การเลี้ยงปลาในฤดูฝน

การเลี้ยงปลาในฤดูฝน  

 เผยเเพร่: 2017-03-22  |  อ่าน: 2,505 ครั้ง


ดร.วิมล จันทรโรทัย อดีตอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน เกษตรกรชาวประมงมักจะประสบปัญหามากมายเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาทำให้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยมีปัจจัยของธรรมชาติที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝนที่ตกลงมา สภาพอากาศที่มืดครึ้ม หรือสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่างและความขุ่นของน้ำอย่างรวดเร็วหลังฝนตกส่งผลให้ปลาหรือลูกพันธุ์ปลาที่ปล่อยใหม่ประสบกับปัญหาปลาช็อคน้ำป่วยและตายเป็นประจำ นอกจากนี้ ภาวะที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนอันเนื่องจากอิทธิพลของฝน ทำให้ปลาอาจมีการติดเชื้อ ซึ่งที่ตรวจพบเจอได้บ่อย เช่น แบคทีเรีย ปรสิตภายนอกและในบางพื้นที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัส และเชื้อราน้ำ

ดังนั้นเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นขอแนะนำให้เกษตรกรเตรียมการป้องกัน ดังนี้

1. เมื่ออากาศมืดครึ้มยาวนาน 2-3 วันหรือหลังฝนหยุดตก ควรเปิดเครื่องตีน้ำ เพื่อคลุกเคล้าน้ำฝนกับน้ำในบ่อให้เข้ากัน ป้องกันการแบ่งชั้นน้ำ

2. เมื่อฝนตกหนักทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลง ปลาจะลดการกินอาหาร ดังนั้น ควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หรืองดอาหารในวันที่ฝนตกหนัก

3. ควรโรยปูนขาวรอบคันบ่อ ประมาณ30-50 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่ เมื่อฝนตกจะช่วยปรับ pH น้ำได้ดีขึ้น

4. สาดเกลือแกงลงในบ่อ หลังฝนตกประมาณ 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ จะช่วยลดพิษของแอมโมเนีย และช่วยรักษาสมดุลภายในร่างกายของปลา

5. หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรปล่อยในอัตราที่หนาแน่นน้อยกว่าปกติ

6. เมื่อปลาแสดงอาการผิดปกติอาจจะผสมยาในอาหารให้ปลากิน แต่ควรปฏิบัติตามฉลาก ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หรือปรึกษา ศูนย์วิจัยหรือสำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้าน

ในช่วงฤดูฝนปีที่ผ่านมา พบว่ามีเหตุการณ์ปลาตายหลายครั้งในหลายพื้นที่ เช่น ที่ลำน้ำวัง เหนือเขื่อนยาง จังหวัดลำปาง หรือที่บึงหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ปลาที่ตายนั้นสาเหตุหลักเกิดจาก สภาพอากาศที่ร้อนจัดหลายวันประกอบกับมีฝนตกลงมาทำให้น้ำแบ่งชั้นระหว่างน้ำร้อนและเย็น ปลาจึงปรับตัวไม่ทัน มีอาการช็อคน้ำ บางครั้งหลังจากฝนตกหนักทางต้นแม่น้ำทำให้น้ำในแม่น้ำมีความขุ่นจากตะกอนดินมาก ตะกอนดินจะไปจับที่เหงือกปลา ทำให้ปลาที่เลี้ยงในกระชังตาย ดังเช่นที่เกิดขึ้นที่จังหวัดอุทัยธานี

กรมประมงจึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของอากาศ โดยให้ดูแลปลาที่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยหรือสำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้านท่าน

ฝ่ายประชาสัมพันธ์/3 มิถุนายน 2556