ประมาณ 10 กว่าบ่อ ซึ่งผลผลิตออกมาเป็นที่พึงพอใจจะเห็นได้จากปี 2565 ทางฟาร์มฯ สามารถจับผลผลิตได้ประมาณ 13,168.25 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2,931,061 ล้านบาท

นายมานพ รัตนเดโช เจ้าของมานพฟาร์ม จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ทางฟาร์มได้ทราบข้อมูลผลการเลี้ยงกุ้งขาวสิชล1 จากเพื่อนๆในกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งทะเลจึงมีความสนใจและได้ซื้อลูกกุ้งขาวสิชล 1 จากกรมประมงมาทดลองเลี้ยงในบ่อขนาด 4 ไร่ จำนวน 400,000 ตัว โดยพื้นที่การเลี้ยงอยู่ในพื้นที่ที่น้ำมีความเค็มต่ำโดยเฉลี่ยประมาณ 5 พีพีที การเลี้ยงจะใช้จุลินทรีย์ของกรมประมง ควบคุมคุณภาพน้ำตั้งแต่เริ่มปล่อยกุ้งจนถึงการจับ โดยพบว่าขี้เลนในบ่อมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด กุ้งขาวสิชล1 มีสุขภาพแข็งแรงดี การเจริญเติบโตจัดเป็นกุ้งที่โตเร็ว สามารถเลี้ยงได้ตามแผนการผลิตที่วางไว้ กุ้งขาวสิชล1 สามารถเลี้ยงได้นานเกิน 60 วัน โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ จนกระทั่งเมื่อกุ้งมีอายุ 83 วัน ทางฟาร์มก็เริ่มจับกุ้งจำหน่าย สามารถได้ผลผลิตขนาดเฉลี่ย 57 ตัวต่อกิโลกรัม ได้น้ำหนักผลผลิตจำนวนทั้งสิ้น 4,200 กิโลกรัม ราคาจำหน่าย 170 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 714,000 บาท ได้กำไรเกินเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ แม้จะเป็นการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ที่มีความเค็มต่ำก็ตาม

รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า จากผลการตอบรับของเกษตรกรในหลายๆ พื้นที่ กล่าวได้ว่า “กุ้งขาวสิชล 1 เป็นทั้งทางเลือกและทางรอด” สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ต้องการเลี้ยงกุ้งฝ่าวิกฤตในช่วงนี้ นอกจากนี้กรมประมงได้จัดอบรมให้เกษตรกรได้มีความรู้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งสิชล 1 เพื่อให้ได้กุ้งคุณภาพและมาตรฐาน ตลอดจนการสร้างช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น สำหรับเกษตรกรผู้สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง โทร. 0-2579-4496

กุ้งขาวสิชล 1... หนึ่งในผลงานวิจัยของกรมประมงที่ศึกษาวิจัยพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 ผ่านการทดสอบการเลี้ยงจริงในบ่อดินจนประสบความสำเร็จ กรมประมงผลิตกุ้งขาวสิชล 1 พันธุ์ขยายเพื่อส่งต่อลูกพันธุ์คุณภาพให้กับเกษตรกรมาตั้งแต่ปี 2564 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลไทยให้รองรับกับความต้องการของตลาด ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก เพราะกุ้งขาวนับเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศษฐกิจของประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นล้านบาท

นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงพัฒนากุ้งขาวสิชล 1 ขึ้น โดยชูคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ เลี้ยงง่าย โตไว ไร้โรค ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการเลี้ยงในประเทศไทยได้ดี ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เกษตรกรได้ทดลองเลี้ยง กรมประมงได้กระจายพันธุ์กุ้งสิชล 1 สู่ภาคการเพาะเลี้ยง ด้วยการแจกจ่ายพ่อแม่พันธุ์กุ้งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทั่วประเทศ เพื่อเพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายลูกพันธุ์ให้กับเกษตรกรได้นำไปทดลองเลี้ยงในฟาร์ม และมั่นใจว่าด้วยคุณสมบัติพันธุ์และระบบการอนุบาลที่ได้มาตรฐานการผลิตกุ้งที่ปลอดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค 8 โรค ได้แก่ โรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) โรคทอร่า (TSV) โรคกล้ามเนื้อขาวหรือกล้ามเนื้อตาย (IMNV) โรคแคระแกร็น (IHHNV) โรคหัวเหลือง (YHV) โรค covert mortality nodavirus (CMNV) โรคตายด่วนเนื่องจากแบคทีเรียที่ทําให้เกิดตับวายเฉียบพลัน (EMS-AHPND) และเชื้อ Enterocytozoon hepato penaei (EHP) อีกทั้งยังสามารถเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาหารสดเพื่อลดการติดเชื้อต่างๆ เข้าสู่พันธุ์กุ้ง จึงส่งผลให้เกษตรกรได้เปิดใจลองเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์นี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

