การเลือกใช้ปูนขาวระหว่างการเลี้ยง บทความยาวสักนิดแต่เราอยากสร้างความเข้าใจในการเลือกใช้วัสดุปูนกับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การเลือกใช้ปูนขาวระหว่างการเลี้ยง บทความยาวสักนิดแต่เราอยากสร้างความเข้าใจในการเลือกใช้วัสดุปูนกับพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  

 เผยเเพร่: 2020-03-01  |  อ่าน: 2,099 ครั้ง

 

การเลือกใช้ปูนขาวระหว่างการเลี้ยง

บทความยาวสักนิด แต่เราอยากสร้างความเข้าใจ ในการเลือกใช้วัสดุปูนกับ พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูดินพื้นบ่อ และคุมสภาพ pH น้ำ ให้นิ่งตลอดการเลี้ยง ป้องกันน้ำดรอฟ น้ำล้ม ช่วยให้ ปลามีสุขภาพดี จัดการง่ายขึ้นค่ะเผื่อ พี่น้อง เกษตรกร จะได้เข้าใจ เลือกใช้ชนิดของปูนขาว ได้ ตามประเภท การออกฤทธิ์ของปูน

แบ่งประเภทตาม วัตถุประสงค์ การใช้งาน

1. ปูนคาร์บอเนต บ้านเรามี ปูนมาร์ล ( CaCO3 ) และ ปูนโดโลไมด์ (MgCa(CO3)2 ) เป็นประเภท ปูนคาร์บอเนต ที่ไม่ผ่านการเผา เป็นปูนธรรมชาติ เนื้อหยาบ สีไม่ขาว ปูนมาร์ลบางแห่ง มีสีน้ำตาลปนบ้าง เหมาะที่จะใช้ เตรียมบ่อ เพิ่มค่าอัลคาร์ไลน์ และ ปรับปรุงสภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง เพราะออกฤทธิ์ช้าๆ ยาวนาน ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป คงความสมดุลของค่า pH ได้นาน ทั้งยังช่วยเพิ่มแร่ธาตุที่สำคัญให้บ่อ เช่น แคลเซียม และ แมกนีเซียม สัตว์น้ำดึงแร่ธาตุไปใช้ในการสร้างเกล็ด และกระดูกได้

เหมาะกับการปรับปรุงพื้นบ่อ ที่เสื่อมโทรม ใช้งานมานาน  กรณีเตรียมบ่อใช้ปูนหว่านในขณะพื้นบ่อมีความชื้น มีน้ำ ชุ่มฉ่ำ เพื่อให้ปูนได้ลงไปทำงานในเนื้อดินที่ลึกลงไป หากมีการ คราด ไถพรวนร่วมด้วย ยิ่ง เพิ่มประสิทธิภาพของการบำบัดพื้นบ่อ

อัตราที่ใช้ ในกรณี เตรียมบ่อ บ่อทั่วๆ ไป 150-200 กิโลกรัม ต่อไร่ กรณีบ่อเชิงพาณิชย์ที่เลี้ยงซ้ำซาก และให้อาหารแบบอัดใช้บ่อทุก ๆ ปี ไม่ค่อยมีเวลาพักบ่อ ใช้ 300 กิโลกรัมต่อไร่

(ปูนชนิดนี้ผลิตมากในภาคกลาง ภาคอื่นๆ อาจหาซื้อยาก แต่ยังพอสามารถซื้อได้จากร้านขายวัสดุที่ใช้กับนากุ้งอาจไม่สะดวกในการซื้อหา แต่อยากให้หาแหล่งซื้อในพื้นที่ให้ได้ เพราะมีความจำเป็นในการใช้งานไปตลอดการเลี้ยง)

