บทความสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี

ประกาศ !! กรมประมง
ขอเชิญร่วมประกวดเกษตรกรต้นแบบด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ปีงบประมาณ 2564 
(เกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามระดับจังหวัด)
**เปิดรับสมัคร ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2564 
**สามารถส่งใบสมัครได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 032-426032 หรือ 066-0973563

กรมประมง เตรียมประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามัน ประจำปี 2563 ในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563  เผยผลการศึกษาพบมาตรการฯ ที่บังคับใช้ เหมาะสมสอดคล้องกับข้อมูลการแพร่กระจายของสัตว์น้ำ สามารถคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงได้อย่างยั่งยืน

 

          นายมีศักดิ์  ภักดีคง  อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามัน  ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายนของทุกปี ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืนที่กรมประมงได้มีการประกาศใช้มาอย่างยาวนานกว่า 35 ปี (เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2528) โดยได้มีการปรับปรุงมาตรการเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะของทรัพยากรสัตว์น้ำ สิ่งแวดล้อม และสังคม แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจากสถิติการเก็บข้อมูลทางวิชาการ จำนวน และความหลากหลายของชนิดพันธุ์ของสัตว์น้ำพบว่ามีจำนวนลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งมาจากด้วยเหตุปัจจัยหลายด้าน ทั้งความเสื่อมโทรมของแหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำ สภาพแวดล้อม ความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้ง อาจจะมีเรือประมงที่ใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาทำการประมงในพื้นที่ด้วย ประกอบกับจากการติดตามสภาวะทรัพยากรสัตว์น้ำในแต่ละปีหลังจากมาตรการปิดอ่าวพบว่าลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่เกิดขึ้นในช่วงมาตรการ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นต้นเหตุของปริมาณสัตว์น้ำที่ลดจำนวนลงทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2561 กรมประมง จึงได้มีการออกประกาศ ลงวันที่ 22 มีนาคม 2561 เพื่อกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในมาตรการปิดฝั่งทะเลอันดามันให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยพื้นที่การประกาศใช้มาตรการฯ ครอบคลุมพื้นที่ 5,000 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ระยะเวลา 90 วัน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน ของทุกปี และได้กำหนดชนิดของเครื่องมือประมงซึ่งไม่กระทบกับพันธุ์สัตว์น้ำในช่วงประกาศใช้มาตรการฯ ให้สามารถใช้ทำการประมงได้ ดังนี้

          1. เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ ที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 14 เมตร และทำการประมงในเวลากลางคืนนอกเขตทะเลชายฝั่ง


2.    เครื่องมืออวนล้อมจับปลากะตัก ให้ทำการประมงได้เฉพาะในเวลากลางวันและทำการประมงนอกเขต

ทะเลชายฝั่ง

3.    เครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีขนาดช่องตาอวน ตั้งแต่ 4.7 เซนติเมตรขึ้นไป มีความยาวอวนไม่เกิน

2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง และเครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีช่องตาอวนตั้งแต่ 4.7 เซนติเมตรขึ้นไป มีความยาวอวนเกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง

         4. เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง อวนหมึก

          5. เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง

         6. ลอบปูที่มีขนาดตาอวนโดยรอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป ใช้ทำการประมงไม่เกิน 300 ลูก ต่อเรือประมง 1 ลำ ให้ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง และลอบปูที่มีขนาดช่องตาเฉพาะท้องลอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง

          7. ลอบหมึกทุกชนิด

          8. ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้านในเขตทะเลชายฝั่ง

          9. คราดหอยที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 18 เมตร มีความกว้างของปากคราดไม่เกิน 3.5 เมตร ช่องซี่งคราดไม่น้อยกว่า 1.2 เซนติเมตร และจำนวนของเครื่องมือคราดหอยต้องไม่เกิน 3 อัน ต่อเรือกล 1 ลำ ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมง รูปแบบ และพื้นที่ทำการประมงของเครื่องมือคราดหอยที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2560

          10. อวนรุนเคย โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ออกตามความในมาตรา 68 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558

          11. จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เป็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก แผงยกปูจักจั่น

