สถานที่ท่องเที่ยวพิจิตร

 สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

สถานที่ท่องเที่ยวพิจิตร 

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพิจิตร

โพสต์โดย : ผู้ดูเเลระบบของหน่วยงาน

 เผยเเพร่: 2017-12-13  |   ข่าววันที่: 2017-12-13 |  อ่าน: 608 ครั้ง
 

 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมน่าเที่ยวชมในพิจิตรที่ไม่ควรพลาด

                                พิจิตร เป็นอีกจังหวัดในภาคกลางที่มีความสำคัญมาตั้งเเต่เมื่อครั้งอดีตเเล้ว โดยตั้งอยู่ริมเเม่น้ำน่าน เเละมีเเม่น้ำยมไหลผ่านอีกด้วย เเต่เดิมในสมัยสุโขทัยนั้นมีชื่อว่าเมืองสระหลวง ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นชื่อว่า เมืองโอฆบุรี ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เเละที่ดินเเดนเเห่งนี้ยังเป็นที่ประสูติของพระเจ้าเสือ หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 กษัตริย์เเห่งกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่จะมีการย้ายที่ตั้งของเมืองมายังบริเวณของบ้านคลองเรียง ในสมัยพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งก็คือที่ตั้งของเมืองพิจิตรในปัจจุบัน โดยพิจิตร นั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองชาละวัน อีกด้วย เเละมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายเเห่งที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีเเละประวัติศาสตร์ ได้รับการคัดสรรมาเเล้วว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดพิจิตรไม่ควรพลาดมาเที่ยวชมความสวยงาม

                                จังหวัดพิจิตรอยู่ในบริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา 50 ลิปดา กับ 16 องศา และเส้นแวงที่ 99 องศา กับ 150 องศา 45 ลิปดาตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 4,531.013 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,831,883 ไร่ มีความกว้างประมาณ 72 กิโลเมตร ความยาวประมาณ 77 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ 346 กิโลเมตร และรถไฟระยะทางประมาณ 351 กิโลเมตร

                                ทิศเหนือ                ติดต่อกับอำเภอบางระกำ และอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

                                ทิศใต้                     ติดต่อกับอำเภอชุมแสง และอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

                                ทิศตะวันออก       ติดต่อกับอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูณ์

                                ทิศตะวันตก          ติดต่อกับอำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์

                                จังหวัดพิจิตรแบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับคล้อ อำเภอสากเหล็ก อำเภอดงเจริญ และอำเภอบึงนาง


- 2 -

ขอบคุณ ภาพจาก http://thai.tourismthailand.org/

วัดท่าหลวง

                                ตั้งอยู่ริมฝั่งเเม่น้ำน่านทางด้านตะวันตก ถือว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับจังหวัดพิจิตร โดยวัดเเหงนี้สร้างในปี พ.ส.2388 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยสิ่งที่สำคัญก็คือ ภายในพระอุโบสถของวัดเเห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทะรูปเก่าเเก่ ปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน โดยหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยมีความกว้างของหน้าตักอยู่ที่ 1.40 เมตร เเละสูง 1.60 เมตร โดยย้ายมาจากวัดนครชุม ตามเรื่องเล่าพื้นบ้านเมืองพิจิตรนั้นกล่าวกันว่า พรพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าเมืองนั้นอยากจะได้พระประธานมาประดิษฐานที่เมืองพิจิตร ประจวบเหมาะกับกองทัพของกรุงศรีอยุธยากำลังเดินทัพไปปราบปรามหัวเมืองเหนือที่เชียงใหม่ ท่านจึงฝากท่านเเม่ทัพของอยุธยาให้หาพระพุทธรูปมาฝากซักองค์ ครั้นกองทัพกรุงศรีอยุธยาเสร็จศึก ทางด้านของเเม่ทัพก็ได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรโดยใช้แพลูกบวบล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากไว้กับเจ้าเมืองกำแพงเพชรก่อนที่จะมาประดิษฐานที่อุโบสถวัดนครชุมก่อน เเล้วจึงย้ายมาที่วัดท่าหลวง เเบบในปัจจุบัน โดยพระอุโบสถจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเเละผู้สนใจเข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. นับว่าเป็นสถานที่เที่ยวจังหวัดพิจิตรที่น่ามาเที่ยวอย่างยิ่ง

