การปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์ไม้น้ำของกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ

 กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ

การปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์ไม้น้ำของกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ 

บทความ

 เผยเเพร่: 2017-01-02  |   ข่าววันที่: 2017-01-02 |  อ่าน: 1,786 ครั้ง
 

ชนิดสัตว์น้ำ/ไม้น้ำ พันธุ์ที่ปรับปรุงแล้ว หรือกำลังปรับปรุง ณ ปัจจุบัน (2559) รายละเอียดการปรับปรุงและลักษณะปรากฏ และแผนอนาคต/คาดการณ์ผลในอีก 1-5 ปีขึ้นไป (ปี 2560 เป็นต้นไป)

 

1. ปลานิลจิตรลดา3

          ปรับปรุงจากสายพันธุ์ GIFT ซึ่งมีสายพันธุ์จิตรลดาดั้งเดิมผสมอยู่ด้วย จิตรลดา3 มีหัวเล็กเนื้อมาก โตดีกว่าพันธุ์ GIFT เดิม 18% และโตดีกว่าพันธุ์จิตรลดาดั้งเดิม 40%
ศพก.อุตรดิตถ์ ปรับปรุงพันธุ์ปลานิลจิตรลดา3 ต่อไปให้ได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะดียิ่งขึ้น มีอัตราการเจริญเติบโตและมีปริมาณเนื้อแล่ดีกว่าเดิมตามที่เกษตรกรต้องการ เพื่อเพิ่มผลผลลิตและผลตอบแทนให้แก่เกษตรกร โดยมีการปฏิบัติตามแผนงานและคาดการณ์ผลในปี 2560

2. ปลานิลจิตรลดา4

           ปรับปรุงจากปลานิลสายพันธุ์ GIFT เช่นกัน แต่เป็น GIFT คนละรุ่น (generation) กันกับที่เป็นพันธุ์เริ่มต้นของจิตรลดา3 จากการทดลองเปรียบเทียบจิตรลดา4 กับสายพันธุ์ที่ไม่ผ่านการปรับปรุง จิตรลดา4 ให้ผลผลิตสูงกว่า 36% ปลานิลจิตรลดามีการผลิตแจกจ่ายและจัดจำหน่าย ณ ศพก.ปทุมธานี

3. นิลแดงปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.ชุมพร และศพก.อุตรดิตถ์ ได้ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ปลานิลแดงสายพันธุ์ไทย (NIFI strain) และสายพันธุ์อุตรดิตถ์ พบว่าเจริญเติบโตดี เนื้อมาก ส่วนหัวเล็ก ลำตัวกว้าง สันหนา มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น 8-14 % และ ศพก.บุรีรัมย์ ปรับปรุงพันธุ์ปลานิลแดงให้ได้พันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตดียิ่งขึ้น มีเปอร์เซ็นต์เนื้อแล่สูง สีสันสวยงาม มีความเหมาะสมกับพื้นที่การเลี้ยง โดยมีการปฏิบัติตามแผนงานและคาดการณ์ผลในปี 2560

4. นิลแดงปทุมธานี1

          ศพก.ปทุมธานี ปรับปรุงพันธุ์ปลานิลแดง 4 สายพันธุ์ (ปลานิลแดงสายพันธุ์ไทย สายพันธุ์ไต้หวัน สายพันธุ์สเตอลิง และสายพันธุ์มาเลเซีย) พบว่าปลาที่ผ่านการคัดพันธุ์ มีลักษณะลำตัวกว้าง สันหนา มีสีชมพูอมส้ม สามารถเลี้ยงได้ในน้ำที่ระดับความเค็ม 25-30 ppt โดยมีการเจริญเติบโตดีกว่านิลแดงสายพันธุ์เดิมและปลาสายควบคุม 40-60%

