เฝ้าระวังสัตว์น้ำป่วย ช่วงปลายฝนต้นหนาว

 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมหาสารคาม

เฝ้าระวังสัตว์น้ำป่วย ช่วงปลายฝนต้นหนาว  

ประชาสัมพันธ์หลัก

 เผยเเพร่: 2020-10-22  |   ข่าววันที่: 2020-10-22 |  อ่าน: 342 ครั้ง
 

ช่วงปลายฝนต้นหนาวสัตว์น้ำมักป่วยง่าย ควรเฝ้าระวังสัตว์น้ำป่วย /เป็นโรค โดยการจัดการ 3 ข้อ ดังนี้  1. เตรียมการ  2. ป้องกัน  3. ศึกษาทำความรู้จักโรคที่อาจเกิดขึ้น

1. การเตรียมการ

1.1 หากปล่อยปลาช่วงนี้ ควรปล่อยด้วยอัตราความหนาแน่นต่ำ (ยิ่งหนาแน่นสูง ยิ่งเครียดสูง) ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำสัตว์น้ำให้อ่อนแอภูมิคุ้มกันจึงต่ำยอมรับเชื้อโรครอบๆ ตัวได้ง่ายขึ้น ตัวอย่าง เช่น- ปลาดุก, ปลาหมอ บ่อดิน ปล่อย 50 ตัว/ ตารางเมตร- ปลาดุก, ปลาหมอ บ่อซีเมนต์ ขนาดเล็ก บ่อพลาสติก บ่อดินขนาดเล็ก 25-30 ตัว/ตารางเมตร- ปลากินพืชทุกชนิด 1-2 ตัว / ตารางเมตร กรณีมีการให้อากาศ 2.5 - 3 ตัว / ตารางเมตร

1.2 เตรียมเครื่องให้อากาศ เครื่องตีน้ำ ให้เพียงพอ เพื่อให้มีปริมาณออกซิเจนเพียงพอต่อความต้องการ และช่วยป้องกันไม่ให้อุณหภูมิน้ำไม่แยกชั้นกัน มีอุณหภูมิเท่ากันทุกระดับความลึกและเท่าๆ กันทั้งบ่อ

1.3 เตรียมเกลือเม็ด /เกลือกระสอบสำหรับการเกษตร เกลือเปรียบได้กับยาสามัญประจำฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากเกลือเป็นตัวช่วยปรับสมดุลอิออนแร่ธาตุในน้ำกับเลือดปลาให้สมดุล จึงช่วยลดความเครียด และยังช่วยขับเมือกเอาความสกปรกออกไปจากผิวปลา

- ปลาเล็ก ปลาดุก ปลาหนัง ปลาที่ผิวบอบบาง ใช้ 1-2 กิโลกรัม น้ำ 1 ตัน แช่ตลอด

- ขนาดใหญ่ เช่นพ่อแม่พันธุ์ปลาที่มีเกล็ด ใช้ 3-5 กิโลกรัม / น้ำ 1 ตัน แช่ตลอด

- กรณีบ่อดิน นำเกลือใส่กระสอบปุ๋ยไปแช่ในบ่อ 4-5 จุด อัตราส่วน 100 กิโลกรัม ต่อไร่

- กรณีในกระชัง นำเกลือไปแช่ในกระชังๆ ละ 5-10 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดกระชัง

ในบ่อดินและกระชัง เน้นให้เกลือค่อยๆซึมในน้ำช้าๆ เพื่อให้ปลาว่ายน้ำมาที่จุดที่แขวนเกลือเอง ( โดยเราไม่ต้องสาดเกลือลงในบ่อโดยตรงเหมือนในบ่อซีเมนต์ )

 

2. ป้องกัน

2.1 ด้วยการสังเกตการกินอาหารของปลา หากอากาศเย็นมาก ควรงด หรือลดอาหารลง เนื่องจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานจะลดลง จึงต้องการอาหารลดลง ป้องกันน้ำเสีย/ รักษาคุณภาพน้ำให้ดี นอกจากนี้อาจเสริมวิตามินซีให้กินทุกสัปดาห์ๆละ 1 -2 วัน