กรมประมงส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 พร้อมแนะนำให้ใช้จุลินทรีย์ของกรมประมง ในการช่วยควบคุมคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมในบ่อให้สมดุล ตลอดจนติดตามผลการเลี้ยงของเกษตรกรอย่างใกล้ชิดมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจากการรายงานในปี 2564 - 2565 พบว่า มีเกษตรกรมากกว่า 50 รายเริ่มเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ในพื้นที่ 32 จังหวัด สามารถผลิตกุ้งได้ประมาณ 3,000 ตัน รวมมูลค่ากว่าสามร้อยล้านบาท

นางนภัทร ธราพร เจ้าของกุ้งเพชรฟาร์ม จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ทางฟาร์มได้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ประมาณกลางปี 2564 เนื่องจากมีนักวิชาการกรมประมงลงพื้นที่มานำเสนอและให้คำแนะนำให้ทดลองเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์คุณภาพ ปลอดโรค ที่กรมประมงได้มีการปรับปรุงพันธุ์ได้ล่าสุด โดยเริ่มต้นทางฟาร์มได้ซื้อลูกพันธุ์กุ้งสิชล 1 มาทดลองเลี้ยงและปล่อยลงในบ่อดินพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ จำนวน 2 บ่อ จำนวน 180,000 ตัว สามารถจับผลผลิตขนาด 50 ตัว/กก. จำนวน 3,400 กก. คิดเป็นมูลค่า 697,000 บาท ปัจจุบันทางฟาร์มฯ ยังคงใช้พันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไว้วางใจเรื่องสายพันธุ์กุ้งของกรมประมง ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันปัญหาเรื่องโรคระบาดในการเลี้ยงกุ้งทะเล นอกจากนี้ทางฟาร์มยังให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดการของเสียภายในฟาร์มโดยใช้จุลินทรีย์ของกรมประมงเพื่อผลิตกุ้งทะเลคุณภาพจากฟาร์มออกสู่ตลาดต่อไป

นางอรัญญา ประมวลสุข เจ้าของอรัญญาฟาร์ม จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ประมาณปี 2565 ทางฟาร์มได้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 เนื่องจากทราบมาว่าเป็นกุ้งขาวสายพันธุ์ใหม่ของกรมประมงที่โตไว ซึ่งเดิมทางฟาร์มประสบปัญหาเรื่องกุ้งโตช้า บางครั้งเลี้ยงมา 90 วัน กุ้งขาวยังโตไม่ได้ขนาด จึงลองเปิดใจลงลูกพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ในบ่อดิน จำนวน 2 บ่อ พื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ควบคู่ไปกับการใช้จุลินทรีย์ของกรมประมงอาทิตย์ละ 2 ครั้ง และการเตรียมความพร้อมบ่อเลี้ยงก่อนลงพันธุ์กุ้ง ซึ่งผลจากการเลี้ยงออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมากพันธุ์โตไว ส่งผลให้จับผลผลิตขายได้เร็วขึ้นเป็นการช่วยลดต้นทุนได้มากขึ้น และจากการเก็บข้อมูลการเก็บเกี่ยวผลผลิตในปี 2565 ทางฟาร์มสามารถลงเลี้ยงกุ้งได้ 3 รอบ ผลิตกุ้งขาวได้รวม 10.5 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1,787,500 บาท

ว่าที่ร้อยตรี อวยชัย สุภัตราภรรณ์ เจ้าของฟาร์มกุ้งทอง และฟาร์มสาธิตการเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ทางฟาร์มฯ ได้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ในปี 2565 เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมประมงได้ลงพื้นที่มาเสนอให้ทดลองเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 โดยชูจุดเด่นที่ว่า เป็นสายพันธุ์กุ้งคุณภาพ ปลอดโรค โตไว น้ำหนักดี ทางฟาร์มจึงสนใจและทดลองเลี้ยงในบ่อดินเริ่มต้น 2 บ่อ ซึ่งผลออกมาเป็นที่พึงพอใจ เนื่องจากกุ้งโตไวและน้ำหนักดี จากปกติเลี้ยงกุ้งขาวสายพันธุ์อื่นจะใช้เวลาในการเลี้ยง ประมาณ 4 เดือน แต่สำหรับ กุ้งขาวสิชล 1 ใช้เวลาในการเลี้ยงเพียง 3 เดือน ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการเลี้ยงได้มากยิ่งขึ้น โดยรอบแรกสามารถลงกุ้งประมาณแสนกว่าตัว/ไร่ สามารถได้ผลผลิต 23 ตัว/กิโลกรัม ถือเป็นขนาดที่ตลาดต้องการและได้ราคาอยู่ที่ประมาณ 230/กก. ปัจจุบันทางฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวสิชล 1 ประมาณ 10 กว่าบ่อ ซึ่งผลผลิตออกมาเป็นที่พึงพอใจจะเห็นได้จากปี 2565 ทางฟาร์มฯ สามารถจับผลผลิตได้ประมาณ 13,168.25 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2,931,061 ล้านบาท

