การส่งออกกุ้งกุลาดำมีชีวิตไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

การส่งออกกุ้งกุลาดำมีชีวิตไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน 

 เผยเเพร่: 2017-11-13  |  อ่าน: 5,847 ครั้ง

 

 

                             ในปี 2554 สำนักงานควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ และกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine : AQSIQ) ตรวจพบเชื้อ Infectious hypodermal and hematopoietic virus (IHHNV) ในกุ้งกุลาดำมีชีวิตที่นำเข้าจากประเทศไทย ส่งผลให้มีความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้ากุ้งกุลาดำมีชีวิต จากประเทศไทย โดยมีข้อกำหนดของการส่งออกกุ้งกุลาดำมีชีวิตจากประเทศไทย

                               1. ต้องเป็นฟาร์มที่กรมประมงขึ้นทะเบียนรับรอง

                               2. ต้องระบุผลการตรวจเชื้อ IHHNV ในใบรับรองสุขอนามัยทุกรุ่น


เอกสารขอขึ้นทะเบียนโรงเพาะฟัก/ฟาร์มเลี้ยงกุ้งกุลาดำ       

                1. สำเนาบัตรประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ (ทบ.1)

                2. สำเนาใบรับรองมาตรฐานฟาร์มตามที่กรมประมงกำหนด

                3. หนังสือรับรองการตรวจโรคจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือจากห้องปฏิบัติการที่ได้การรับรองจากหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายกำหนดตรวจเชื้อไวรัส 5 ชนิด (WSSV, YHV, TSV, IHHNV, IMNV) และ EMS

                4. กรณีเป็นนิติบุคคลให้แนบเอกสารดังนี้

                    4.1 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนซึ่งมีอายุไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง

                    4.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสำเนาทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล

                5. กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นแทน ให้แนบเอกสารดังนี้

                     5.1 หนังสือมอบอำนาจ

                     5.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

 

คุณสมบัติโรงเพาะฟักและฟาร์ม

คุณสมบัติ

โรงเพาะฟัก

ฟาร์มเลี้ยง

 เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกรมประมง

ü

ü

 โรงเพาะฟัก/ฟาร์มต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP, CoC หรือ GAP มกษ.

ü

ü

 โรงเพาะฟักต้องได้รับการตรวจสุขอนามัยฟาร์มทุก 6 เดือน

ü

 

 โรงเพาะฟักต้องได้รับการตรวจโรคไวรัสกุ้งทะเลทุก 3 เดือน

ü

 

 ฟาร์มต้องได้รับการตรวจโรคไวรัสกุ้งทะเลทุก 6 เดือน

 

ü

 โรงเพาะฟัก/ฟาร์ม มีระบบการจดบันทึกรายงานข้อมูลการผลิต โรคและการตายของกุ้งที่กรมประมงสามารถตรวจสอบได้

ü

ü

 โรงเพาะฟักต้องตรวจโรคของพ่อแม่พันธุ์/นอเพลียส ทุกครั้งที่มีการนำเข้า

ü

 

 โรงเพาะฟักต้องออกหนังสือหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ (FMD) และมีใบรับรองสุขภาพลูกกุ้งทุกครั้งที่จำหน่าย

ü

 

 ฟาร์มต้องซื้อลูกกุ้งจากโรงเพาะฟักที่เข้าร่วมเท่านั้น โดยตรวจสอบจากเว๊บไซต์หน่วยงาน กลุ่มวิจัยและพัฒนาการผลิตกุ้งทะเล

 กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฝั่ง กรมประมง

 

ü

 ฟาร์มต้องแสดงหนังสือกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ (FMD) และหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ (MD) ใบรับรอง     สุขภาพลูกกุ้งทุกครั้งที่จำหน่าย

 

ü