คุมเข้ม ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น 13 ชนิด

 สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก


คุมเข้ม ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น 13 ชนิด 


ส่ง email แชร์ X ส่ง Line แชร์ Facebook
ฟังเสียงบรรยาย
ฟังเสียงบรรยาย

HOT คุมเข้ม ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น 13 ชนิด..คลิก

            กรมประมงออกประกาศฯ คุมเข้ม ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ขึ้นบัญชีเพิ่มอีกจำนวน 13 ชนิด หวังตัดวงจรการแพร่พันธุ์และคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่น พร้อมป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำของไทยไม่ให้เกิดความเสียหาย
นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่พันธุ์ ของสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือ เอเลียนสปีชีส์  ยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศไทยเป็นอย่างมาก  เช่น กรณีปลาหมอสีคางดำที่หลุดรอดเข้าบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา  ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นเป็นอย่างมาก
            ในครั้งนั้นกรมประมง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยงพ.ศ.2561 สำหรับสัตว์น้ำ 3 ชนิด ได้แก่ ปลาหมอสีคางดำ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561
 อีกทั้ง ยังมีมาตรการจับสัตว์น้ำเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ด้วยการทำปุ๋ยหมักชีวภาพหรือการฝังกลบ หลังจากนั้นกรมประมงได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่นในชนิดพันธุ์อื่นๆ และได้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเพาะเลี้ยงในประเทศ การรุกราน ที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร
ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการประกอบกับการพิจารณาสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกันควบคุมและกำจัดของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 (สำนักงานนโยบายและแผนงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)โดยพิจารณาควบคู่กับทะเบียนชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ
ต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับโลก (GISD; Global Invasive Species Database,IUCN) จึงเห็นควรที่จะเพิ่มชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ขึ้นบัญชีห้ามเพาะเลี้ยงเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

            ล่าสุดกรมประมงจึงได้อาศัยความตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง
พ.ศ. 2560 ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 สิงหาคม 2564 นี้
            เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นหายาก หรือป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่สัตว์น้ำและระบบนิเวศ ซึ่งประกอบสัตว์น้ำด้วย 13 ชนิดตามชื่อไทย(Thai name) ชื่อสามัญ (Common name) และชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) ได้แก่ ปลา 10 ชนิด ประกอบด้วย

1 .ปลาหมอสีคางดำ หรือ  Blackchin tilapia  หรือ Sarotherodon melanotheron

ปลาหมอสีคางดำ

 

2.ปลาหมอมายัน หรือ Mayan cichlid หรือ Mayaheros urophthalmus

ปลาหมอมายัน

 

3.ปลาหมอบัตเตอร์ หรือ Zebra cichlid หรือ Heterotilapia buttikoferi

ปลาหมอบัตเตอร์


4.ปลาทุกชนิดในสกุล Cichla และปลาลูกผสม หรือ Peacock cichlid, Butterfly peacock bass หรือ  Cichla spp.

ปลากะพงนกยูง พีคอกแบส

 

5.ปลาเทราท์สายรุ้ง หรือ Rainbow trout หรือ Oncorhynchus mykiss

ปลาเทราท์สายรุ้ง


6.ปลาเทราท์สีน้ำตาล หรือ Sea trout หรือ Salmo trutta

ปลาเทราท์สีน้ำตาล

 

7.ปลากะพงปากกว้าง หรือ Largemouth black bassหรือ Micropterus salmoides

ปลากะพงปากกว้าง

 

8.ปลาโกไลแอทไทเกอร์ฟิช หรือ Goliath tigerfish, Giant tigerfish หรือ  Hydrocynus goliath

ปลาโกไลแอทไทเกอร์ฟิช

 

9.ปลาเก๋าหยก หรือ Jade perch หรือ Scortum barcoo

ปลาเก๋าหยก

 

10.ปลาที่มีการดัดแปลงหรือตัดแต่งพันธุกรรม GMO LMO
ปลาเสือเยอรมัน

 

ชนิดสัตว์น้ำอื่น  ประกอบด้วย

1.ปูขนจีน หรือ Chinese mitten crab หรือ   Eriocheir sinensis

ปูขนจีน


2.หอยมุกน้ำจืด  หรือTriangle shell mussel หรือ Hyriopsis cumingii

หอยมุกน้ำจืดจีน


3.หมึกสายวงน้ำเงินทุกชนิดในสกุล  Hapalochlaena หรือ Blue-ringed octopus หรือ  Hapalochlaena spp.