นายมานพ รัตนเดโช เจ้าของมานพฟาร์ม จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ทางฟาร์มได้ทราบข้อมูลผลการเลี้ยงกุ้งขาวสิชล1 จากเพื่อนๆในกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งทะเลจึงมีความสนใจและได้ซื้อลูกกุ้งขาวสิชล 1 จากกรมประมงมาทดลองเลี้ยงในบ่อขนาด 4 ไร่ จำนวน 400,000 ตัว โดยพื้นที่การเลี้ยงอยู่ในพื้นที่ที่น้ำมีความเค็มต่ำโดยเฉลี่ยประมาณ 5 พีพีที การเลี้ยงจะใช้จุลินทรีย์ของกรมประมง ควบคุมคุณภาพน้ำตั้งแต่เริ่มปล่อยกุ้งจนถึงการจับ โดยพบว่าขี้เลนในบ่อมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด กุ้งขาวสิชล1 มีสุขภาพแข็งแรงดี การเจริญเติบโตจัดเป็นกุ้งที่โตเร็ว สามารถเลี้ยงได้ตามแผนการผลิตที่วางไว้ กุ้งขาวสิชล1 สามารถเลี้ยงได้นานเกิน 60 วัน โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ จนกระทั่งเมื่อกุ้งมีอายุ 83 วัน ทางฟาร์มก็เริ่มจับกุ้งจำหน่าย สามารถได้ผลผลิตขนาดเฉลี่ย 57 ตัวต่อกิโลกรัม ได้น้ำหนักผลผลิตจำนวนทั้งสิ้น 4,200 กิโลกรัม ราคาจำหน่าย 170 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 714,000 บาท ได้กำไรเกินเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ แม้จะเป็นการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ที่มีความเค็มต่ำก็ตาม

รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า จากผลการตอบรับของเกษตรกรในหลายๆ พื้นที่ กล่าวได้ว่า “กุ้งขาวสิชล 1 เป็นทั้งทางเลือกและทางรอด” สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ต้องการเลี้ยงกุ้งฝ่าวิกฤตในช่วงนี้ นอกจากนี้กรมประมงได้จัดอบรมให้เกษตรกรได้มีความรู้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งสิชล 1 เพื่อให้ได้กุ้งคุณภาพและมาตรฐาน ตลอดจนการสร้างช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น สำหรับเกษตรกรผู้สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง โทร. 0-2579-4496

