ห้ามทำการประมงทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2565 ถึงวันที่ 15 ส.ค. 2565

 หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนวชิราลงกรณ (กาญจนบุรี)


ห้ามทำการประมงทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2565 ถึงวันที่ 15 ส.ค. 2565 



ฤดูน้ำแดง ที่ว่านี้จะหมายถึง  ช่วงระยะเวลาที่น้ำในแม่น้ำลำคลองเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณฝนจำนวนมากที่ตกหนักและชะล้างหน้าดิน พัดพาเอาตะกอนธาตุอาหารต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำลำคลอง ทำให้น้ำกลายเป็นสีแดง

ช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะอยู่ระหว่างช่วงเดือน พฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี และเป็นช่วงที่จะกระตุ้นให้ปลาน้ำจืดมีการผสมพันธุ์และวางไข่กัน

 เมื่อเป็นฤดูกาลวางไข่ของปลาในแม่น้ำลำคลอง ก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะเพิ่มประชากรปลาในแม่น้ำลำคลองให้มากเพื่อวันข้างหน้าปลาเหล่านั้นโตขึ้นก็จะเป็นทรัพยากรอันมีค่าแก่พวกเรา ๆ ทั้งหลาย  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง จึงออกประกาศห้ามทำการประมงในพื้นที่เขตกาญจนบุรี ในช่วงระหว่างวันที่  16  พ.ค. – 15  ส.ค. 65เพื่อสงวนพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่กำลังมีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกไม่ให้ถูกทำลายมากเกินไป 

ประกาศกรมประมง

 กรมประมงยังคงประกาศใช้มาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ในทุกจังหวัด ให้เหมาะสมตามข้อมูลทางวิชาการและการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งคาดว่า ในปี 2565 ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญและลานีญา ทำให้ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และต่อเนื่อง โดยคาดว่าฤดูฝนปีนี้จะเริ่มต้นประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเร็วกว่าปกติ และไปสิ้นสุดลงประมาณกลางเดือนตุลาคม และปริมาณน้ำฝนรวมของทั้งประเทศจะมีปริมาณมากกว่าค่าปกติและมากกว่าปีที่แล้ว นั่นหมายความว่า ช่วงดังกล่าวนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูน้ำแดง ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาพันธุ์สัตว์น้ำและระบบนิเวศเกิดความยั่งยืน ในมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ (ฤดูน้ำแดง)

 กรมประมงจึงออกประกาศใช้มาตรการสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน “ฤดูน้ำแดง” มีกำหนดใช้ 2 ปี (2564 – 2565) ตามประกาศกรมประมง ลงวันที่ 30 เมษายน 2564 เรื่อง กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ. 2565 มีสาระสำคัญ ดังนี้

ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงทุกชนิดในช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ ยกเว้น เครื่องมือบางชนิด ตามระยะเวลาและพื้นที่ ดังต่อไปนี้

  • วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 และ วันที่ 16 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 : ในพื้นที่ 33 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย  เชียงใหม่  น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 และ วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 : ในพื้นที่ 39 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู  ขอนแก่น  ชัยภูมิ  นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์  ร้อยเอ็ด  มุกดาหาร  ยโสธร  อำนาจเจริญ  อุบลราชธานี  ศรีสะเกษ  สุรินทร์  บุรีรัมย์  เพชรบูรณ์  นครสวรรค์  ชัยนาท  อุทัยธานี  สิงห์บุรี  ลพบุรี  อ่างทอง  พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ  สมุทรสาคร สมุทรสงคราม  นครนายก  ปราจีนบุรี  สระแก้ว  ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี ระยอง  จันทบุรี และตราด
  • วันที่ 1 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และ วันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565  : ในพื้นที่ 5  จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง  สงขลา  ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

โดยเครื่องมือ วิธีการทำการประมง ที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถทำการประมงในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ได้ มีดังนี้

  1. เบ็ดทุกชนิด ยกเว้น เบ็ดราว เบ็ดพวง ที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชาก หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
  2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป
  3. สุ่ม ฉมวก และส้อม
  4. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน
  5. แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร)
  6. การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย ทดลองทางวิชาการ หรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการของทางราชการ และได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า          

ที่ผ่านมา กรมประมงต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงในแหล่งน้ำจืดทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎหมาย จนทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำค่อยฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ และในปีนี้ กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงและประชาชนทั่วไป ในการปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการทำประมงอย่างถูกวิธี ไม่ทำลายสัตว์น้ำด้วยการใช้เครื่องมือที่ห้ามใช้จับปลาในฤดูมีไข่ และช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแสการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย เพื่อดูแลรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำจืดของไทยให้สามารถแพร่ขยายพันธุ์คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้สัตว์น้ำจืดมีใช้อย่างยั่งยืน อธิบดีกรมประมง กล่าว

 Tags

  •  บทความหน้าหลัก Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  • ยังไม่มีการจัดลำดับบทความรอบ 6 เดือน!
  •  กิจกรรม Hits 10 อันดับ (6 เดือน)
  •  ห้ามทำการประมงทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2565 ถึงวันที่ 15 ส.ค. 2565   857   รายงานงบทดลอง ปีงบประมาณ2565ประจำเดือน พฤษาคม 2565   61  โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงจังหวัดกาญจนบุรี   54  รายงานงบทดลอง ปีงบประมาณ 2565 ประจำเดือน มีนาคม 2565   49  ประชาสัมพันธ์และกำหนดแนวทางการควบคุมการทำประมงตามมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว...  48  ปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียน จำนวน ๘๐,๐๐๐ ตัว   43  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร   42  รายงานงบทดลอง ปีงบประมาณ2565ประจำเดือน เมษายน 2565   36  โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงจังหวัดกาญจนบุรี   32  โครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนประมง   30


    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2565 หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนวชิราลงกรณ (กาญจนบุรี)

     เลขที่ 41/8 หมู่ 8 ตำบล ห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ กาญจนบุรี 71180    paisan68@gmail.com   0892593747   034685237   แฟนเพจ