5. นิลทนโรค Streptococcosis

          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโรคสเตรปโตคอคโคซิสได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลานิลเป็นจำนวนมาก สถาบันฯ จึงได้ดำเนินโครงการ “พัฒนาพันธุ์ปลานิลทนโรคสเตรปโตคอคโคซิสโดยใช้เทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ด้วยเครื่องหมายโมเลกุล”ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก สวก. ผลการดำเนินงานจากโครงการระยะที่ 1 ได้เครื่องหมายโมเลกุล (ดีเอ็นเอ/สนิป) ที่สัมพันธ์กับลักษณะต้านทานโรคดังกล่าวแล้วจำนวน 1 ตำแหน่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการระยะที่ 2 เพื่อขอทุนสนับสนุนจาก สวก. ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์และหาเครื่องหมายดีเอ็นเอเพิ่มเติม ซึ่งหากการดำเนินการเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะได้สายพันธุ์ปลานิลทนโรคสเตรปโตคอคโคซิสที่ยังคงไว้ซึ่งการเจริญเติบโตดี ภายในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 

6. นิลทนเค็ม

          การปรับปรุงพันธุ์ปลานิลให้มีความสามารถทนเค็มเป็นอีกหนึ่งแผนงานที่สถาบันฯ ได้เริ่มดำเนินการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาเครื่องหมายดีเอ็นเอสนิป (SNP, Single Nucleotide Polymorphism) ที่สัมพันธ์กับลักษณะทนเค็มในปลานิล ซึ่งหากได้เครื่องหมายดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ในการคัดเลือกเพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ปลานิลทนเค็มในช่วงเวลาอีก 3-5 ปี

7. ปลาหมอเทศปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.ปทุมธานี ร่วมกับ ศพก.เพชรบุรี ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ปลาหมอเทศให้มีการเจริญเติบโตดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาพันธุ์ปลาในกลุ่มปลานิลอีก 1 ชนิดที่มีความสามารถเพาะเลี้ยงในพื้นที่น้ำเค็มได้เป็นอย่างดี โดยมีการปฏิบัติตามแผนงานและคาดการณ์ผลในปี 2560

8. ปลาหมอชุมพร1

          การปรับปรุงพันธุ์ปลาหมอก้าวหน้ามาเป็นลำดับ จากปลาหมอพันธุ์เพาะเลี้ยงของภาคใต้ จนกระทั่งพัฒนามาเป็นปลาหมอสายพันธุ์ “ชุมพร1” ของ ศพก.ชุมพร ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะโดดเด่นในด้านการเจริญเติบโต โดยได้ปรากฏจากการทดสอบสายพันธุ์ว่าสามารถผลิตปลาหมอขนาดใหญ่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าเดิมถึง 70% ขึ้นไป ปัจจุบันปลาหมอ “ชุมพร1” มีการกระจายพันธุ์สู่ฟาร์มเพาะเลี้ยงของเกษตรกรทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหมอมากกว่าในภาคอื่น ๆ ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจและยอมรับกันว่าปลาหมอสายพันธุ์เพาะเลี้ยงในปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าปลาหมอที่พบเห็นในธรรมชาติทั่วไป

9. ปลาสลิดปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.ชุมพร กำลังดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ปลาสลิดโดยการคัดเลือก เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยง มีการเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง มีลักษณะตรงตามความต้องการของตลาด โดยคาดการณ์ผลสำเร็จในปี 2561

10. ปลาตะเพียนปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.อุตรดิตถ์ ได้ปรับปรุงพันธุ์ปลาตะเพียนขาวสายพันธุ์แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 4 ชั่วอายุ ได้ปลาตะเพียนขาวที่มีการเจริญเติบโตเร็ว โดยมีน้ำหนักมากกว่าและขนาดใหญ่กว่าปลาในรุ่นเดียวกัน 23-30% และปลาตะเพียนขาวสายพันธุ์แม่น้ำโขง ได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดย ศพก.บุรีรัมย์ และมีการดำรงสายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากปลาตะเพียนขาวดังกล่าวได้ผ่านการปรับปรุงพันธุ์มานานกว่า 10 ปี จึงควรได้รับการปรับปรุงพันธุ์ต่อเพื่อให้ได้ปลาตะเพียนขาวที่มีการเจริญเติบโตดีขึ้น และเป็นที่ต้องการของเกษตรกร โดยมีแผนดำเนินการในปี 2560-63

