การเตรียมบ่อสัตว์น้ำหลากหลายชนิด

ดินพื้นบ่อกับการเกิดโรคตายด่วน (EMS) ความจริงที่น่ารู้และแนวทางป้องกัน.. [2020-07-09 ] ทำไมเต่ามะเฟืองต้องเป็นสัตว์ป่าสงวน.. [2020-07-09 ] วาฬบรูด้าเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวน พระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า.. [2020-07-09 ] ไฟเกษตรคืออะไร.. [2020-07-09 ] การเตรียมบ่อสัตว์น้ำหลากหลายชนิด.. [2020-06-17 ] ปูไข่นอกกระดอง เสี่ยงสูญพันธุ์.. [2020-06-17 ] มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (Good Aquaculture Pract.. [2020-06-17 ] เรื่องการลอกคราบของกุ้ง โดย ดร.กนกวรรณ แสนสุวรรณ.. [2020-06-17 ] ใครบ้างที่ต้องใช้ LAB (Central LAB) LAB ของรัฐบาลไทย.. [2020-06-17 ] ต้นทางคือป่าไม้ ปลายทางคือประมงที่ยั่งยืน วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดในป่า.. [2020-06-16 ]
อ่านทั้งหมด 

การเตรียมบ่อสัตว์น้ำหลากหลายชนิด 

 เผยเเพร่: 2020-06-16  |  อ่าน: 230 ครั้ง

 

การเตรียมบ่อ

สัตว์น้ำหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม หรือ ปลา สามารถเพาะเลี้ยงได้เป็นอย่างดีในบ่อดิน ขั้นตอนแรกที่สำคัญก่อนเริ่มต้นการเลี้ยงในทุก ๆ รอบ คือ การเตรียมบ่อและน้ำเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสัตว์น้ำที่เราจะเลี้ยง ซึ่งแน่นอนสัตว์น้ำแต่ละชนิดจะมีช่วงค่าคุณภาพน้ำที่แตกต่างกันออกไปในบางพารามิเตอร์ เช่น ค่าความเค็ม แต่อย่างไรก็ตามการเตรียมบ่อเพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ ค่าคุณภาพน้ำพื้นฐานที่ควรพิจารณา จะมีความคล้ายคลึงกัน เช่น ค่า pH, DO, และ Alkalinity เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วการเตรียมบ่อจะมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ถ้าหากขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็อาจส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงในระยะยาวได้ ซึ่งขั้นตอนในการเตรียมบ่อมีดังนี้

1. สูบน้ำออกจากบ่อ หลังจากเก็บเก็บผลผลิตแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสูบน้ำออกจากบ่อ เพื่อปล่อยให้ก้นพื้นบ่อได้สัมผัสกับแสงแดด เพื่อให้รังสียูวีได้ฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ในใต้พื้นบ่อเป็นระยะเวลาหลายเดือนตลอดฤดูการเลี้ยง การเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิด เช่น กุ้งขาว ถูกเลี้ยงด้วยระบบหนาแน่น มีการให้อาหารเยอะ ทำให้ของเสียในบ่อมีมากเช่นกัน หากบ่อเป็นบ่อดินไม่ได้มีการจัดการดูดเลนตะกอนระหว่างการเลี้ยง เกษตรกรจะมีการขุดลอกเลนหลังฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อนำของเสียออกจากก้นบ่อ ซึ่งความถี่ของการลอกเลนขึ้นอยู่กับปริมาณของเสีย และตัวของเกษตรกรเอง

2. หากบ่อมีวัชพืชเกิดขึ้นมาก จะต้องมีการกำจัดออกให้หมด เนื่องจากวัชพืชตามคันบ่อ อาจเป็นที่หลบซ่อนของผู้ล่า หากเป็นพืชน้ำที่อยู่ในบ่อจะมีผลต่อการรักษาสมดุลของระดับออกซิเจนที่ละลายในน้ำ เนื่องจากในตอนกลางวันพืชสังเคราะห์แสง ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของระดับออกซิเจนที่ละลายในน้ำ แต่ในทางตรงกันข้าม ในเวลากลางคืนพืชเหล่านี้จะเป็นผู้บริโภคออกเจนเพื่อใช้ในกระบวนการหายใจ ทำให้เกิดการแย่งกันระหว่างสัตว์น้ำกับพืชน้ำ ซึ่งอันเป็นผลให้เกิดการลดลงอย่างมากของระดับออกซิเจน จนนำไปสู่การตายของสัตว์น้ำ

3. หว่านโรยปูนขาว เพื่อช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดี และช่วยปรับระดับของ pH ให้มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (รายละเอียดใน infographic)

4. เติมน้ำเข้าบ่อ การเติมน้ำควรมีข้อควรระวังอยู่คือ น้ำที่เติมเข้าบ่อนั้น ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนของเสียจากชุมชน อุตสาหกรรม ในการเติมน้ำนั้นควรที่มีที่กรองที่มีตาข่ายขนาดเล็ก เพื่อป้องกันการหลุดรอดเข้ามาของ ปลาชนิดอื่น หรือแม้กระทั่งไข่ปลา เพราะสามารถเติบโตและกลายเป็นผู้ล่าในบ่อในท้ายที่สุด

5. ในบางกรณี น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงมีสารอาหารในน้ำต่ำ ทำให้น้ำมีความใส่มากเกินไป เพราะไม่มีแพลงก์ตอนพืชเกิดขึ้นในบ่อ ในกรณีนี้ควรมีการสร้างอาหารธรรมชาติในบ่อด้วยการเติมปุ๋ยในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแพลงก์ตอนพืช และควรมีการเช็คค่าความโปร่งใสอย่างสม่ำเสมอ ค่าความโปร่งใสที่แนะนำสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่ควรต่ำกว่า 30 cm เพราะถ้าน้ำมีความโปร่งใสต่ำเกินไป หมายความว่าน้ำของเรามีสารอาหารมากไป และจะส่งผลเสียแทน

6. หลังจากเตรียมบ่อเตรียมน้ำได้ตามข้อ 1-5 แล้ว ข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากก่อนมีการปล่อยสัตว์น้ำ คือการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น เช่น DO, Alkalinity, และ pH ในบ่อ ให้มีความเหมาะสม

7. ทำการปล่อยสัตว์น้ำ แนะนำให้เป็นช่วงเช้ามืดของวัน เนื่องจากเราจะได้สังเกตดูอาการของปลาได้ตลอดวัน ค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ขนส่ง กับน้ำในบ่อเลี้ยงให้มีความใกล้เคียงกัน อย่าปล่อยโดยตรงลงบ่อโดยไม่มีการปรับค่าน้ำ การปรับค่าน้ำอาจจะค่อย ๆ น้ำนำในบ่อผสมกับน้ำที่ขนส่ง (ภาพ)

?? ติดตามข้อมูลจากโครงการได้ที่ https://aquadapt.org/products/