ศูนย์ ศพก. เครือข่ายการเรียนรู้ด้านการประมง นายวินัย สีมาก

ศูนย์ ศพก. เครือข่ายการเรียนรู้ด้านการประมง นายวินัย สีมาก 

 เผยเเพร่: 2018-10-02  |  อ่าน: 2,541 ครั้ง

 

 

โครงการศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร

ศูนย์ฯ เครือข่ายการเรียนรู้ด้านการประมง ระดับจังหวัด ประจำปี 2561

 

1. ข้อมูลทั่วไปของเกษตรกร

นายวินัย  สีมาก   อายุ 59 ปี

บ้านเลขที่ 4  หมู่ที่ 11  ตำบลวังหิน  อำเภอวังโป่ง  จังหวัดเพชรบูรณ์ 67240

โทรศัพท์ 09-6786-4602

เลขประจำตัวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 6701035189

ใบรับรองการผลิตสัตว์น้ำขั้นปลอดภัย เลขที่ 67201-67-SLF1-03-61-00091

 

2. ข้อมูลด้านการประมง

พื้นที่ฟาร์มทั้งหมด 20 ไร่เศษ แบ่งสัดส่วนพื้นที่ เพื่อทำการประมง ดังนี้

ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประกอบด้วยบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 4 บ่อ

  • บ่อเลี้ยงปลานิล                          จำนวน 2 บ่อ พื้นที่ 0.25 ไร่/บ่อ
  • บ่อเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมกัน     จำนวน 1 บ่อ พื้นที่ 1 ไร่
  • บ่อเลี้ยงหอยขม หอยเชอรี่ กบ     จำนวน 1 บ่อ พื้นที่ 50 ตารางเมตร

3. ข้อมูลสภาพบริบทพื้นที่

พื้นที่ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่งเป็นพื้นที่ราบเชิงเขามีคลองไหลผ่าน ส่วนมากเป็นโขดหินสลับกับพื้นดิน  น้ำที่ใช้ในการเกษตรเป็นน้ำคลอง น้ำฝน และน้ำบาดาล ช่วงฤดูฝนจะมีน้ำหลากจากภูเขา

ตำบลวังหิน เป็นตำบลที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 ประชาชนส่วนใหญ่อพยพมาจาก อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย พูดภาษาไทยอีสาน นับถือศาสนาพุทธ ประกอบด้วย 17 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 2,434 ครัวเรือน และบ้านวังหินซองเหนือ หมู่ที่ 11 มี 158 ครัวเรือน

  • การจัดการแหล่งน้ำ

เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา จึงมีการทำคันรอบบริเวณฟาร์มเพื่อป้องกันน้ำหลาก  ในพื้นที่มีการขุดบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 4 บ่อ และขุดคลองไส้ไก่ในพื้นที่นาข้าว เพื่อช่วยในการรักษาความชุ่มชื้นของแปลงทำการเกษตรแบบผสมผสาน และปล่อยปลากินพืช เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ในคลองไส้ไก่ ส่วนน้ำที่ใช้ในฟาร์มเป็นน้ำจากลำคลอง และน้ำฝน ในช่วงฤดูแล้ง น้ำแห้ง จึงสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในการเกษตรและเลี้ยงสัตว์น้ำ

  • การวังผังบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

เริ่มจากการขุดบ่อเลี้ยงปลาให้มีความลดหลั่นลงตามแนวลาดของเชิงเขา มีการวางท่อน้ำล้นให้น้ำไหลลงมาผ่านแต่ละบ่อ เป็นการหมุนเวียนน้ำให้ใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี และเป็นการเพิ่มออกซิเจนในบ่อเลี้ยงปลา ลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำ และปลูกหญ้าแฝก เพื่อช่วยการพังทลายของขอบบ่อและคันดิน

4. ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพการเกษตร/ปศุสัตว์

การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต โดยการทำไร่นาสวนผสม มีการวางแผนการจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับหลักทฤษฎีใหม่ คำนึงถึงเรื่องน้ำในการทำการเกษตรเป็นสำคัญ แบ่งพื้นที่เป็นนาข้าว จำนวน 10 ไร่ พืชสวน จำนวน   5 ไร่ โดยปลูกพืช 3 ระยะ คือ พืชระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น มะพร้าว กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า มะม่วง ละมุด  ไผ่  และพืชผักต่างๆ เพื่อให้เกิดผลผลิตขายได้ตลอดปี บ่อปลา/แหล่งน้ำ จำนวน 3 ไร่ เลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ และที่อยู่อาศัย จำนวน 2 ไร่

บริเวณพื้นที่โดยรอบจะปลูกหญ้าเนเปียร์ ไว้เป็นอาหารปลา อาหารไก่ มีการผลิตน้ำส้มควันไม้ไว้ใช้ไล่แมลง ใช้เศษพืชผักที่เหลือจากการขาย เป็นอาหารปลา การนำฟางข้าวมาหมักในบ่อปลาให้เป็นอาหารธรรมชาติ และไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในการผลิตทางการเกษตร

ครัวเรือนมีการจัดทำบัญชีครัวเรือน มีการวางแผนการใช้จ่ายเงินในครอบครัว โดยการพูดคุย และวางแผนร่วมกัน มีรายได้มากกว่ารายจ่าย มีการเก็บออมเป็นประจำทุกเดือนผ่านบัญชีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และบัญชี ธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 

5. ฐานการเรียนรู้  การลดต้นทุนการเลี้ยงปลาโดยใช้ฟางหมัก

การเลี้ยงปลาโดยใช้ฟางหมักหรือหญ้าหมัก เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยลดปริมาณอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาได้ ทดแทนอาหารเม็ดสำเร็จรูป ลดต้นทุนค่าอาหาร เนื่องจากช่วยให้เกิดอาหารธรรมชาติหลายชนิดที่เป็นอาหารปลา ได้แก่ โรติเฟอร์ ไรแดง หนอนแดง   นอกนี้ปลาสามารถกินฟางหรือหญ้าหมักได้

  • วัสดุ/อุปกรณ์

1. ฟางข้าว

2. ไม้ไผ่

3. มูลสัตว์แห้ง

  • วิธีการ

1. เลือกพื้นที่ทำบริเวณมุมบ่อ มุมใดมุมหนึ่งควรเลือกไว้ใต้ทิศทางลมเพื่อให้ได้รับอากาศจากลมพัด นำไม้ไผ่ปักลงดินแล้วมัดให้แน่นเพื่อทำเป็นคอก สำหรับป้องกันฟางกระจายไปทั่วบ่อ

2. นำฟางแห้งใส่ให้กระจายให้ทั่วคอก แล้วกดให้จมน้ำ

3. โรยมูลสัตว์แห้ง (หมู ไก่ วัว ควาย) หว่านทับลงไปให้ทั่ว ทำซ้ำอย่างน้อย 4 ชั้น

หมายเหตุ เมื่อฟางข้าวในบ่อยุบตัวลง (ประมาณ 1 เดือน) เติมฟางแห้งและมูลสัตว์ลงไปเพิ่มอีก 

 

6. ฐานการเรียนรู้ การเลี้ยงหอยขม  หอยเชอรี่ และการเลี้ยงกบในบ่อดิน

  • วิธีการ 

1. การเตรียมบ่อ

 - กำจัดวัชพืช

- หว่านปูนขาว อัตรา 60 – 120 กก./ไร่

- ล้อมบ่อเพื่อป้องกันศัตรูธรรมชาติ

- ใส่วัสดุเกาะ ทางมะพร้าว/แผ่นโฟม/แพไม้ไผ่

- ขึงอวนกันนก

     2. การเลี้ยงสัตว์น้ำ

- ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ต้องการเลี้ยง (หอยขม  หอยเชอรี่ กบ)

- ให้อาหารเศษวัสดุที่เหลือในฟาร์ม/อาหารสำเร็จรูป (กบ)

7. การจัดการผลผลิตในฟาร์ม

ผลผลิตทางการเกษตร ที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือน เช่น พืช ผัก ผลไม้   ปลา หอยขม หอยเชอรี่ นำไปจำหน่ายยังผู้บริโภคโดยตรง โดยใช้รถยนต์ไปขายเร่ ในชุมชน นอกจากนั้นจะผลิตน้ำจากต้นไผ่หรือ ผลไม้แปรรูปตามฤดูกาลไว้จำหน่าย เพื่อเป็นรายได้เสริม  และเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความสด และปลอดภัยจากสารเคมี

    

8. จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้ นายวินัย สีมาก

มีการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในฟาร์ม ให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลกันในทุกกิจกรรม และมีการวางระบบน้ำในฟาร์มให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การทำระบบน้ำล้นจากบ่อเลี้ยงปลาลดหลั่นลงมาเป็นระดับ จนถึงแปลงนา ยังขุดเป็นคลองไส้ไก้เพื่อเก็บกักน้ำไว้ให้กระจายความชุ่มชื้นทั่วทั้งฟาร์ม

จุดเด่นของเจ้าของแปลงและบุคคลในครัวเรือน เป็นผู้ที่เปิดใจยอมรับคำแนะนำส่งเสริมทางวิชาการจากเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน และมีการยอมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุมีผล และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับบุคคลอื่นได้อย่างชัดเจน เกิดจากการเรียนรู้และปฏิบัติจริงจนเห็นผลลัพธ์ และไม่ปฏิเสธในการรับเชิญเป็นวิทยากรของหน่วยงานต่าง ๆ ในอำเภอ และจังหวัด            

9. แนวคิด/ความคาดหวัง

"จับทุกวัน ขายทุกวัน ได้เงินทุกวัน"

มีความขยัน ตั้งใจและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  อย่างสม่ำเสมอนำมาพัฒนาอาชีพการเกษตร ให้มีการเกื้อกูลซึ่งกันและกันแบบสมดุลนิเวศ ผลผลิตการเกษตรเป็นอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี

10. การถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่ชุมชน/ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์