แจ้งเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังสัตว์น้ำและโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2565

 สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร


แจ้งเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังสัตว์น้ำและโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2565 



บทความประชาสัมพันธ์การเตรียมรับสถานการณ์(ด้านประมง)

สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

เรื่อง  การป้องกันสัตว์น้ำจากอุทกภัย ปี 2565

-------------------------

 

                ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฤดูฝนของประเทศไทยปีนี้ คาดว่าจะเริ่มประมาณกลางเดือน พฤษภาคม 2565 ซึ่งใกล้เคียงปกติและจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 โดยมีปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนปีนี้จะมากกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 3 แต่จะน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยในช่วงครึ่งแรกของฤดูฝน (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ปริมาณฝนรวมประเทศไทยตอนบนจะมากกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 แต่บริเวณภาคใต้ปริมาณฝนรวมจะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 ส่วนช่วงครึ่งหลังฤดูฝน (สิงหาคม – ตุลาคม)  ปริมาณฝนรวมจะมากกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 3  อนึ่งช่วงตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมจะเกิดฝนทิ้งช่วงส่งผลให้ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อย อาจขาดแคลนน้ำ ส่วนช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนเป็นช่วงที่ฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่ผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่และก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกัน และดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จึงจัดทำบทความประชาสัมพันธ์เตือนให้เกษตรกรประมงปฏิบัติ เพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้น ดังนี้

  1. ให้เกษตรกรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
  2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ฤดูกาล เพื่อให้จับสัตว์น้ำได้ก่อนฤดูน้ำหลาก
  3. ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำในบ่อลดการสูญเสียให้มากที่สุด
  4. ปรับปรุงคันบ่อและเสริมคันบ่อให้สูงพอกับปริมาณน้ำที่เคยท่วมในปีที่ผ่านๆมา
  5. จัดทำร่องระบายน้ำและขุดลอกตะกอนดิน ที่จะทำให้ช่องระบายน้ำตื้นเขินออก เพื่อให้น้ำไหลเข้าออกได้อย่างสะดวก
  6. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในที่เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีปริมาณพอเหมาะ หรือมีปริมาณ 2 ใน 3 ส่วนของน้ำที่มีอยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
  7. จัดเตรียมปูนขาวไว้สำหรับพื้นที่ ดินกรด ดินเปรี้ยว เพื่อปรับสภาพน้ำในบ่อหลังน้ำท่วม ประมาณ 50-60 กิโลกรัมต่อไร่
  8. จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น อวน เครื่องสูบน้ำ เครื่องเพิ่มออกซิเจน ยาปฏิชีวนะ สารเคมี ไว้ให้พร้อม
  9. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบหาสาเหตุพร้อมดำเนินการแก้ไขทันที

เฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำ

โรคสัตว์น้ำที่พบบ่อยได้ในฤดูฝน

      ซึ่งในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เช่น อุณหภูมิ ออกซิเจน ความเป็นกรด – เบส ความขุ่น เป็นต้น ส่งผลให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ทั้งในบ่อดินและในกระชังปรับตัวไม่ทัน เกิดความเครียด อ่อนแอ ยอมรับการเกิดโรคได้ง่าย หรือตายอย่างฉับพลันได้ โรคที่มักเกิดในช่วงฤดูฝนมีหลายชนิด ได้แก่

โรคที่เกิดในปลา

  1. โรคที่เกิดจากปรสิต

สาเหตุ เกิดจากปรสิต ได้แก่ เห็บระฆัง ปลิงใส เห็บปลา หมัดปลา

อาการ ซึม ว่ายน้ำทุรนทุราย ลอยตัวที่ผิวน้ำ กระพุ้งแก้มเปิดปิดเร็วกว่าปกติ กินอาหารน้อยลง ผอม ขับเมือกออกมามาก มีแผลเลือดออกที่ลำตัว

การรักษา การกำจัดปรสิตในปลาโดยใช้ฟอร์มาลีน 25 - 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ1 ตัน แช่ตลอด เปลี่ยนถ่ายน้ำและทำซ้ำ 2 - 3 ครั้ง หรือด่างทับทิม 1 - 2 กรัมต่อน้ำ 1 ตัน

  1. โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ได้แก่ โรคแผลตามลำตัว โรคตัวด่าง

สาเหตุ เกิดจากแบคทีเรียกลุ่ม Aeromonas, Vibrio, Edwardeilla, Flavobacterium เป็นต้น