หมึกสายวงน้ำเงิน

 

ประกาศกรมประมง

รายชื่อประกาศ

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวฯ มีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้ 

1.กรณีที่เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกลุ่มเหล่านี้ ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตตามประกาศกรมประมง ภายใน 30 วันหลังจากประกาศฯ มีผลบังคับใช้และเมื่อไม่ต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นกลุ่มดังกล่าวแล้วให้รีบนำสัตว์น้ำส่งมอบให้สำนักงานประมงจังหวัด หรือ หน่วยงานกรมประมงอื่นๆในพื้นที่โดยด่วน


2.กรณีที่ประชาชนทำการประมงแล้วได้สัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประชาชนสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ต้องทำให้สัตว์น้ำตายก่อนนำไปจำหน่าย


3. กรณีที่สัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดนี้จากธรรมชาติได้หลุดรอดเข้าในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรโดยไม่เจตนาเกษตรกรสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ต้องทำให้ปลาตายก่อนนำไปจำหน่าย

 

4. กรณีส่วนราชการ สถาบันการศึกษา หรือกรณีจำเป็นอื่นใดที่ต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดไว้เพื่อศึกษาวิจัยและประโยชน์ทางราชการให้แจ้งขออนุญาตกรมประมงก่อน

 

5. ห้ามผู้ใดปล่อยสัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิด ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามมาตรา 144 แห่ง พรก.การประมง 2558

 

            บทลงโทษหากพบผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 64 หรือมาตรา 65 วรรคสอง ต้องระวางโทษตามมาตรา 144 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง นำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ การออกประกาศฉบับดังกล่าวโดยห้ามทำการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำทั้ง 13 สายพันธุ์นี้ ถือเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นที่หลุดรอดเข้ามาแพร่พันธุ์และสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย  “

            ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น (สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) และไม่ต้องการที่จะเลี้ยงอีกต่อไปแล้ว อย่านำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำสาธารณะ ขอให้ท่านนำสัตว์น้ำเหล่านั้นมามอบให้กับทางกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน ให้รับไปดูแล
เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นเกิดการหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ อันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศในระยะยาว

 Tags

  •   Hits
  •  นครนายก โมเดล! เพิ่มปลา เพิ่มรายได้ ลด PM 2.5!  นครนายก โมเดล! เพิ่มปลา เพิ่มรายได้ ลด PM 2.5!  จำนวนผู้อ่าน 204  ประชุมกรมการอำเภอบ้านนา ประจำเดือนตุลาคม 2568 ประชุมกรมการอำเภอบ้านนา ประจำเดือนตุลาคม 2568  จำนวนผู้อ่าน 197 ประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำรายงานฯ ของโครงการเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ปี 2565 ระยะที่ 1 ประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำรายงานฯ ของโครงการเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะ... จำนวนผู้อ่าน 192  เกษตรกรยุคใหม่ เลี้ยงสัตว์น้ำใส่ใจ ไม่ใช้ “ยาด็อกซี่”   เกษตรกรยุคใหม่ เลี้ยงสัตว์น้ำใส่ใจ ไม่ใช้ “ยาด็อกซี่”   จำนวนผู้อ่าน 182 ขอแสดงความยินดีกับ นายประภาส พิมลกนกวรรณ ประมงอำเภอปากพลี ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “ประมงอำเภอขวัญใจประชาชน” ขอแสดงความยินดีกับ นายประภาส พิมลกนกวรรณ ประมงอำเภอปากพลี ที่ได้รับรางวัลอันทรงเ... จำนวนผู้อ่าน 178 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในพื้นที่ตำบลบางลูกเสือ และตำบลบางสมบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในพื้นที่ตำบลบางลูกเสือ และตำบลบ... จำนวนผู้อ่าน 164  ปลานิล...ปลาพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9   ปลานิล...ปลาพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9   จำนวนผู้อ่าน 146 ประชุมคณะกรรมการ คณะทำงานจัดงานนครนายกแฟร์ และงานกาชาดนครนายก 2569 ครั้งที่ 1/2569 ประชุมคณะกรรมการ คณะทำงานจัดงานนครนายกแฟร์ และงานกาชาดนครนายก 2569 ครั้งที่ 1/25... จำนวนผู้อ่าน 129  พระราชดำริเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมง  พระราชดำริเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมง  จำนวนผู้อ่าน 122 รับแบบยื่นความจำนงเพื่อขอรับการช่วยเหลือของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติ ด้านประมง รับแบบยื่นความจำนงเพื่อขอรับการช่วยเหลือของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภ... จำนวนผู้อ่าน 122 ร่วมประชุมประจำเดือนหัวหน้าส่วนราชการฯลฯ อำเภอปากพลี ครั้งที่ 10/2568 ร่วมประชุมประจำเดือนหัวหน้าส่วนราชการฯลฯ อำเภอปากพลี ครั้งที่ 10/2568  จำนวนผู้อ่าน 121 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการเกี่ยวข้าวประจำปี 2568  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเท... จำนวนผู้อ่าน 121 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชิ... จำนวนผู้อ่าน 120 ร่วมประชุมคณะกรรมการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอองครักษ์ (กชภอ.) ครั้งที่ 2/2568 ร่วมประชุมคณะกรรมการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอองครักษ์ (กชภอ.) ครั้งท... จำนวนผู้อ่าน 119 ประชุมการหารือแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ประชุมการหารือแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก  จำนวนผู้อ่าน 116


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2569 สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก

    รายละเอียด ศาลากลางจังหวัดนครนายก ชั้น 5 ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000 สแกน QR Code เพื่อให้ Google Map นำทางไปได้ง่ายๆ หรือ กดตรงนี้ การเดินทางมายังสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก (กรณีรถโดยสารสาธารณะ) 1.รถตู้สาย 58-967 กรุงเทพฯ-นครนายก-เขื่อนขุนด่าน จากอนุสาวรีย์ชัยฯ 6.00-18.00 น. / จากฟิวเจอร์ฯ 6.00-20.00 น.จากเขื่อนขุนด่าน 6.00-17.30 น. / จากนครนายก 4.30-17.30 น. (รถออกทุก 20 นาที) 2.บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันวันละหลายเที่ยว มีเส้นทาง คือกรุงเทพฯ – หินกอง – นครนายกกรุงเทพฯ – รังสิต – องครักษ์ – นครนายกกรุงเทพฯ – นครนายก – อรัญประเทศกรุงเทพฯ – องครักษ์ – โรงเรียนนายร้อย จปร. โดยต้องต่อรถเข้าเมืองอีก 7 กิโลเมตร 3.รถตู้ สายกรุงเทพฯ – นครนายก มีจุดขึ้นรถได้แก่จากกรุงเทพ ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณใต้ทางด่วน ฝั่งแฟชั่นมอลล์ รถออกทุก 40 นาทีจากนครนายก ขึ้นรถที่ รพ.นครนายก และบริเวณสี่แยกไฟแดงนครนายก รถออกทุก 40 นาที การเดินทางมายังสำนักงานประมงจังหวัดนครนายก (กรณีรถยนต์ส่วนบุคคล) 1.ตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 107 กิโลเมตร 2.ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่แยกหินกอง ไปตามถนนสุวรรณศรเส้นทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงจังหวัดนครนายก ระยะทางประมาณ 137 กิโลเมตร เบอร์โทรศัพท์ 088-278-6208  email  fpo_nakhonnayok@fisheries.go.th  โทรศัพท์ 037-311024  FAX 037-311024  แฟนเพจ แฟนเพจ
    CreativeCommons Valid CSS! Explanation of WCAG 2.1 Level Triple-AA Conformance SSL Labs ipv6