กรมประมง....เข้ม!!! ออกประกาศฯ ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น13 ชนิดควบคุมการแพร่พันธุ์และทำลายระบบนิเวศแหล่งน้ำ

 สำนักงานประมงจังหวัดตาก


กรมประมง....เข้ม!!! ออกประกาศฯ ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น13 ชนิดควบคุมการแพร่พันธุ์และทำลายระบบนิเวศแหล่งน้ำ 

ข่าวประชาสัมพันธ์


กรมประมง...ออกประกาศฯคุมเข้ม !!! ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ขึ้นบัญชีเพิ่มอีกจำนวน 13 ชนิดหวังตัดวงจรการแพร่พันธุ์และคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นพร้อมป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำของไทยไม่ให้เกิดความเสียหาย

?นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าปัจจุบันสถานการณ์การแพร่พันธุ์ ของสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือเอเลียนสปีชีส์ ยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากกรณีปลาหมอสีคางดำที่หลุดรอดเข้าบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นเป็นอย่างมากซึ่งครั้งนั้นกรมประมงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยงพ.ศ.2561 สำหรับสัตว์น้ำ 3 ชนิด ได้แก่ ปลาหมอสีคางดำ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 อีกทั้ง ยังได้มีมาตรการจับสัตว์น้ำเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ด้วยการทำปุ๋ยหมักชีวภาพหรือการฝังกลบ หลังจากนั้นกรมประมงได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่นในชนิดพันธุ์อื่นๆ และได้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเพาะเลี้ยงในประเทศ การรุกราน ที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการประกอบกับการพิจารณาสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกันควบคุมและกำจัดของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 (สำนักงานนโยบายและแผนงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)โดยพิจารณาควบคู่กับทะเบียนชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับโลก (GISD; Global Invasive Species Database,IUCN) จึงเห็นควรที่จะเพิ่มชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ขึ้นบัญชีห้ามเพาะเลี้ยงเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

?ล่าสุดกรมประมงจึงได้อาศัยความตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2560 ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันทึ่ 16 สิงหาคม 2564 นี้ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นหายาก หรือป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่สัตว์น้ำและระบบนิเวศ ซึ่งประกอบสัตว์น้ำด้วย 13 ชนิดได้แก่

ชนิดปลา

1. ปลาหมอสีคางดำ Blackchin tilapia

Sarotherodon melanotheron

2. ปลาหมอมายัน Mayan cichlid

Mayaheros urophthalmus

3. ปลาหมอบัตเตอร์ Zebra cichlid

Heterotilapia buttikoferi

4. ปลาทุกชนิดในสกุล Cichla และปลาลูกผสม

Peacock cichlid, Butterfly peacock bass

Cichla spp.

5. ปลาเทราท์สายรุ้ง Rainbow trout

Oncorhynchus mykiss

6. ปลาเทราท์สีน้ำตาล Sea trout

Salmo trutta

7. ปลากะพงปากกว้าง Largemouth black bass

Micropterus salmoides

8. ปลาโกไลแอทไทเกอร์ฟิช Goliath tigerfish, Giant tigerfish

Hydrocynus goliath

9. ปลาเก๋าหยก Jade perch

Scortum barcoo

10. ปลาที่มีการดัดแปลงหรือตัดแต่งพันธุกรรม GMO LMO

ชนิดสัตว์น้ำอื่นๆ

1. ปูขนจีน Chinese mitten crab

Eriocheir sinensis

2. หอยมุกน้ำจืด Triangle shell mussel

Hyriopsis cumingii

3. หมึกสายวงน้ำเงินทุกชนิดในสกุล Hapalochlaena

Blue-ringed octopus

Hapalochlaena spp.

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวฯ มีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

?1. กรณีที่เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกลุ่มเหล่านี้ ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตตามประกาศกรมประมง ภายใน 30 วันหลังจากประกาศฯ มีผลบังคับใช้และเมื่อไม่ต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นกลุ่มดังกล่าวแล้วให้รีบนำสัตว์น้ำส่งมอบให้สำนักงานประมงจังหวัด หรือ หน่วยงานกรมประมงอื่นๆในพื้นที่โดยด่วน

?2. กรณีที่ประชาชนทำการประมงแล้วได้สัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประชาชนสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ต้องทำให้สัตว์น้ำตายก่อนนำไปจำหน่าย

?3. กรณีที่สัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดนี้จากธรรมชาติได้หลุดรอดเข้าในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรโดย

ไม่เจตนาเกษตรกรสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ต้องทำให้ปลาตายก่อนนำไปจำหน่าย

?4. กรณีส่วนราชการ สถาบันการศึกษา หรือกรณีจำเป็นอื่นใดที่ต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดไว้เพื่อศึกษาวิจัยและประโยชน์ทางราชการให้แจ้งขออนุญาตกรมประมงก่อน

?5. ห้ามผู้ใดปล่อยสัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิด ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามมาตรา 144 แห่ง พรก.การประมง 2558

บทลงโทษหากพบผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 64 หรือมาตรา 65 วรรคสอง ต้องระวางโทษตามมาตรา 144 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง นำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า การออกประกาศฉบับดังกล่าวโดยห้ามทำการเพาะเลี้ยง

สัตว์น้ำทั้ง 13 สายพันธุ์นี้ ถือเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นที่หลุดรอดเข้ามาแพร่พันธุ์และสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น (สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) และไม่ต้องการที่จะเลี้ยงอีกต่อไปแล้ว อย่านำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำสาธารณะ ขอให้ท่านนำสัตว์น้ำเหล่านั้นมามอบให้กับทางกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน ให้รับไปดูแล

เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นเกิดการหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ อันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศในระยะยาว

 Tags

  •  บทความหน้าหลัก Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  • ยังไม่มีการจัดลำดับบทความรอบ 6 เดือน!
  •  กิจกรรม Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  •  "การส่งเสริมสินค้าประมงเพื่อการบริโภคที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมประมงให้ไ...  251   “ติดตามงานโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่ อ.อุ้มผาง”    213  “ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ติดตามโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ อ.บ้...  181  “งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) และบริการการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่...  166  "ออกให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 1 ปี 2565"   162  "ร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและสร้างแหล่งอาหารของชุมชน"   160  แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2565 และโรคสัตว์น้ำที่ควรเฝ้า...  143  “การประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง Fisheries Shop อ.บ้านตาก”    139  ประชุมสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด...  123  ปฏิบัติงานโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในลำห้วยทีหม่อโกร บ้านเลตองคุ   115


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2565 สำนักงานประมงจังหวัดตาก

     สำนักงานประมงจังหวัดตาก ถนนมหาดไทยบำรุง ตำบลหนองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดตาก รหัสไปรษณีย์ 63000    takfisheries@gmail.com   0-5551-5616   0-5551-1019   แฟนเพจ