อาการ ไม่กินอาหาร ซึม มีแผลที่ลำตัว ตกเลือดที่ลำตัวและครีบ ตัวด่างขาวที่ลำตัว สีซีดหรือเข้มผิดปกติ ทยอยตาย ถ้าปลาขนาดเล็กอาจมีอัตรายการตายสูง

การรักษา ควรนำปลามาตรวจวินิจฉัยโรคเพื่อตรวจสอบชนิดของแบคทีเรีย และผลการทดสอบ ความไวต่อยาต้านจุลชีพที่จะให้เหมาะสมกับชนิดของแบคทีเรีย ก่อนนำยาที่มีทะเบียนไปใช้รักษา

  1. โรคไวรัล เช่น โรค TiLV

สาเหตุ เกิดจากไวรัสชื่อ Tilapia Lake virus (TiLV)

อาการ สีตัวเข้มหรือซีดผิดปกติ มีแผลที่ลำตัว อัตราการตายสูง

การรักษา โรคไวรัสในปลายังไม่มีทางรักษา

  1. โรคน๊อคน้ำ

สาเหตุ เกิดจากคุณภาพน้ำเกิดการเปลี่ยนอย่างกะทันหัน เช่น อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ออกซิเจนต่ำ ความเป็นกรด – เบลต่ำ เกิดจากฝนตกชะล้างความเป็นกรดจากดินลงสู่น้ำ ความขุ่นในน้ำมากขึ้นหรือตะกอนแขวนลอยในน้ำสูง

อาการ ปลาจะลอยหัว เปิด-ปิดกระพุ้งแก้มเร็ว ภาวะออกซิเจนหรือตะกอนในน้ำทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนของเหงือกลดลง อาจทำให้ปลาตายอย่างกะทันหันจำนวนมาก

การรักษา ไม่มมีทางรักษาแต่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายได้

โรคที่เกิดในกุ้ง

         ในฤดูฝนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมักจะเจอปัญหาเรื่องความเค็มและอุณหภูมิของน้ำที่ค่อนข้างจะแปรปวนแทบทุกพื้นที่ อาจทำให้เกิดโรคในกุ้ง เช่น ตัวแดงดวงขาว ทอร่า และโรคอื่นๆ ทำความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างมาก ที่ไม่รุนแรงอาจพบปัญหากุ้งโตค่อนข้างช้า บางท้องที่มีปัญหากุ้งน็อค กุ้งเหงือกดำ หรือกล้ามเนื้อขุ่น ปัญหามักเกิดกับผู้เลี้ยงกุ้ง ได้แก่

  1. กุ้งกินอาหารน้อยลง กรณีที่ฝนตกติดต่อกันหลายวัน อุณหภูมิน้ำจะลดลง ส่งผลให้กุ้งกินอาหารน้อยลง และมีผลกับการเจริญเติบโตของกุ้ง ถ้ากุ้งกินอาหารไม่หมด มีอาหารเหลือตกค้างที่พื้นบ่อทำให้เกิดการย่อยสลายทำให้ปริมาณแอมโมเนียสูงขึ้นในเวลาต่อมา ปริมาณออกซิเจนในบ่อต่ำลง ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพกุ้งได้
  2. แพลงก์ตอนบางส่วนอาจจะตายเนื่องจากเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงไป และน้ำมีตะกอนขุ่นทำให้กุ้งมีเหงือกสีเข้มขึ้นจากตะกอนหรือซากแพลงก์ตอนเข้าไปอุดตันในเหงือก ทำให้กุ้งที่อ่อนแอบางส่วนติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยจะสังเกตุได้จากกุ้งเริ่มว่ายเกาะตามขอบบ่อ
  3. กุ้งเป็นโรคได้ง่าย เมื่อฝนตกติดต่อกันหลายวันมักจะมีกุ้งป่วย โดยส่วนใหญ่จะพบติดเชื้อแบคทีเรีย และโรคไวรัสดวงขาว เนื่องจากเมื่อน้ำมีอุณหภูมิต่ำ ภูมิคุ้มกันของกุ้งจะลดลง ขณะที่ไวรัสหลายชนิด จะเพิ่มความรุนแรงเมื่ออุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะไวรัสดวงขาว ซึ่งมักจะพบว่ามีการระบายอย่างรุนแรงในช่วงอุณหภูมิต่ำ