 Tags

  •   Hits
  • ไปรษณีย์ไทย x กรมประมง” เปิดเส้นทางส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดต่างประเทศ  เสริมช่องทางให้ผปก. ประเดิมเฟสแรก 5 ปลายทาง “อเมริกา – เอเชีย”  รุกหนุนแบรนด์ดิ้งประเทศไทยแหล่งผลิตสัตว์น้ำสวยงาม ไปรษณีย์ไทย x กรมประมง” เปิดเส้นทางส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดต่างประเทศ เสริม... จำนวนผู้อ่าน 1,352  “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใต้สู้ภัยน้ำท่วม “อธิบดีกรมประมง” จัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เร่งช่วยชาวใ... จำนวนผู้อ่าน 1,293 กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้      พร้อมเดินหน้าเยียวยาฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กลับมายืนหยัดได้โดยเร็ว กรมประมง..เร่งสำรวจความเสียหายอุทกภัยด้านประมง 9 จังหวัดภาคใต้ พร้อมเดินหน้... จำนวนผู้อ่าน 1,031 โฆษกกรมประมง แจงชัดแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ  พ.ศ. 2567 – 2570  กรมประมงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มบรรเทาลงแล้ว โฆษกกรมประมง แจงชัดแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 ... จำนวนผู้อ่าน 1,012 กรมประมง..พลิกโฉมการออกใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สู่ดิจิทัลโซลูชั่น อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก สินค้าประมง  พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของประเทศคู่ค้าแบบเรียลไทม์ได้ไร้รอยต่อ กรมประมง..พลิกโฉมการออกใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สู่ดิจิทัลโซลูชั่น อำนว... จำนวนผู้อ่าน 970 กรมประมง...เผยผลสำเร็จโครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล คืนความสมบูรณ์สู่ระบบนิเวศ ฟื้นชีวิตใหม่ให้ท้องทะเลไทย กรมประมง...เผยผลสำเร็จโครงการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล คืนความสมบูรณ์สู่ระบบนิ... จำนวนผู้อ่าน 884 ข่าวดี พ.ร.บ. ประมงใหม่ ผ่านสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ปรับ 71 มาตรา ลดโทษ–เพิ่มสิทธิทำประมงพื้นบ้าน ฟื้นชีวิตชาวประมงไทย สอดรับมาตรฐานสากล หนุนประมงไทยเป็นครัวโลกอย่างยั่งยืน ข่าวดี พ.ร.บ. ประมงใหม่ ผ่านสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ปรับ 71 มาตรา ลดโทษ–เพิ่มสิทธิทำป... จำนวนผู้อ่าน 867 8 กันยายน นี้ดีเดย์ ! เปิดรับสมัครเข้าร่วม  “โครงการสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยชาวประมง 3,000 ล้านบาท”  8 กันยายน นี้ดีเดย์ ! เปิดรับสมัครเข้าร่วม “โครงการสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช... จำนวนผู้อ่าน 828 ข่าวดี! สหรัฐฯ ประกาศ ไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MMPA สามารถส่งออกสัตว์น้ำได้ฉลุย ตอกย้ำ! ภาคการประมงไทยไม่กระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ข่าวดี! สหรัฐฯ ประกาศ ไทยผ่านเกณฑ์มาตรฐาน MMPA สามารถส่งออกสัตว์น้ำได้ฉลุย ตอกย้... จำนวนผู้อ่าน 821 กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์สัตว์น้ำประจำชาติ ผลักดันสู่สินค้าสร้างรายได้ในตลาดโลก กรมประมง...ร่วมเปิดอบรมมาตรฐานสายพันธุ์และเกณฑ์ปลากัดไทยฉบับล่าสุด หนุนอัตลักษณ์... จำนวนผู้อ่าน 610 กรมประมง…เดินหน้าพัฒนาบุคลากรภาคเพาะเลี้ยง จัดอบรม “SMART INSPECTOR 2025” มุ่งสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งคุณภาพ ยั่งยืน แข่งขันได้ในตลาดโลก กรมประมง…เดินหน้าพัฒนาบุคลากรภาคเพาะเลี้ยง จัดอบรม “SMART INSPECTOR 2025” มุ่งสู... จำนวนผู้อ่าน 580 กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพูชา แนะใช้ “Fisheries Next” ประเมินเส้นทางเดินเรือเพื่อความปลอดภัย  กรมประมง...แจ้งเตือนเรือประมงทุกลำ หลีกเลี่ยงการเดินเรือใกล้เขตชายแดนไทย - กัมพู... จำนวนผู้อ่าน 578 กรมประมง ครบรอบปีที่ 99 ก้าวสู่ “Fisheries Transformation” จัดแสดงนิทรรศการ 9 โซน “การประมง 3 น้ำ สู่แผ่นดิน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้” เปิดมิติใหม่สู่วิถียั่งยืน ยกระดับประมงไทยสู่มาตรฐานสากล โชว์ศักยภาพ GDP ประมงแตะ 1.38 แสนล้านบาท กรมประมง ครบรอบปีที่ 99 ก้าวสู่ “Fisheries Transformation” จัดแสดงนิทรรศการ 9 โซ... จำนวนผู้อ่าน 576 กรมประมง..ส่งเสริมเกษตรกร จ.ชัยนาท เลี้ยงกบนา  สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ระหว่างพักชำระหนี้กับ ธ.ก.ส. กรมประมง..ส่งเสริมเกษตรกร จ.ชัยนาท เลี้ยงกบนา สร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ระหว่... จำนวนผู้อ่าน 567 อธิบดีกรมประมงเผย ปลาสวยงาม ปลากัดไทย ได้รับความนิยมทั่วโลก ปี 2567 ส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท จับมือไปรษณีย์ไทยพร้อมส่งทั่วไทย เตรียมส่งทั่วโลก รมช.อัครา หนุนกรมประมงสนับสนุนเกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกมิติ อธิบดีกรมประมงเผย ปลาสวยงาม ปลากัดไทย ได้รับความนิยมทั่วโลก ปี 2567 ส่งออกกว่า 1... จำนวนผู้อ่าน 525


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 กลุ่มเผยเเพร่เเละประชาสัมพันธ์

    รายละเอียด กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง เลขที่ 50 เกษตรกลางบางเขน   ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900    email  prfisheries2563@gmail.com  โทรศัพท์ 025620569  FAX 025620569  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6