          12. เครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง

          13. การใช้เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า ประกอบเครื่องมือทำการประมงที่มิใช่เครื่องมือทำการประมงตามประเภทที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดให้การใช้เรือประมงทุกขนาดประกอบเครื่องมือทำการประมงบางประเภทเป็นประมงพาณิชย์ พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ยกเว้นอวนครอบอวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเครื่องมือเครื่องมือทำการประมงที่กำหนดห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมงวิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้าใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2560 ลงวันที่  9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560

          ทั้งนี้ การทำการประมงโดยใช้เครื่องมือในข้อ 3 4 5 6 และ 7 จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ลงวันที่  9 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 และจะต้องไม่เป็นเครื่องมือที่ห้ามใช้ทำการประมง ตามมาตรา 67  69 หรือ 71 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558

 

          หากผู้ใดฝ่าฝืนจะเป็นความผิดตามตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสามสิบล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และต้องได้รับโทษทางปกครองอีกด้วย

 

         อธิบดีกรมประมง...กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมา กรมประมงต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐในการปฎิบัติกฎหมายในมาตรการปิดอ่าวทะเลอันดามัน จนกระทั่งท้องทะเลค่อยฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ดังเช่นแต่ก่อน โดยดูได้จากผลการศึกษาของกรมประมง พบว่า ทรัพยากรสัตว์น้ำในกลุ่มปลาหน้าดิน เช่น ปลาเก๋า ปลาใบขนุน ปลากระเบน ปลาจักรผาน ปลาเห็ดโคน ปลาตะเภาข้างลาย ปลาสาก ปลาจวด และ ปลาครืดคราด ฯลฯ มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น ผนวกกับข้อมูลของการแพร่กระจายของสัตว์น้ำวัยอ่อนที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่และช่วงเวลาของการประกาศใช้มาตรการฯ จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่ามาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามัน นั้นมีส่วนช่วยทำให้ประชากรสัตว์น้ำเพิ่มจำนวนมากขึ้นและช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องทะเลได้ อีกประการหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ เรื่องของความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจ เมื่อภาครัฐดำเนินการและภาคประชาชนขานรับให้การสนับสนุน  การขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำจะเกิดความสมดุลของกำลังการผลิตจากธรรมชาติ เกิดความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ และเกิดความยั่งยืนของการประกอบอาชีพประมง ถึงแม้ในปีนี้ กรมประมงจะไม่ได้ประกอบพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามัน ประจำปี 2563 เนื่องจากการเกิดสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 แต่การใช้มาตรการตามประกาศฯ ยังคงเป็นไปตามเดิม จึงขอความร่วมมือพี่น้องชาวประมงปฏิบัติตามกฎหมายและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้วย....อธิบดีฯ กล่าว  

          กรมประมงจัดโครงการเสวนาสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นระดับจังหวัด ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายทะเล จำนวน 459 ชุมชน  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องชาวประมง เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน ระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ ภายใต้บริบทและวิถีของชุมชน เกิดความมั่นคงในอาชีพประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายที่ ดร.เฉลิมชัย  ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้เน้นย้ำให้กรมประมงบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องชาวประมง                

               นายมีศักดิ์  ภักดีคง  อธิบดีกรมประมง  เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กรมประมงได้จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อที่จะพัฒนาอาชีพประมงให้กับชุมชนในท้องถิ่นทั้งห่วงโซ่การผลิตให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้มั่นคง มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ กรมประมงได้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ประเภทประมงชายฝั่ง ภายใต้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 25 ว่าด้วยเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในที่จับสัตว์น้ำในเขตประมงทะเลชายฝั่ง ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ กรมประมงได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านชายฝั่งไปแล้วกว่า 459 ชุมชน ประกอบด้วย โครงการพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปลาบึก เมื่อปีงบประมาณ 2562 จำนวน 65 ชุมชน ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา  นครศรีธรรมราช  และปัตตานี  ต่อมาในปีงบประมาณ 2563 ได้ดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร จำนวน 144 ชุมชน ซึ่งผลการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือว่าประสบผลสำเร็จ สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้กลับมาดีขึ้น พัฒนาอาชีพประมงให้กับชุมชนในท้องถิ่นทั้งห่วงโซ่การผลิตให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้มั่นคง มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และในปีงบประมาณ 2564 ที่กรมประมงกำลังดำเนินการ อีกจำนวน 250 ชุมชน โดยโครงการดังกล่าวนี้ มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนประมงท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ตั้งแต่กระบวนการในการร่วมกันคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมติดตามประเมินผล และร่วมรับผลประโยชน์  โดยกิจกรรมที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน การสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ ธนาคารสัตว์น้ำ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การปรับเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงให้ถูกกฎหมาย การจัดสร้างคานเรือชุมชน การสร้างมูลค่าเพิ่มของสัตว์น้ำโดยมีมาตรฐานการจับสัตว์น้ำและการแปรรูปสัตว์น้ำตามมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภค การเพิ่มช่องทาง  การจำหน่ายสัตว์น้ำ รวมถึงการพัฒนาเป็นชุมชนประมงเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Fisherman Village Resort ในอนาคต  