วิธีป้องกันและเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำ

  1. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล เพื่อให้สามารถจับจำหน่ายได้ ก่อนฤดูน้ำหลากควรคัดเลือกลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้
  2. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมหรือน้อยกว่าปกติ เพื่อลดความสูญเสียจากคุณภาพน้ำที่ไม่เหมาะสม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. เลือกใช้อาหารที่มีคุณภาพที่ดี มีทะเบียน และให้อาหารสัตว์น้ำในปริมาณที่เหมาะสม เสริมสารอาหารหรือวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ เช่น โปรไบโอติก วิตามินซี วิตามินรวม แร่ธาตุ เป็นต้น
  4. วางแผนจัดการคุณภาพน้ำที่ดี ให้เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำหากสาพอากาศมีฝนตก ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงอย่างฉับพลัน เกษตรกรสามารถป้องกันการตายของสัตว์น้ำได้ โดยการเปิดเครื่องตีน้ำหรือสูบน้ำในบ่อให้สัมผัสอากาศจะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำได้ ส่วนกรณีที่ฝนตกหนัก ค่าความเป็นกรดเบส (pH) ในบ่อเลี้ยงสีตว์น้ำจะมีค่าลดลง ควรโรยปูนขาวหรือมาร์ล เพื่อควบคุมค่า pH และเติมมเกลือแกงเพื่อลดความเครียดของสัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อนอกจากนี้ ควรควบคุมการใช้น้ำ และรักษาปริมาณน้ำในที่เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีปริมาณพอเหมาะ หรือมีปริมาณ 2 ใน 3 ส่วนของน้ำที่มีอยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
  5. ระหว่างเลี้ยงควรทำความสะอาดพื้นบ่อ กรณีที่เลี้ยงในกระชังให้ทำความสะอาดกระชังอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดปริมาณสารอินทรีย์ เศษอาหาร มูลของเสีย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของปรสิตรวมถึงเชื้อโรคต่างๆ
  6. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ กรณีมีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยไว้ในบริเวณบ่อหรือกระชังที่เลี้ยง เพราะจะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  7. กรณีเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ควรหมั่นตรวจสอบดูแลความคงทนแข็งแรงของกระชังให้มีระยะห่างกันพอสมควร เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก

    อย่างไรก็ตามเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมต่างๆ เช่น การกินอาหาร การว่ายน้ำ ลักษณะอาการภายนอก เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพของสัตว์น้ำที่เลี้ยงอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติให้หาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สัตว์น้ำอ่อนแอ ป่วยและตาย และให้รีบแก้ไขตามสาเหตุ หากไม่ทราบหรือไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ด้วยตนเอง ให้รีบปรึกษาผู้รู้ ผู้เชียวชาญ และมีประสบการณ์ด้านโรค และการจัดการด้านสุขภาพสัตว์น้ำ

   อนึ่ง หากเกษตรกรประมงมีปัญหาในการปฏิบัติตามคำแนะนำ ขอให้เข้ารับการชี้แจงเพิ่มเติมจากสำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร โทร 056-611126 และสำนักงานประมงอำเภอทุกแห่ง

                                                                           ด้วยความปรารถนาดีจาก

                                                                สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

 Tags

  •  บทความหน้าหลัก Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  • ยังไม่มีการจัดลำดับบทความรอบ 6 เดือน!
  •  กิจกรรม Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  •  การสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2566   266   พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้า...  238  Fisherman shop @Phichit พบกับ จำหน่าย สินค้า ผลิตภัณฑ์ จากเกษตรกรประมง จังหวัดพิ...  230  การซื้อ-ขาย สินค้าบางชนิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์   179  Fisherman shop @Phichit จำหน่าย สินค้า   138  ร้านค้า Fisherman Shop @ Phichit ร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูป ภายในงานวันสถาปน...  131  พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉล...  125  ปลาดัดแปลงพันธุกรรม GMOs   106  พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาส มหามงคลวันเฉลิ...  70  พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ 21 กันยายน ประจำปีพุทธศักราช 256...  55


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2565 สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

       เลขที่ 289/3 ถนนบึงสีไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทรศัพท์. 0-5661-1126 โทรสาร. 0-5661-3367    rfmphichit@hotmail.com   0-5661-1126   0-5661-3367   แฟนเพจ