- 3 –

ขอบคุณ ภาพจาก http://www.painaidii.com/

วัดหิรัญญาราม

                                วัดหิรัญญาราม แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดบางคลาน หรือ วัดวังตะโก เป็นวัดที่หลวงพ่อเงินเคยจำพรรษาอยู่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเก่า สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจของวัดนี้คือพิพิธภัณฑ์ รูปมณฑป ๒ ชั้นชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของหลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศรู้จักและเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่งที่เคยจำพรรษา

                                หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น มีผู้คนมาให้ท่านช่วยรดน้ำมนต์ให้ไม่ขาดสาย ลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงินวัดบางคลานที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่อมาก็มีหลายท่าน เช่น หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง ที่มีชื่อเสียงในด้านตะกรุดคู่ชีวิต หลวงพ่อน้อย วัดคงคาราม ผู้สร้างตะกรุดหนังปลากระเบน และตะกรุดหนังอีเก้ง ปลัดชุ่ม วัดท้ายน้ำ หลวงพ่อหอม วัดหลวง หลวงพ่อนวล วัดหาดมูลกระบือ หลวงพ่อฟุ้ง วัดปากน้ำ หลวงพ่อขำ วัดโพธิ์เตี้ย หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวงพล ผู้สร้างเหรียญหล่อหลวงพ่อเพชรจำลอง หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ เป็นต้น นอกจากนี้ศิษย์ฆราวาสก็คือเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดม หลวงพ่อเงิน ท่านได้มรณภาพ ด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์เดือน 10 แรม 11 ค่ำ ปีมะแม เวลา 5.00 น.ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2462 รวมอายุได้ 111 ปีพรรษา 90 ณ วัดวังตะโก ตำบลบางคลาน อำเภอบางคลาน จังหวัดพิจิตร

 

- 4 -

ขอบคุณ ภาพจาก http://thai.tourismthailand.org/

วัดโพธิ์ประทับช้าง

                                เป็นวัดเก่าเเก่อีกเเห่งของจังหวัดพิจิตร สร้างขึ้นมาตั้งเเต่สมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี หรือ พรเะจ้าเสือที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ในปี พ.ศ.2242 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ ที่ประสูติของพระองค์เอง ณ บริเวณนี้ โดยตัววัดนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรสายเก่า โดยหน้าวัดนั้นมีต้นตะเคียนที่มีอายุกว่า 260 ปี ตั้งต้นสูงตระหง่านอยู่ โดยวัดความยาวรอบต้นได้ถึง 7 เมตรกว่า ภายในวัดนั้นประกอบด้วยอาคารที่สำคัญหลายเเห่งด้วยกันทั้ง พระวิหารที่มีขนาดสูงใหญ่ โดยมีกำเเพงล้อมรอบถึง 2 ชั้นด้วยกันในรูปเเบบของศิลปะเเบบอยุธยา เเละกลายเป็นโบราณสถานที่ได้ได้รับการขึ้นทะเบียนไปเเล้ว นับว่าเป็นสถานที่เที่ยวจังหวัดพิจิตร ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

- 5 -

ขอบคุณ ภาพจาก https://th.wikipedia.org/

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร

                   คือ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 80 พรรษา ลำดับที่ 5 ตั้งอยู่ที่ริมบึงสีไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร มีเนื้อที่ 170 ไร่ หน่วยงานรับผิดชอบในการดูแลรักษา คือ เทศบาลเมืองพิจิตร ต้นไม้ประจำสวน คือ ค้อ

                   ลักษณะของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร เป็นสวนที่สร้างควบคู่กับบึงสีไฟซึ่งเป็นแหล่งพักพิงและอยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด ในฤดูหนาวจะมีฝูงนกเป็ดน้ำอพยพมาอาศัยเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสถานที่สำหรับชมและศึกษานกไปด้วย ภายในบึงมีพรรณไม้น้ำขึ้นทั่วไป มีดอกบัวหลวงจำนวนมากและสวยงาม ริมบึงปลูกไม้ดอกไม้ประดับและไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น กลางบึงมีศาลาที่ใช้เป็นที่พักผ่อนชมทิวทัศน์มีสะพานยาวทอดข้ามจากฝั่งถึงศาลา ภายในสวนมีทางเดินสำหรับออกกำลังกายและวิ่งเหยาะ มีสวนสุขภาพ ประตูทางเข้ามีหอประชุมขนาดใหญ่รูปจระเข้ยักษ์ในตำนานชาละวัน สัญลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร ประกอบด้วยเวทีเนินดินสำหรับจัดรายการบันเทิงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นสวนสาธารณะที่อยู่ใจกลางเมืองจึงมีประชาชนมาใช้เป็นจำนวนมากเนื่องจากมีความสะดวกในการเข้าถึง

