ปลาประจำหน่วยงาน

 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี

ปลาประจำหน่วยงาน 

หน้าหลัก

 เผยเเพร่: 2017-12-14  |   ข่าววันที่: 2017-12-14 |  อ่าน: 3,015 ครั้ง
 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กระโห้ กะมัน หัวมัน

ชื่อไทย

กระโห้ กะมัน หัวมัน

ชื่อสามัญ

Siamese Giant Carp

ชื่อวิทยาศาสตร์

Catlocarpio siamensis

ถิ่นอาศัย

เคยมีอยู่ชุกชุมในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงบึงบอระเพ็ด ในปัจจุบันมีปริมาณน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีปรากฏให้พบเห็นอยู่บ้างในลำน้ำโขง ชาวบ้านแถบนั้นเรียกชื่อปลานี้ว่า ปลากะมัน หรือหัวมัน

ลักษณะทั่วไป

เป็นปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ดที่มีขนาดใหญ่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ลำตัวค่อนข้างป้อมแบนข้าง ส่วนของลำตัวบริเวณถัดจากช่องเปิดเหงือกโค้งเป็นสันนูนขึ้นมา หัวโต ความยาวของหัวจะประมาณหนึ่งในสามของลำตัว ไม่มีหนวด ปากกว้าง ตาเล็ก ขอบฝาปิดเหงือกมนกลมและใหญ่กว่าปลาชนิดอื่น ๆ ครีบหลัง ครีบหางใหญ่ มีฟันในลำคอหนึ่งแถว เกล็ดกลมมนขอบเรียบ ขนาดของเกล็ดขึ้นอยู่กับขนาดของปลา เหงือกมีซี่กรองยาวและถี่มาก ตัวมีสีคล้ำอมน้ำเงิน หรือมีสีน้ำตาลเข้ม ครีบมีสีแดงเรื่อ ด้านท้องสีจาง ในเอกสารทางวิชาการรายงานว่าปลากระโห้ขนาดใหญ่ เกล็ดมีความยาวถึง 6.8 ซม . ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับฝ่ามือ

การสืบพันธุ์

เพาะพันธุ์โดยการฉีดฮอร์โมน แล้วผสมเทียมแบบแห้ง ปลากระโห้จะมีระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเพาะพันธุ์สั้นมาก

อาหารธรรมชาติ

กินแพลงค์ตอนและพรรณไม้น้ำ

การแพร่กระจาย

 

สถานภาพ(ความสำคัญ)

เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ

   

ชื่อไทย กราย  ตองกราย
ชื่อสามัญ Spotted Featherback
ชื่อวิทยาศาสตร์ Chitala ornata, Haminton
ถิ่นอาศัย

ปลากรายเป็นปลาน้ำจืดที่พบมากในประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย มาเลเซียและพม่า ในประเทศไทยพบอาศัยในแม่น้ำลำคลอง หนองและบึงทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ภาคเหนือเรียกว่าปลาหางแพน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกปลาตองกราย เป็นต้น

ลักษณะทั่วไป

ปลากรายมีลักษณะลำตัวยาวบาง แบนข้าง ส่วนหัวมีขนาดเล็ก เว้าเป็นสันโค้งและแยกออกจากลำตัวเห็นชัดเจน เหนือครีบก้นจะมีจุดสีดำค่อนข้างใหญ่ ประมาณ 5 – 10 จุดเรียงเป็นแถว สีของลำตัวเป็นสีขาวเงิน  ส่วนหลังมีสีคล้ำกว่าส่วนท้อง ขนาดของปลากราย ที่พบส่วนใหญ่ยาวประมาณ70–75 เซนติเมตร  ส่วนลูกปลาที่มีขนาดไม่เกิน 9 เซนติเมตร จะมีลายสีเทาดำ ประมาณ 10–15 แถบ พาดขวางลำตัว เมื่ออายุประมาณ 80 วัน ลายจะเลือนหายไปและกลายเป็นจุดสีดำแทน เกล็ดมีขนาดเล็กละเอียด ครีบต่างๆ ทุกครีบเป็นก้านครีบอ่อนทั้งหมด ครีบท้องเล็กมาก ครีบก้นและครีบหางเชื่อมติดกันรวมเป็นครีบเดียวกัน มีก้านครีบประมาณ 110-135 อัน ครีบหลังเล็ก มีก้านครีบ 8-9 อัน ตั้งอยู่กึ่งกลางหลังลักษณะคล้ายขนนกเสียบอยู่ ครีบอก มีก้านครีบ 15-16 อัน  ครีบท้อง มีก้านครีบ 6 อัน บริเวณสันท้องมีหนามคล้ายฟันเลื่อย 2 แถว จำนวนประมาณ 37-45 คู่ ลักษณะภายนอกของปลากรายเพศผู้และเพศเมียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ ความยาวของครีบเอว  โดยที่ปลาเพศผู้จะมีครีบเอวยาวกว่าปลาเพศเมีย

การสืบพันธุ์วางไข่

การเพาะพันธุ์ปลากรายสามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้นก็สามารถวางไข่ได้เองในบ่อดิน  โดยไข่จะติดกับวัสดุที่อยู่ในน้ำ เช่น ตอไม้ กิ่งไม้ เสา หรือวัสดุอื่นๆฤดูวางไข่ของปลากรายอยู่ในช่วงเดือน มีนาคม – ตุลาคม ของทุกปี โดยรังไข่เพียงข้างเดียวของเพศเมีย(ที่มีอยู่สองข้าง)จะมีการพัฒนาเพื่อสร้างไข่ในหนึ่งฤดู รังไข่ทั้งสองข้างจะสลับกันสร้างไข่จากปีหนึ่งไปยังอีกปีหนึ่ง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ปลาจะเริ่มจับคู่กันและปลาเพศผู้จะทำการขุดดินรอบ ๆ วัสดุที่จะทำการวางไข่ให้เป็นหลุม จากนั้นปลาเพศเมียจะวางไข่ ซึ่งจะติดกับวัสดุ เป็นต้นว่า ตอไม้ รากไม้ ท่อปูน ฯลฯ  ปลาเพศผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่โดยใช้หางโบกไปมาพัดเพื่อให้ออกซิเจนและป้องกันไม่ให้ตะกอนเกาะติดไข่ ไข่ปลากรายที่ได้รับการผสมจะมีสีเหลืองอ่อนใส  มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.0 มิลลิเมตร  และฟักออกเป็นตัวภายในเวลา 6 – 7 วัน ที่อุณหภูมิน้ำ 26-32 องศาเซลเซียส  แม่ปลามีความสามารถวางไข่ได้เฉลี่ยปีละ 6.0 ครั้ง พบแม่ปลาวางไข่สูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม  จำนวนไข่เฉลี่ยครั้งละ 1,044 ฟอง อัตราการปฏิสนธิประมาณ 75% อัตราการฟักเป็นตัว 70% อัตราการรอดตาย 92% เหลือลูกปลาวัยอ่อนอายุ 5 วันเฉลี่ย 514 ตัว คิดเป็น 3,084 ตัว/แม่/ปี

นิสัยการกินอาหาร

กินแมลงน้ำ ลูกกุ้ง ปลาผิวน้ำตัวเล็ก ๆ เช่น กระทุงเหว เสือ ซิว และสร้อย

สถานภาพ(ความสำคัญ)

เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ เนื้อมีรสอร่อยเหมาะสำหรับใช้ทำลูกชิ้นหรือทอดมัน ส่วนเชิงของปลากรายเมื่อนำมาทอดจะมีรสชาติอร่อยกว่าเนื้อปลาส่วนอื่น ๆ


 Tags

  •  Hit 20 อันดับ
  • ราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำ.. (4,808)  ปลาประจำหน่วยงาน.. (3,015) ประวัติหน่วยงาน.. (1,959) สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์.. (1,329) การเพาะเลี้ยงปลากราย.. (1,034) ที่ตั้งสำนักงาน.. (1,021) การเพาะเลี้ยงปลากระโห้.. (786) ข้อมูลบุคลากร.. (769) ประวัติจังหวัดลพบุรี.. (613) ดาวน์โหลดเอกสารงานวิจัย.. (515) ภารกิจหน่วยงาน.. (507) ผลการปฏิบัติงานประจำเดือน.. (411) ประกาศปิดสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์.. (370) ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมงปี 2559.. (318) ข้อตกลงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของงาน.. (300) วันเด็กแห่งชาติ 2561.. (292) ข่าวประชาสัมพันธ์ ครั้งที่ 2/2563.. (262) ข่าวประชาสัมพันธ์ ครั้งที่1/2563.. (251) ข่าวประชาสัมพันธ์ ครั้งที่ 6/2563.. (218) ประชาสัมพันธ์งานวันเด็ก ปี 2563.. (212)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2563 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี

          โทรศัพท์ : 036-510520 แฟ็ก : 036-510521 E-mail : if-lopburi@hotmail.com   ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี 99 ม.9 ต.บางงา อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี 15150 โทร/โทรสาร 036-510520-21 E-mail:if-lopburi@hotmail.com ผู้รับผิดชอบเว็บไซด์ นส.เบญจวรรณ เยาวรัตน์ ตำแหน่งนักวิชาการประมงชำนาญการ E-mail:itoon_51@hot