2.ปูนไฮดรอกไซด์ ปูนขาว / ปูนแคลเซียมออกไซด์ ( Ca(OH)2 ) เป็นประเภทปูนหินเผา เผาด้วยความร้อนสูง ได้เป็นปูนสุก มีเนื้อสีขาว เนียนละอียด ออกฤทธิ์ รวดเร็ว pH ขึ้นเร็ว ลงเร็ว สำผัสกับน้ำ เกิดความร้อน

เหมาะกับการ นำไปกำจัดศัตรูปลา ในช่วงการเตรียมบ่อ ใช้ 100-150 กิโลกรัมต่อไร่

ไม่เหมาะกับการ ปรับปรุงสภาพดินพื้นบ่อที่ต้องการฟื้นฟู

ไม่เหมาะกับการปรับปรุงสภาพน้ำ หรือคุม pH ระหว่างการเลี้ยง/บ่อที่มีสัตว์น้ำอยู่ เพราะ ทำให้ pH ขึ้นเร็ว ลงเร็วมาก สัตว์น้ำเป็นสัตว์เลือดเย็นไม่ชอบปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนรวดเร็ว จึงเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ

(ปูนขาว ปูนหินเผา ที่เป็นปูนหินเผาชนิดนี้หาซื้อง่ายมีทั่วไปเกษตรกรจึงมักเข้าใจว่าใช้ปรับปรุงดินพื้นบ่อ และคุมสภาพน้ำระหว่างการเลี้ยงได้ด้วย)

3. ปูนออกไซด์ ปูนร้อน (CaO) เป็นประเภทปูนหินเผา เผาด้วยความร้อนสูง 2,000 ฟาเรนไฮต์ (600-900 องศาเซลเซียส) ได้เป็นปูนสุก เป็นปูนขาวชนิดที่มีความเป็นด่างสูง มีฤทธิ์ กัดกร่อน เกิดความร้อนสูงเมื่อสำผัสน้ำ ออกฤทธิ์เร็วมาก

เหมาะแก่การฆ่าเชื้อโรคในบ่อ ที่เคยมีประวัติการเกิดโรค หรือ กำจัด ศัตรูปลา ช่วงเตรียมบ่อ ใช้ 100 กิโลกรัม ต่อไร่

ไม่เหมาะกับการปรับปรุงสภาพน้ำ หรือคุม pH ระหว่างการเลี้ยง/บ่อที่สัตว์น้ำอยู่ เพราะ ทำให้ pH ขึ้นเร็ว ลงเร็วมาก
ไม่มีผลในการควบคุม pH และอัลคาไลน์ ในบ่อให้นิ่ง ๆ นาน
ที่สำคัญ *** สัตว์น้ำ เป็นสัตว์เลือดเย็นไม่ชอบปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนรวดเร็วกรณีที่ pH ขึ้นเร็ว ลงเร็ว จึงเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ

การจัดการบ่อระหว่างการเลี้ยงสัตว์น้ำ

การใช้ปูน คาร์บอเนต เพื่อปรับปรุง ควบคุม คุณภาพน้ำระหว่างการเลี้ยง เพราะอะไรเราจึงต้องสาดปูน ปรับปรุงสภาพน้ำในเวลากลางคืนเราเลือกใช้ชนิดปูนขาวประเภท CaCO3 (ปูนมาร์ล) หรือ MgCa(CO3)2 (ปูนโดโลไมล์)

           - สำหรับการเลี้ยงทั่วๆ ไป ระหว่างการเลี้ยง สาดปูนในอัตรา 15-20 กก. ต่อไร่ หรือ 25-30 กก. ต่อไร่ ถ้าpH ต่ำมาก สาดปูนเมื่อปลามีขนาด 100-300 กรัม ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ โดยผสมน้ำกวนให้เข้ากัน รอ 10-15 นาที แล้วสาดทั่วบ่อในเวลากลางคืน

