การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65


[2022-05-06] ขอเชิญ นักเรียนประถมศึกษา - มัธยมศึกษาตอนต้น ส่งผลงานเข้าประกวดวาดภาพร.. [2022-04-01] กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2565.. [2022-01-20] การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65.. [2022-01-12] รายงานแผน-ผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2565.. [2021-12-22] แบบแสดงความคิดเห็นต่อประกาศกรมประมง เรื่องกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูปล.. [2021-09-17] กิจกรรมมอบและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำในจังหวัดพิจิตร เนื่องในว.. [2021-08-31] พิธีมอบและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่จังหวัดพิจิ.. [2021-08-02] จังหวัดพิจิตร จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพ.. [2021-07-22] เชิญร่วมตอบแบบสำรวจความพึงพอใจ ของประชาชนต่อการให้บริการตามคู่มือสำหรั.. [2021-07-12] Fisheries Co-Ordinator:FC.. อ่านทั้งหมด 

การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65 

 ข่าวประชาสัมพันธ์  หน่วยงาน  หน่วยงานส่วนภูมิภาค


บทความประชาสัมพันธ์การเตรียมรับสถานการณ์(ก่อนเกิดภัย)

สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

เรื่อง  การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65 (ด้านประมง)

-------------------------

ตามที่กรมอุตุนิยามวิทยาประกาศสิ้นสุดฤดูฝนและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ในช่วงฤดูหนาว ช่วงเดือน พฤศจิกายน 2564 ถึงปลายเดือน กุมภาพันธ์ 2565 โดยฤดูหนาวของประเทศไทยปีนี้ คาดว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นใกล้เคียงปีที่ผ่านมา สำหรับสถานการณ์น้ำต้นทุนทั้งประเทศมากกว่าปี 2563 ร้อยละ 46 จึงคาดการณ์ว่าสถานการณ์ภัยแล้ง ในปี 2564/65 ไม่ส่งผลกระทบรุนแรง  ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงจึงได้จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยด้านการเกษตรภัยแล้งปี 2564/65 (ด้านประมง) ดังนี้

กรณีสัตว์น้ำในบ่อดิน

  1. ควรปรับลดขนาดการผลิตหรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมเลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
  2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล
  3. ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในบ่อ
  4. หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้
  5. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำที่เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้ำน้อยที่สุด ป้องกันการั่วซึมหรือจัดร่มเงาให้กับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
  6. จัดเตรียมหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มเติม
  7. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง
  8. ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ในปริมาณที่เหมาะสม
  9. ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
  10. ต้องเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและรักษาได้ทันท่วงที
  11. งดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
  12. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขทันทีในขณะเดียวกันและแจ้งผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรค  กรณีที่สัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณบ่อที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

 

กรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง

  1. ควรปรับลดขนาดการผลิตหรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำความสะอาดและซ่อมแซมกระชังในฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมเลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
  2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล
  3. ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในกระชัง
  4. หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้
  5. ควรเลือกแหล่งน้ำที่ตั้งกระชังที่มีความลึกพียงพอ เมื่อตั้งกระชังแล้วพื้นกระชังควรสูงจากพื้นน้ำ ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก
  6. ควรจัดวางกระชังให้เหมาะสม ไม่ชิดกันจนหนาแน่นมากเกินไป เพราะจะไปขัดขวางการไหลของกระแสน้ำ
  7. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง ก่อนปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในกระชัง ควรปรับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำในภาชนะลำเลียงสัตว์น้ำ ควรมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันกับน้ำที่ต้องการปล่อยสัตว์น้ำ เช่น อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง เป็นต้น
  8. ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดี และให้ในปริมาณที่เหมาะสม
  9. ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
  10. ต้องเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและให้การรักษาได้ทันท่วงที
  11. ควรทำความสะอาดกระชังสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหาร ซึ่งเป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค นอกจากนี้ช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านกระชังได้ดี มีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ
  12. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
  13. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขทันทีในขณะเดียวกันและแจ้งผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรค  เมื่อสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณแม่น้ำที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

อนึ่ง หากเกษตรกรประมงมีปัญหาในการปฏิบัติตามคำแนะนำ ขอให้เข้ารับการชี้แจงเพิ่มเติมจากสำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร โทร 056-611126 และสำนักงานประมงอำเภอทุกแห่ง

                                                                           ด้วยความปรารถนาดีจาก สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร