สัตว์น้ำประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ข้อมูลประมงอาสา รุ่นที่ 1-11 [2020-02-19 ] ปริมาณผลผลิตจากการประมง ในรอบปี 2562 [2020-02-19 ] แหล่งน้ำในจังหวัดแม่ฮ่องสอน [2020-02-19 ] ข้อมูลผู้ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน [2020-02-19 ] กำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภท การเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดง หรือกุ้งเครย์ฟิช Procambarus clarkii หรือ Cherax spp. พ.ศ. 2559 [2020-02-18 ] กำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภท การเพาะเลี้ยงจระเข้ พ.ศ. 2560 [2020-02-18 ] โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน [2020-02-18 ] ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน [2020-02-18 ] ข้อมูลการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนท้องถิ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน [2020-02-17 ] โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปลากินพืช จังหวัดแม่ฮ่องสอน [2020-02-13 ]
อ่านทั้งหมด 

สัตว์น้ำประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

 เผยเเพร่: 2020-02-13  |  อ่าน: 37 ครั้ง

 

ชื่อไทย : เขียดแลว
ชื่อสามัญ : Wild Mountain Frog 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rana  blythii (Boulenger, 1920)

ความเป็นมา

     เขียดแลว หรือ กบทูด เป็นกบภูเขาชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก พบตามบริเวณภูเขาสูงในประเทศไทยแถบภาคเหนือ ภาคกลาง จะพบเขียดแลว บริเวณลำธารภูเขาที่มีป่าชุ่มชื้น มีอากาศเย็น ความชื้นสัมพัทธ์สูง และมีหมอกมาก ส่วนภาคใต้จะพบตามแถบป่าสวนยางและป่าชุ่มชื้นที่มีแหล่งน้ำลำธาร ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศให้เขียดแลวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (๒๕๓๗) ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ ตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ 
     กรมประมง ได้เริ่มดำเนินการศึกษาวิจัยเขียดแลวและประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ปัจจุบันสามารถผลิตลูกเขียดแลวได้ในปริมาณ ๕๐,๐๐๐ ตัวต่อปี และได้นำลูกเขียดแลวที่เพาะพันธุ์ได้ในแต่ละปีปล่อยลงในแหล่งธรรมชาติเพื่ออนุรักษ์พันธุ์และได้ขยายผลดังแนวทางตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานให้กรมประมง เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ คือ “ให้กรมประมงดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ปลาในแม่น้ำปาย และพันธุ์เขียดแลว เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและศึกษาทดลองเพื่อขยายผลไปสู่ราษฎรต่อไป” แนวทางในการอนุรักษ์พันธุ์เขียดแลวตามพระราชดำริ คือ การจัดการและจัดแนวเขตสงวนพันธุ์เขียดแลว โดยกำหนดจุดไม่ให้ราษฎรเข้าไปจับพ่อแม่พันธุ์เขียดแลว ห้ามการตัดไม้ทำลายป่าตลอดจนการเผาป่า เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและการขยายพันธุ์ของเขียดแลวตามธรรมชาติ และรักษาความสมดุลย์ของแมลงที่จะเป็นอาหาร ตลอดจนศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์เขียดแลวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๔ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการอนุรักษ์เขียดแลว กับคณะทำงานโครงการธนาคารอาหารชุมชน ตามพระราชดำริ ความว่า “ให้กรมประมง กรมชลประทาน และกรมป่าไม้ ร่วมกันดำเนินการเพาะและขยายพันธุ์เขียดแลว แล้วปล่อยคืนสู่ป่าให้มาก ซึ่งเขียดแลวนั้นสามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพธรรมชาติที่มีน้ำไหล จึงต้องอาศัยการบูรณาการของหน่วยงานทั้งสาม” กรมประมง จึงได้ดำเนินการตามพระราชเสาวนีย์ ร่วมกับกรมชลประทาน และกรมป่าไม้ จัดทำโครงการหุบเขาเขียดแลว ขึ้นที่ บ้านรวมไทย หมู่ที่ ๕ ตำบลนาป่าแปก อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจะขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

การเพาะพันธุ์
     โดยใช้พ่อแม่พันธุ์เขียดแลวขนาดน้ำหนักประมาณ ๓๕๐ กรัม จำนวน ๑๐๐ คู่ ที่ได้จากการรวบรวมในธรรมชาติบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำมาเลี้ยงในบ่อคอนกรีตขนาด ๕๐ ตารางเมตร ซึ่งภายในจัดทำสภาพภายในบ่อให้เหมือนกับธรรมชาติ โดยมีต้นไม้และลำธารที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลา และให้หนอนนก (mill worm) เป็นอาหารในปริมาณที่เกินพอวันละครั้งในตอนเย็น เขียดแลวจะทำการผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม

การผสมพันธุ์
     การวางไข่ของเขียดแลวจะเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนจนถึงรุ่งเช้า จากการตรวจสอบหลุมไข่แต่ละหลุมจะพบว่ามีไข่ประมาณ ๑,๕๐๐-๓,๒๐๐ ฟอง เมื่อพบหลุมไข่จึงรวบรวมไข่ในตอนเช้า โดยใช้ผ้ามุ้งโอล่อนแก้วทำเป็นถุงล้อมบริเวณหลุมไข่ด้านล่าง ทำการดักการไหลของน้ำให้ผ่านหลุมไข่แล้วค่อย ๆ นำก้อนกรวดออกจากหลุมไข่ เพื่อให้ไข่ลอยกระจายขึ้นตามกระแสน้ำที่ไหลผ่านไปยังถุงรองรับไข่แล้วย้ายไข่ลงอ่างกลมกระทำต่อจนไม่พบไข่