เวลากลางคืนเมื่อสาดปูนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ในเวลากลางคืน เวลากลางคืนแพลงก์ตอนพืชจะคายก๊าช
คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 เมื่อ CO3= จากปูนขาว + CO2 จากน้ำในบ่อตอนกลางคืน + H2O น้ำ จะได้ด่างในรูปนี้ที่เราต้องการ HCO3 - HCO3- นี่เอง ที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของ pH ประโยชน์ที่ได้รับเมื่อสาดปูน

                 1. เพิ่มความเป็นด่างให้กับน้ำ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะค่า พีเอช ในรอบวัน เหมาะสำหรับเพิ่ม pH ให้กับบ่อที่มีสภาพเป็นกรด เพราะปูนกลุ่มคาร์บอเนตดังกล่าวจะควบคุม ค่า pH ได้นิ่งและนานกว่าปูนชนิดอื่น ๆ ที่มีองค์ประกอบเคมีแตกต่างออกไป

                  2. ป้องกันการตายของแพลงก์ตอน โดยเฉพาะช่วงฟ้าครึ้มหรือฝนตกฟ้าปิดติดต่อกันหลายวัน หรือช่วงรอยต่อของฤดูกาล

                 3. เพิ่มแร่ธาตุในการสร้างเกล็ด และ กระดูก ของสัตว์น้ำ

ถามว่าถ้าเราไม่จัดการ จะเกิดอะไรขึ้น!!!!

               เมื่อคุณภาพน้ำเสียสมดุล pH จะขึ้น ๆ ลง ๆ ขึ้นลง ๆ  สัตว์น้ำจะเครียดไม่กินอาหารบ่อเกิดการย่อยสลายช้ามีอินทรีย์สารเหลือเยอะ บลูกรีนแอลจี้ หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน   เกิดมากแบบผิดปกติ น้ำหนืด คุณภาพน้ำแย่ลง เพราะออกซิเจนลดลง สัตว์น้ำเครียด อ่อนแอ เกิดโรคง่าย โตช้า

ดังนั้นเกษตรกรควรมีความรู้ในการจัดการ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้

              1. รู้ว่าเมื่อไรควรใช้ปูน เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฝนตกฟ้าปิด รอยต่อของฤดูกาล

              2. ชนิดปูนที่ควรใช้ เพื่อให้ได้ด่างในรูปที่เราต้องการ เพื่อประสิทธิภาพในการปรับสภาพน้ำในบ่อ ประเภทปูนคาร์บอเนต ปูนมาร์ล หรือ ปูนโดโลไมด์ แต่จะใช้ชนิดใดควรพิจารณาสีน้ำเป็นหลัก เพราะสีน้ำบ่งบอกว่า สิ่งที่อยู่ในน้ำแตกต่างกัน

            แต่ถ้าในกรณีสีน้ำเขียวเข้มไม่ควรใส่โดโลไมด์ MgCa(CO3)2 เพราะแพลงก์ตอนจะใช้ Mg ในการเจริญเติบโต โดยจะไปเร่งให้กลุ่ม bluegreen algae เจริญเติบโตบลูมเพิ่มขึ้น และดรอปเร็วขึ้น พาให้ออกซิเจนดรอปตามไปด้วย แต่ถ้ากรณีที่น้ำสีอ่อนๆ เราสามารถใช้ปูนโดโลไมด์ได้ กรณีน้ำสีเขียวเข้มจึงเลือกใช้ปูนมาร์ลจะเหมาะสมที่สุด

              3. เวลาที่ปูนทำงานดีที่สุดคือเวลากลางคืนนำปูนมาละลายกับน้ำกวนให้เข้ากันรอเวลาสักครู่ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ความร้อนที่เกิดจากปูนทำปฏิกิริยากับน้ำหมดไปก่อน และปูนละลายอย่างดีก่อนจึงค่อยนำไปสาดทั่ว ๆ บ่อ

ด้วยความห่วงใยจาก สำนักงานประมงจังหวัดนราธิวาส ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดนครศรีธรรมราช กรมประมง