11. ปลาตะเพียนนีโอเมลและตะเพียนเพศเมีย

          ปลาตะเพียนนีโอเมล เป็นปลาที่ใช้สำหรับผลิตปลาตะเพียนเพศเมีย เนื่องจากปลาตะเพียนเพศเมียโตเร็วกว่าปลาเพศผู้ โดยนำพ่อพันธุ์ปลาตะเพียนขาวสายพันธุ์แม่น้ำโขงที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ 2 รุ่น มาผลิตปลาตะเพียนนีโอเมลรุ่นที่ 2 มีลักษณะเด่นประจำพันธุ์คือ ให้ผลผลิตเป็นลูกพันธุ์ปลาเพศเมียสูงกว่า 80% และให้ผลผลิตสูงกว่าปลาตะเพียนขาวปกติ (รวมเพศ) 24.5% ณ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตามโครงการพัฒนาวิธีการผลิตปลาตะเพียนนีโอเมลและปลาตะเพียนเพศเมีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการผลิตให้สามารถผลิตปลาตะเพียนเพศเมียได้เร็วขึ้นและมากขึ้น โดยขอสนับสนุนทุนวิจัยจาก สวก. และคาดการณ์ผลสำเร็จในอีก 2-3 ปี

12. ปลายี่สกเทศปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.อุตรดิตถ์ ปรับปรุงพันธุ์ปลายี่สกเทศที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย 2 ครั้ง ครั้งแรกปรับปรุง 3 รุ่น และครั้งที่สองปรับปรุงต่ออีก 2 รุ่น พบว่าสายที่ผ่านการคัดเลือกมีความยาวและน้ำหนักมากกว่าปลาสายที่ไม่ผ่านการคัดเลือก 12.6% และ 42% ตามลำดับ

13. ปลานวลจันทร์เทศปรับปรุงพันธุ์

          ปลานวลจันทร์เทศจากการเพาะเลี้ยงมีอัตราการเจริญเติบโตลดลง ศพก.อุตรดิตถ์ จึงทำการปรับปรุงพันธุ์เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตได้รุ่น F1 และเพื่อให้มีผลงานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ปลานวลจันทร์เทศอย่างต่อเนื่อง จึงดำเนินโครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ปลานวลจันทร์เทศต่อไปเพื่อติดตามความก้าวหน้าทางพันธุกรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเริ่มดำเนินการในปี 2557 และคาดการณ์ผลในปี 2561

ปลาไน

14. ปลาไนปรับปรุงพันธุ์

          ปลาไนสายพันธุ์เวียดนามได้ผ่านการปรับปรุงพันธุ์มาแล้ว 3 รุ่น โดยมีการเจริญเติบโตด้านความยาว น้ำหนัก และสัดส่วนปลาเนื้อแล่ดีกว่าปลาไนสายพันธุ์อินโดนีเซียและบุรีรัมย์ และสามารถเลี้ยงแบบพื้นบ้านหรือเศรษฐกิจพอเพียงได และเพื่อเป็นการคงลักษณะที่ดีของสายพันธุ์ปลาไน โดยให้มีการเจริญเติบโตดียิ่งขึ้นไปอีก ศพก.บุรีรัมย์ จึงดำเนินการคัดพันธุ์ปลาไนสายพันธุ์เวียดนามต่อไป เพื่อใช้ในการผลิตเป็นพ่อแม่พันธุ์กระจายให้กับหน่วยงานของกรมประมง และส่งเสริมการเพาะเลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป คาดการณ์ผลในปี 2560

15. ปลาช่อนปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.บุรีรัมย์ ปรับปรุงพันธุ์ปลาช่อนโดยการคัดเลือกจำนวน 2 รุ่น ปรากฏว่าสายที่ผ่านการคัดเลือกมีความยาวและน้ำหนักมากกว่าปลาสายที่ไม่ผ่านการคัดเลือก 45.3% และ 20.6% ตามลำดับ

16. กบนาปรับปรุงพันธุ์

          กบนาเป็นสัตว์น้ำที่นิยมบริโภคทั้งในและต่างประเทศ มีปริมาณผลผลิต 1,783 ตัน แต่ปัจจุบันพบปัญหากบโตช้า ให้ผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง ศพก.ชุมพร จึงกำลังดำเนินการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายดี โดยคาดการณ์ผลในปี 2560

17. กุ้งก้ามกรามปรับปรุงพันธุ์

          ศพก.เพชรบุรีได้ปรับปรุงพันธุ์กุ้งก้ามกรามโดยใช้พันธุ์จากฟาร์มเกษตรกรจังหวัดราชบุรี ดำเนินการคัดพันธุ์จำนวน 2 รุ่น ผลปรากฏว่ากุ้งกลุ่มคัดเลือกมีความยาวและน้ำหนักมากกว่ากลุ่มควบคุม 7-8.9% และ 15-17% ตามลำดับ และกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ ได้วางแผนปรับปรุงพันธุ์กุ้งก้ามกรามต่อโดยใช้การประเมินค่าความแปรปรวนและความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (pairwise genetic relatedness หรือ relatedness coefficient, rxy) ของพ่อแม่พันธุ์กุ้งก้ามกราม เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการจับคู่ผสมพันธุ์ร่วมกับการประเมินคุณค่าการผสมพันธุ์ (estimated breeding value, EBV) ด้วยเทคนิค best linear unbiased prediction หรือ BLUP ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและมีความก้าวหน้าในการปรับปรุงพันธุ์รวดเร็วขึ้น ผลการดำเนินการคาดว่าจะได้พันธุ์กุ้งก้ามกรามที่มีการเจริญเติบโตดียิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ผลสำเร็จในอีก 3-5 ปี

18. กุ้งแชบ๊วยปรับปรุงพันธุ์

          กุ้งแชบ๊วยเป็นสัตว์น้ำที่มีรสดีเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ มีปริมาณผลผลิต 10,700 ตัน แต่มีการเจริญเติบโตช้าและอัตรารอดตายต่ำ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการปรับปรุงพันธุ์โดย ศพก.เพชรบุรี ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 1 รุ่น กพก. จึงวางแผนปรับปรุงพันธุ์ต่อโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเครื่องหมายโมเลกุลดีเอ็นเอ (SNP & microsatellite) ร่วมกับการคัดเลือกแบบมาตรฐาน (conventional) ในโปรแกรมการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ คาดว่าจะได้พันธุ์กุ้งแชบ๊วยที่มีการเจริญเติบโตดียิ่งขึ้น ภายในอีก 3-5 ปี โดยการขอสนับสนุนงบประมาณภายใต้ JICA Project Phase II

19. กุ้งขาวปลอดโรคและโตดี

          ปัจจุบันวงการเลี้ยงกุ้งขาวได้ประสบกับปัญหา โรคตายด่วน หรือ EMS (Early Mortality Syndrome) ที่ทำให้กุ้งตายระหว่างการเลี้ยงเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อาการที่ปรากฏและตรวจพบคือ ตับและตับอ่อนเสื่อมสภาพเฉียบพลัน ซึ่งต่อมาสามารถแยกเชื้อแบคทีเรียจากกระเพาะอาหารของกุ้งที่ป่วยและพบว่า เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิด Vibrio parahaemolyticus จึงตั้งชื่อโรคที่มีสาเหตุจากแบคทีเรียชนิดนี้ตามอาการที่ปรากฏว่า Acute Hepatopancreatic Necrosis Disease (AHPND) หรืออาจเรียกให้ชัดเจนคือ “โรคตายด่วนที่มีสาเหตุจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดตับวายเฉียบพลัน” หรือ “EMS-AHPND” โรคดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมกุ้งของไทยอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นต้นมา สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำจึงได้วางแผนที่จะสร้างประชากรพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวปลอดโรคสายพันธุ์คุณภาพ 2 สาย คือสายเจริญเติบโตดี และสายทนทานต่อโรค EMS-AHPND โดยการค้นหาและพัฒนาเครื่องหมายดีเอ็นเอสนิป (SNP) ที่สัมพันธ์กับลักษณะการเจริญเติบโตดี และเครื่องหมายฯ ที่สัมพันธ์กับการต้านทานโรค EMS-AHPND ในกุ้งขาว เพื่อจะใช้เครื่องหมายพันธุกรรม (genotype) ดังกล่าว ร่วมกับลักษณะแสดงออกภายนอก (phenotype) ในกระบวนการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ภายใต้ระบบปลอดเชื้อโรคหรือไบโอซีเคียวร์ (biosecurity system) ทั้งนี้การใช้เครื่องหมายพันธุกรรมช่วยในการคัดเลือกร่วมกับลักษณะแสดงออกภายนอก แทนการใช้แต่ลักษณะแสดงออกภายนอกเพียงอย่างเดียว จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในกระบวนการคัดเลือก และมีผลสัมฤทธิ์สูง เมื่อได้ประชากรพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวปลอดโรคสายพันธุ์คุณภาพ 2 สาย ก็จะสามารถผลิตพันธุ์กุ้งขาวปลอดโรคที่เจริญเติบโตดีและมีความทนทานต่อโรค EMS-AHPND ได้โดยการนำพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวปลอดโรคทั้ง 2 สายครอสกัน พ่อแม่พันธุ์ทั้ง 2 สายสามารถนำไปใช้ในการผลิตลูกพันธุ์และใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปได้ โดยไม่ต้องนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ เนื่องจากมีพ่อแม่พันธุ์ที่เกิดขึ้นจากการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมภายในประเทศไทยของเราเอง อีกทั้งยังประหยัดต้นทุนในการผลิตลูกกุ้งจากการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างการขอรับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ภายใต้ชื่อโครงการว่า การสร้างประชากรพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวปลอดโรคและโตดีเพื่อการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินการวิจัย 5 ปี