2.2 สังเกตการว่ายน้ำว่าผิดปกติหรือไม่ แยกตัวจากฝูง ลอยหัว อ้าปาก ตั้งตัวขึ้น หนวดตั้ง ในปลาดุก ปลาหนัง เอาลำตัวถูข้างบ่อ ว่ายน้ำแฉลบๆ พลิกไปมา หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบจัดการ นำปลาไปให้ ศูนย์ฯประมงใกล้บ้าน เพื่อตรวจโรค และแนะนำการจัดการควบคู่การรักษา ให้เร็วที่สุด (เพราะหากเป็นโรคจะติดต่อจะลุกลามทั้งบ่อรวดเร็วมาก)

2.3 หากพบปลาตาย 2-3% ยังมีโอกาสรักษาให้หาย ให้รีบนำไปไปปรึกษา ศูนย์ฯประมง ในพื้นที่ให้ช่วยตรวจหาสาเหตุหากปล่อยไว้การตายมากกว่า 10% การรักษาทำได้ยากและอาจไม่ได้ผล

 

3. ศึกษาทำความรู้จักโรคที่อาจเกิดขึ้น

ในช่วงรอยต่อฤดูกาล 3.1 ปรสิต เช่น เห็บระฆัง ปลิงใส โรคอิ๊ค-จุดขาว โรคสนิมเหล็ก -โอโอดิเนียม เห็บปลา หนอนสมอ เชื้อแบคทีเรีย เช่น...3.2 เกล็ดพอง ท้องบวม แผลตกเลือด พบกับปลาได้ทุกชนิด อาการหนวดตั้งพบในปลาดุก เกิดจากเชื้อแอโรโมแนส 3.3โรคตัวด่าง ผิวตัวมีแผลเป็นวงสีขาวขอบสีแดง เหงือกเน่ามีคราบตะกรันสีน้ำตาลเกาะ ปากเปื่อยเป็นปุยขาวๆ ครีบหางกร่อนหลุด เกิดจากเชื้อเฟล็กซิแบคเตอร์คอรัมนารีส3.4 โรคเชื้อรา บางครั้งจะพบว่า มีปุยขาวๆ ตามตัวหรือบริเวณแผล / บางตัวที่ป่วยนานๆมีแผลลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ3.5 โรคจากเชื้อไวรัส

 

วิธีเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ

1. สุ่มเก็บตัวอย่างปลาตัวที่กำลังแสดงอาการ เพื่อตรวจโรค ประมาณ 4-5 ตัว นำใส่ถังลำเลียงมาโดยให้มีชีวิต เพราะปลาตายแล้วจะตรวจหาสาเหตุได้ไม่เจนเท่าปลากำลังมีอาการ

2. สุ่มน้ำในบ่อมาตรวจ โดยใช้ขวดน้ำดื่มตวงน้ำในบ่อช่วงเช้าก่อนแดดออก 05.30-06.00 น. การตวงน้ำให้หย่อนสุดแขนเพื่อเก็บน้ำระดับลึกห่างจากผิวน้ำ แล้วปิดฝาขณะที่ขวดอยู่ในน้ำ ป้องกันฟองอากาศเข้าในขวด หากมีฟองอากาศให้เก็บใหม่ บ่อใหญ่อาจเก็บน้ำ 3-4 จุด ลำเลียงมาโดยนำขวดตัวอย่างน้ำวางในกระติกน้ำแข็ง หรือลังโฟม ใส่น้ำแข็งทับ เพื่อป้องกันความร้อนในอากาศทำให้ค่าคุณภาพผิดเพี้ยนไปจากเดิม

หากมีข้อสงสัย : สอบถามเพิ่มได้ที่ ศพจ.มหาสารคาม 043 777439

 Tags


สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมหาสารคาม

 ๒๐  หมู่ ๑๓  ต.แก่งเลิงจาน  อ.เมือง  จ.มหาสารคาม  ๔๔๐๐๐