- 6 -

ขอบคุณ ภาพจาก http://www.tourismthailand.org/

3.วัดนครชุม

                                นับว่ามีความเก่าเเก่อย่างมากของจังหวัดพิจิตร เพราะเป็นวัดที่สร้างมาตั้งเเต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยมีอายุมากกว่า 800 ปีเข้าไปเเล้ว โดยภายมในวัดนั้นเป็นที่ตั้งของพระอุโบสถที่มีความเก่าเเก่อย่างมาก โดยเป็นการก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน ส่วนเครื่องบนนั้นเป็นไม้โดยใช้วิธีการเข้าสลักเเทนการใช้ตะปู ซึ่งเป็นวิธีการก่อสร้างของช่างไทยในสมัยก่อน นอกจากนี้เเล้วก็มีทั้งช่องลม ซึ่งใช้เเทนหน้าต่าง โดยพระอุโบสถเเห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อเพชร ก่อนที่จะเชิญไปประดิษฐานที่วัดท่าหลวงในปัจจุบัน โดยปัจจุบันเหลือเพียงฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีความเก่าเเก่มาตั้งเเต่สมัยสุโขทัย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวจังหวัดพิจิตรที่น่ามาเที่ยวชมอย่างมาก

- 7 -

ขอบคุณ ภาพจาก http://www.paiduaykan.com/

5.วัดเขารูปช้าง

                                ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ โดยจุดเด่นของวัดเเห่งนี้น่าจะอยู่ที่ยอดเขาด้านบนที่จะมีพระเจดีย์ตั้งอยู่บนก้อนหินที่ซ้อนกันจนหากมองดูเเล้วจะมีความคล้ายคลึงกับช้างที่กำลังหมอบคลานอยู่ ซึ่งทางวัดเพิ่งจะบูรณะองค์เจดีย์ไปเมื่อ 20 ปีที่เเล้ว เเละมีการประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์สวยงามอย่างมาก โดยด้านบนที่เป็นลากว้างนั้นจะมีพระวิหารที่สร้างขึ้นมาใหม่ เเละใกล้ๆ กันนั้นจะเป็นที่ตั้งของเจดีย์เเบบลังกาเเบบเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ที่สร้างมาตั้งเเต่สมัยในอยุธยาเเล้ว โดยมีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟือง เเต่ยอดเจดีย์หักลงเเล้ว เเละมีมณฑปซึ่งภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสำริด เเละที่ผนังนั้นเป็นการเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องไตรภูมิพระร่วง โดยวัดเเห่งนี้เคยเป็นที่จำพรรษาของพระเกจิชื่อดังของจังหวัดพิจิตรอย่าง หลวงพ่อเตียง โดยมีพิพิธภัณฑ์ของท่านให้ผู้ที่สนใจเข้าชมอีกด้วย

 

- 8 –

ขอบคุณ ภาพจาก http://www.painaidii.com/diary/

อุทยานเมืองเก่าพิจิตร

                                มีความเชื่อกันว่าบริเวณเเห่งนี้เป็นที่ตั้งของตัวเมืองพิจิตรเก่า ซึ่งสร้างมาตั้งเเต่ปี พ.ศ.1601 โดยมีกำเเพงเมืองเก่าที่มีความสวยงาม เเละกินพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ โดยนอกจากกำเเพงเมืองเเล้ว ก็ยังมีคูเมือง รวมทั้งเจดีย์เก่าเเก่ที่สวยงาม เเถมมีสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร ทำให้ภายในอุทยานเเห่งนี้นอกจากมีซากปรักหักพังที่เก่าเเก่เเละสวยงามเเล้ว ก็ยังมีความร่มรื่นจากบรรดาต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้อย่างมาก โดยภายในนั้นมีจุดที่น่าสนใจอีกทั้ง ศาลหลักเมืองพิจิตร ที่มีความเก่าเเก่เเละเป็นที่เคารพสักการะ ส่วนทางด้านของเจดีย์มหาธาตุ ก็มีความเก่าเเก่อย่างมาก เเละเกาะศรีมาลา รวมทั้งถ้ำไกรทอง-ชาละวัน ที่มีความเกี่ยวข้องกับวรรณคดีชื่อดังที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยใครที่มาเที่ยวจังหวัดพิจิตรเเล้วต้องไม่พลาดมาเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้ให้ได้