20. ไม้น้ำพันธุ์กลาย

          ทำการพัฒนาพันธุ์โดยการฉายรังสีแกมม่ากระตุ้นให้เกิดพันธุ์กลาย ร่วมกับเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้ไม้น้ำกลุ่มใบพายและกลุ่มอนูเบียสที่มีใบหรือรากเปลี่ยนสีไปจากต้นปกติ ทำให้มีสีหลากหลายมากขึ้น หรือมีใบขนาดเล็กเรียวยาวมากขึ้นไม้น้ำสวยงามสำหรับการส่งออกนอกจากต้องมีคุณภาพดี ปราศจากโรค และมีปริมาณมากเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแล้ว ยังต้องเป็นชนิด/สายพันธุ์ที่มีความหลากหลายในรูปลักษณะที่ปรากฏให้เห็นภายนอก ถ้าเป็นลักษณะที่แปลกใหม่ ก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าของไม้น้ำให้สูงขึ้น


 Tags

  •  Hit 20 อันดับ
  • ปลานิลจิตรลดา.. (7,194)  13 พันธุ์สัตว์น้ำและไม้น้ำปรับปรุงพันธุ์เพื่อเกษตรกรไทย.. (4,342) ปลานิลจิตรลดา ๓ และ ๔.. (1,946) การปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์ไม้น้ำของกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ.. (1,786) แบนเนอร์กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ.. (1,053) ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำฯ.. (730) โครงการกุ้งขาว.. (706) การฝึกอบรมหลักสูตร การจัดการพ่อแม่พันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำ.. (471) ระเบียบกรมประมง ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการตั้งชื่อพันธุ์สัตว์น้ำและไม้น้ำ พ.ศ. ๒๕๖๓.. (461) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินสมรรถนะ กำหนดวัน เวลา สถานที่ในการประเมินสถานะ ในตำแหน่งพนักงานผู้ช่วยประมง.. (322) การฉีดพ่นฆ่าเชื้อบริเวณอาคารสำนักงาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการระบาดโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19).. (313) รวมลิงค์ QR code สัตว์น้ำและไม้นำพันธุ์ปรับปรุงของกรมประมง และคู่มือต่างๆ.. (303) กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จัด Big Cleaning Day.. (282) รับสมัครลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์.. (240) ศพก.บุรีรัมย์.. (209) ศพก.อุตรดิตถ์.. (206) ศพก.ปทุมธานี.. (201) ประกาศรับสมัครงานตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัย.. (194) ศพก.นครศรีธรรมราช.. (187) ศพก.ชุมพร.. (177)

    สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ

     กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ เลขที่ 39 หมู่1  ต.คลองห้า  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี  12120