แนวทางการอนุรักษ์ม้าน้ำของประเทศไทย

เฝ้าระวังแหล่งอาศัยและแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ชายฝั.. [2021-09-13 ] การปล่อยพันธุ์กุ้งแชบ๊วยขนาดโพสท์ลาร์ว่า 20 (P20) จำนวน 2,000,000 ตัว .. [2021-08-25 ] สำรวจผลจับสัตว์น้ำภายหลังการปล่อยกุ้งแชบ๊วยในแม่น้ำตากใบ อำเภอตากใบ จั.. [2021-08-23 ] การเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อเฝ้าระวังแหล่งอาศัยและแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตา.. [2021-08-20 ] การปล่อยกุ้งกุลาดำขนาด 1 กรัมภายใต้โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน .. [2021-08-17 ] กิจกรรมพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งประมง ประจำปี 2564 การปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ.. [2021-08-09 ] กิจกรรมสนับสนุนโครงการพัฒนาอันเนื่องจากพระราชดำริ ประจำปี 2564 การปล่.. [2021-08-09 ] กิจกรรมภายใต้โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน จังหวัดชายแดนใต้ ประจำ.. [2021-08-09 ] สำรวจผลจับสัตว์น้ำภายหลังการปล่อยกุ้งแชบ๊วยในแม่น้ำตากใบประจำเดือนมิถุ.. [2021-08-04 ] การเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อเฝ้าระวังแหล่งอาศัยและแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตา.. [2021-08-04 ]
อ่านทั้งหมด 

แนวทางการอนุรักษ์ม้าน้ำของประเทศไทย 

 เผยเเพร่: 2021-08-04  |  อ่าน: 1,788 ครั้ง

 

     ปัจจุบันประเทศไทยเรามีการตื่นตัวกับมาตรการอนุรักษ์ม้าน้ำมากขึ้นเนื่องจาก ม้าน้ำถูกจัดเป็นสัตว์น้ำที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์และได้รับการขึ้นบัญชีแนบท้ายอนุสัญญา CITES บัญชี 2 (Appendix II) คือจะได้รับการคุ้มครองในการทำการค้าและต้องอยู่ในความควบคุมหรือจำกัดปริมาณ เพื่อไม่ให้มีผลเสียหายหรือจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็วจนใกล้สูญพันธุ์  ม้าน้ำถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางการค้าทั้งตากแห้งและมีชีวิต และเพื่อไม่ให้จำนวนทรัพยากรม้าน้ำลดน้อยง กรมประมงจึงได้มีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการจับม้าน้ำในธรรมชาติลง เช่น การประกาศปิดอ่าว และการทำแนวปะการังเทียม  รวมถึงการไม่จับม้าน้ำขนาดต่ำกว่า 10 ซม. มาใช้ประโยชน์ หากม้าน้ำติดอวนหรือลอบชาวประมงแล้วยังมีชีวิตอยู่ให้รีบปล่อยกลับลงทะเลทันที และไม่จับม้าน้ำตัวผู้ที่อุ้มไข่ไว้ที่ถุงหน้าท้อง  เป็นการเปิดโอกาสให้ม้าน้ำได้แร่ขยายพันธุ์ก่อนถูกนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งล่าสุดทางกรมประมงได้จัดโครงการอนุรักษ์ม้าน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลเพื่อคืนม้าน้ำสู่ธรรมชาติ เพื่อเป็นการเพิ่มประชากรม้าน้ำในธรรมชาติ ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น