ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุทัยธานี แจ้งเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง

 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุทัยธานี

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุทัยธานี แจ้งเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง 

กิจกรรม

 เผยเเพร่: 2021-03-23  |   ข่าววันที่: 2021-03-23 |  อ่าน: 110 ครั้ง
 

ข้อควรปฏิบัติในการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง

      กรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน ดังนี้

  • ควรปรับลดขนาดการผลิต หรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ  โดยทําการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยง ในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
  • วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล
  • ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจําหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในบ่อ
  • หากจําเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและ เชื่อถือได้
  • ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ป้องกันการรั่วซึม  หรือจัดทําร่มเงาให้กับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
  • จัดเตรียมหาแหล่งน้ำสํารองไว้ใช้เพิ่มเติม
  • ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง
  • ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
  1. ควรเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและให้การรักษาได้ทันท่วงที
  2. ควรทำความสะอาดกระชังอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหาร ซึ่งเป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค นอกจากนี้ช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านกระชังได้ดี มีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ
  3. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ  ถ้าจําเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
  4. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขได้ทันที

ในขณะเดียวกันควรแจ้งให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรค กรณีที่มีสัตว์น้ำป่วยตายควรกําจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณบ่อที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทําให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

      กรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ดังนี้

  • ควรปรับลดขนาดการผลิตหรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยทําความสะอาดและซ่อมแซมกระชังในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
  • วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล
  • ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจําหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในกระชัง
  • หากจําเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้
  • ควรเลือกแหล่งน้ำที่ตั้งกระชังที่มีระดับความลึกเพียงพอ เมื่อตั้งกระชังแล้วพื้นกระชังควรสูงจากพื้นน้ำไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก
  • ควรจัดวางกระชังให้เหมาะสม ไม่วางชิดกันจนหนาแน่นมากเกินไป เพราะจะไปขัดขวางการไหลของกระแสน้ำ
  • ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง ก่อนปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในกระชัง ควรปรับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำในภาชนะลําเลียงสัตว์น้ำควรมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันกับน้ำที่ต้องการปล่อยสัตว์น้ำเช่น อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง เป็นต้น
  • ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
  1. ควรเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่าง ๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ จะได้แก้ไขและให้การรักษาได้ทันท่วงที
  2. ควรทําความสะอาดกระชังสม่ำเสมอเพื่อกําจัดตะกอนและเศษอาหารซึ่งเป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค นอกจากนี้ช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านกระชังได้ดี มีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ
  3. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจําเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหาร และการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
  4. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขได้ทันที ในขณะเดียวกันควรแจ้งให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรคกรณีที่มีสัตว์น้ำป่วยตายควรกําจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณแม่น้ำที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทําให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

 

การเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง

                    เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งอุณหภูมิอากาศและน้ำสูงขึ้นมาก ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆลดน้อยลง ช่วงนี้ถ้ามีฝนตกอุณหภูมิอากาศและน้ำจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สภาวะต่างๆ ดังกล่าว จะมีผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์น้ำที่เลี้ยงโดยตรง โดยทําให้สัตว์น้ำเครียดอ่อนแอและยอมรับเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังในแม่น้ำ ลําน้ำสาขา อ่างเก็บน้ำและคลองส่งน้ำต่าง ๆ

                    โรคที่ควรเฝ้าระวังในหน้าร้อน ได้แก่ โรคที่เกิดจากปรสิต เช่น เห็บระฆัง ปลิงใส เห็บปลา เหาปลา และหมัดปลา เป็นต้น โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย เช่น สเตรปโตคอสคัส (Streptococcus sp.) แอโรโมแนส (Aeromonas hydrophilo) วิบริโอ (Vibrio sp.) เป็นต้น แบคทีเรียดังกล่าว จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียนักฉวยโอกาส (Opportunistic bacteria) ที่พบและอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำทั่วไป โดยจะเข้าทําอันตรายสัตว์น้ำเมื่อสัตว์น้ำอ่อนแอและสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วโดยผ่านกระแสเลือดที่กระจายอยู่ทั่วตัว

                     ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสัตว์น้ำถ้าสัตว์น้ำมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ในขณะที่สภาพแวดล้อม (คุณภาพน้ำ) เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหรือมีคุณสมบัติของน้ำไม่เหมาะสมต่อการดํารงชีวิตของสัตว์น้ำ

                    สัตว์น้ำที่มีปรสิต มีลักษณะอาการ เช่น ว่ายน้ำผิดปกติ แฉลบ หรือรวมกลุ่มที่ผิวน้ำหายใจถี่มีจุดแดงแผล ถลอกตามผิวลําตัว เป็นต้น

                    สัตว์น้ำที่ติดเชื้อแบคทีเรีย มีลักษณะอาการ เช่น ซึม ไม่กินอาหาร ว่ายน้ำควงสว่าน มีแผลเลือดออกตามผิว ลําตัวและอวัยวะต่าง ๆ มีตุ่มฝีที่บริเวณใต้คางและผิวลําตัว ตาขุ่น โปน ครีบกร่อน ท้องบวม เป็นต้น

     

การรักษาโรค

  • โรคปรสิต โดยการตัดวงจรชีวิตปรสิต กําจัดตะกอนและเศษอาหารที่เกาะติดตามกระชังซึ่งเป็น

อาหารที่อยู่อาศัยและสืบพันธุ์วางไข่ และใช้สารเคมี เช่น ไตรคลอร์ฟอน (กลุ่มยาฆ่าแมลง) อัตราการใช้ ๐.๕-๐.๗๕ ส่วนในล้านส่วน (0.๕-๐.๗๕ กรัมต่อปริมาตรน้ำ ๑ ตัน) ทําทุก ๆ ๑ สัปดาห์ ทําซ้ำติดต่อกัน ๓-๔ ครั้ง หรือ ฟอร์มาลินเข้มข้น ๒๐๐-๒๕๐ ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) (๒๐๐-๒๕๐ มิลลิลิตร (ซีซี) ต่อปริมาตรน้ำ ๑ ตัน) นาน ๑๕-๓๐ นาที ถ้าเป็นปลาที่เลี้ยงในกระชัง ควรนำปลาขึ้นจากกระชังชั่วคราว พักใส่ถังหรือบ่อ หรือใช้ผ้าใบล้อมกระชังปลาแล้วจึงใช้สารเคมีไม่ควรใส่ยาหรือสารเคมีลงในแหล่งน้ำโดยตรง

  • โรคติดเชื้อแบคทีเรีย โดยใช้ยาต้านจุลชีพ ผสมอาหารให้กินตามคําแนะนําในฉลากยา

 

 Tags

  •  Hits 10 อันดับ
  • ปลาประจำหน่วยงาน.. (494)  ราคาพันธุ์สัตว์น้ำที่จำหน่าย.. (454) ประกาศกรมประมง ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 เรื่อง กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประม.. (443) ประวัติหน่วยงาน.. (424) ข้อมูลแหล่งน้ำในจังหวัดอุทัยธานี.. (417) หน้าที่รับผิดชอบ.. (407) แผนผังศูนย์ฯ.. (403) ประกาศกรมประมง เรื่อง นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี กรมประมง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563.. (362) ในวันที่ 2,3 กรกฎาคม 2563 นายประเทศ ซอรักษ์ ผู้ตรวจราชการกรมประมง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ.. (348) กิจกรรมจิตอาสาร่วมปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามแนวทางปลูกป่า 3 อย่าง เกิดประโยชน์ 4 อย่าง.. (347)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุทัยธานี

     38 หมู่ 8 ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี  61000