- 9 -


วัดใหม่ปลายห้วยขอบคุณ ภาพจาก http://www.watmaiplaihouy.com/index.php/h-001

                                วัดใหม่ปลายห้วยสร้างขึ้นเมื่อ ปีจอ ขึ้น 6 ค่ำเดือน 12 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 9 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2537 เริ่มต้นจากกระท่อมหลังเล็กๆในเนื้อที่ 1 งาน ต่อมานายวงษ์ เที่ยงอยู่ ได้บริจาคที่ดินให้สร้างวัดแห่งนี้ จำนวน 2 ไร่เศษ ต่อมาชาวบ้านได้นิมนต์พระภิกษุ ชื่อ หลวงตาดี สุภทฺโท มาอยู่จำพรรษา ณ วัดแห่งนี้เป็นรูปแรก แต่ด้วยความอัตคัดและลำบากในหลายเรื่อง จึงทำให้ท่านย้ายไปอยู่ที่อื่น

                                หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2538 หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ได้มาบูรณะวัดใหม่ปลายห้วยแห่งนี้ใหม่ ญาติโยมมีจิตศรัทธาร่วมถวายที่ดินให้กับหลวงปู่ฯ เพื่อใช้บำเพ็ญสมณะธรรม และหลวงปู่ทองดี ท่านได้ซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการขยายพื้นที่ของวัดจนปัจจุบันมีเนื้อที่โดยรวม 80 ไร่ และสถานที่ปฏิบัติธรรมอีก 50 ไร่ หลวงปู่ฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดใหม่ปลายห้วย อาทิ เช่น ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ อุโบสถ ศาลาปฏิบัติธรรม เจดีย์สถาน ลานธรรม คติธรรม นรก สวรรค์ สุภาษิตไทย และ หลวงปู่เทพโลกอุดร พระยืน พระนั่ง พระนอน ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง จนมีความสวยงามร่มเย็นเหมาะสมและเอื้อแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก ทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้สนใจในธรรมแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย

                               วัดใหม่ปลายห้วย ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2548 อนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อ วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2549 หลวงปู่ทองดี อนีโฆ ประธานสงฆ์แห่งวัดใหม่ปลายห้วย ได้จัดให้มีการอบรมปฏิบัติธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 จนถึงปัจจุบัน

                              

 

- 10 -

ขอบคุณ ภาพจาก http://www.painaidii.com/

บึงสีไฟ

                                ถือว่าเป็นเเหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศไทย โดยมันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำมากมายหลายชนิดทั้ง นก เเละปลา โดยมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 5,000 ไร่ด้วยกัน โดยที่นี่นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีความสำคัญของชาวพิจิตรเป็นอย่างยิ่ง โดยมีคนนิยมมาชมความสวยงามของพระอาทิตย์ตกดินที่นี่กันอย่างมาก เเถมยังมีความสำคัญอย่างมากเพราะว่าเป็นแหล่ง เพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีการนำลูกปลาบึกมาเพาะเลี้ยงอีกด้วย โดยไฮไลท์อีกจุดของที่นี่ก็คือรูปปั้นจระเข้ขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 38 เมตร เเละกว้าง 6 เมตร เเละสูง 5 เมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพญาชาละวัน โดยที่นี่นั้นเป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆ ของจังหวัดพิจิตรเรื่อยมากทั้งงานกาชาด หรือจะเป็นงานกระทง นับว่าเป็นที่เที่ยวจังหวัดพิจิตร ที่น่ามาเที่ยวอย่างมาก

- 11 -

ขอบคุณ ภาพจาก http://www.thaivacationholiday.com/

สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ

                                เป็นอาคารที่มีลักษณะเป็นรูปดาวเก้าเเฉก ที่ยื่นลงไปในบึงสีไฟ ภายในนั้นมีตู้ปลาจัดเเสดงมากมาก เเละมีพันธุ์ปลามากกว่า 20 ชนิดด้วยกัน เเละมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลามาจัดเเสดงให้ชมกัน โดยส่วนกลางของอาคารจะเป็นช่องเปิดให้คุณได้ชมความสวยงามของปลาหลากหลายพันธุ์ ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมาก โดยที่นี่นั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีทุกวันในเวลาตั้งเเต่ 9.00 น. จนถึง 18.00 น. นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวจังหวัดพิจิตรที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก 



Copyright © 2016-2018 สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

   เลขที่ 289/3 ถนนบึงสีไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทรศัพท์. 0-5661-1126 โทรสาร. 0-5661-3367