               ดังนั้น เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนประมงท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง กรมประมง จึงได้กำหนดจัดโครงการเสวนาสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นระดับจังหวัด ระหว่างเดือนมีนาคม - สิงหาคม 2564 ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเลและพัทลุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เครือข่ายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์และบทเรียนจากการดำเนินงานพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างความเข้มแข็งชองชุมชนประมงชายทะเล และแนวทางการขับเคลื่อนเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน อีกทั้ง เป็นการกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน ในการจัดงานครั้งนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการด้านการประมงของหน่วยงานราชการ การจัดนิทรรศการขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปของชุมชน  นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 12 ล้านตัว เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ชาวประมงพื้นบ้านสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพที่ดีขึ้นจากการประกอบอาชีพประมง และชุมชนประมงเกิดความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้  โดยโครงการดังกล่าว จะเริ่มคิกออฟในวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2564 ในพื้นที่ 2 แห่ง ได้แก่ 1. หาดจันทร์สว่าง (หาดปลาไก่) ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และ 2. อ่าวท่ายาง ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง  

      กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านทั้ง 23 จังหวัด เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรประมงของชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เกิดความมั่นคงของอาชีพประมง ภายใต้ความยั่งยืนของทรัพยากร...อธิบดี กล่าว

 

 

                                                                             กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

                                                                                      19 มีนาคม 2564

  •  บทความ
  •  Hit 20 อันดับ
  • สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีเปิดรับคำขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ รอบปีการประมง 2563 - 2564.. (699)  แจ้งประชาสัมพันธ์การจดแจ้งประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม.. (612) ประชุมหารือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี.. (519) แนวทางการดำเนินการออกหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) ตามประกาศกรมประมง เรื่อง การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและมิให้ประชาชนต้องเสียประโยชน์หรือละเมิดกฎหมายต.. (444) สำนักงานประมงอำเภอบ้านแหลม เปิดรับคำขอรับใบอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน.. (426) แบนเนอร์.. (415) การป้องกันและลดความเสี่่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19.. (356) คณะกรรมการตรวจรับซั้งเชือก สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจรับซั้งเชือก จำนวน 100 ชุด ณ แพปลาหงษ์ทอง ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี.. (351) ประมงอำเภอแก่งกระจาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดราชบุรี เข้าตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ตามโครงการบริหารจัดการสิน.. (338) ออกพื้นที่สอบถามข้อมูลจากเกษตรกรภายใต้โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ปี 2562 พร้อมอำนวยความสะดวกในการรับจดแจ้งการประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงกุ้ง.. (334) ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 4 (นายพีระ ทองโพธิ์) และคณะ ได้มาตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2563.. (333) ร่วมจัดฝึกอบรมด้านโภชนาการและการแปรรูปสัตว์น้ำ.. (324) เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจสอบฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภทการเพาะเลี้ยงจระเข้.. (324) ประชาสัมพันธ์หลักสูตรอบรมตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ DGTFarm.com จำนวน 4 หลักสูตร.. (322) ประมงจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรี จัดทำโครงการตู้ปันสุข ปันน้ำใจ .. (321) แจ้งประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ.. (312) ขยายเวลารับแจ้งการประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล.. (309) ร่วมสำรวจแรงงานไทยในเรือประมงพื้นบ้าน ตามมาตรา 174 แห่งพรก.การประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และชาวประมงที่ได้ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง (ทบ.3) ไว.. (306) กรมประมง ปรับคุณสมบัติผู้สมัครรอบใหม่ โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและการตลาดกุ้งทะเล เพื่อการบริโภคภายในประเทศ ปี 2561 (คชก. ระยะที่ 2).. (301) ยุทธศาสตร์กรมประมง พ.ศ. 2560-2564.. (298)