การฟักไข่
     นำไข่ที่รวบรวมได้มาทำความสะอาดด้วยน้ำประมาณ ๓-๔ ครั้ง แล้วแช่ไข่ด้วยน้ำยาเมททิลีนบลู ความเข้มข้น ๐.๑ ppm. นาน ๕ นาที และทำการล้างไข่อีกครั้งหนึ่ง นำไข่ที่ทำความสะอาดเรียบร้อย ไปเพาะฟักในถาดฟักไข่ที่เตรียมไว้ในรางฟักไข่ที่เปิดให้น้ำไหลผ่านอย่างสม่ำเสมอ ใส่น้ำให้มีระดับความลึก ๑๐–๑๕ เซนติเมตร. โรยไข่ให้กระจายทั่ว พร้อมติดตั้งปั๊มอากาศและปรับระดับความแรงของลมให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการรวมเป็นกระจุกของไข่ ซึ่งจะทำให้เปอร์เซ็นต์การฟักต่ำ เปอร์เซ็นต์การฟักไข่ในการเพาะพันธุ์จะต่ำกว่าไข่ที่ผสมในธรรมชาติซึ่งเปอร์เซ็นต์การฟักไข่ออกเป็นตัวสูง เนื่องจากกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา แต่ส่วนมากตามธรรมชาติจะประสบปัญหาเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในลำธาร เมื่อไข่ฟักออกเป็นตัวลูกอ๊อดเขียดแลวแล้ว จึงนำไปอนุบาลต่อไป

การอนุบาลลูกอ๊อดเขียดแลว
     การอนุบาลลูกอ๊อดเขียดแลวหลังจากฟักออกเป็นตัวแล้ว นำไปอนุบาลในบ่อคอนกรีต โดยใส่น้ำ ๑๐–๑๕ เซนติเมตร ติดตั้งระบบลมและทำการถ่ายน้ำพร้อมดูดตะกอนทุกวัน ระยะเวลาอนุบาล ๕-๗ วัน เขียดแลวมีความยาวเฉลี่ย ๐.๘–๐.๙ เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย ๐.๐๑๔ กรัม โดยให้ไข่ตุ๋น ผักกาดขาวลวก ไรแดง และแพลงค์ตอนเทียม เป็นอาหาร 
     เมื่อลูกเขียดแลววัยอ่อนออกขาหน้าและหลังพร้อมที่จะขึ้นบกเป็นระยะที่อ่อนแอที่สุด ระยะนี้จะต้องหมั่นสังเกตอยู่ตลอดเวลา ใช้ก้อนกรวดโรยปูกับพื้นก้นบ่อตามแนวขอบบ่อทั้ง ๔ ด้าน และลดระดับน้ำลงพร้อมทำการพ่นน้ำให้เป็นละอองเพื่อให้ก้อนกรวดมีความเปียกชื้นตลอดเวลา โดยให้ก้อนกรวดสูงกว่าระดับน้ำเล็กน้อย เพื่อที่จะให้ลูกกบที่ขึ้นฝั่งมาหลบซ่อนอาศัยความชุ่มชื้นในการหล่อเลี้ยงตัวให้แข็งแรงประมาณ ๑-๒ วัน ก่อนที่จะขึ้นฝั่ง ถ้าหากไม่ทำที่หลบซ่อนให้ลูกกบในระยะนี้ ลูกกบจะแห้งตาย เมื่อเกาะตามขอบบ่อหรือจมน้ำตาย เนื่องจากเป็นระยะที่ลูกกบอ่อนแอที่สุด  ลูกเขียดแลวที่ขึ้นฝั่งมีน้ำหนักเฉลี่ย ๐.๑๖๗-๐.๑๘๓ กรัม มีอัตรารอดตาย ๖๘.๐–๘๕.๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อนับระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของลูกอ๊อดเขียดแลวเป็นลูกเขียดแลวที่ขึ้นฝั่งจากการอนุบาลด้วยอาหารผง และอาหารกุ้งสำเร็จรูป พบว่าระยะเวลาที่เริ่มกลายเป็นลูกเขียดแลว ๓๓–๓๕ วัน และระยะเวลาสิ้นสุดในกลายเป็นลูกเขียดแลวโดยสมบูรณ์จนหมด ๔๓–๔๕ วัน 
     ในธรรมชาติศัตรูของลูกเขียดแลวที่ยังอาศัยอยู่ตามหลุมไข่ที่มีกรวดทับถมอยู่นั้น จะมีศัตรูจำพวกตัวอ่อนของลูกแมลงปอ มวนกรรเชียง ลูกปลา แมลงดาสวน จิงโจ้น้ำ ตลอดจนแมงมุมน้ำ จะจับลูกเขียดแลวกินเป็นอาหาร และศัตรูของเขียดแลวที่เป็นสัตว์บก เช่น แมงมุมป่า หนู, นก สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก เช่น งู เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ เป็นปัจจัยควบคุมที่ทำให้ปริมาณเขียดแลวในธรรมชาติลดจำนวนลง

การอนุบาลลูกเขียดแลว
     นำลูกเขียดแลวที่แข็งแรงที่ขึ้นฝั่งมาอนุบาลในบ่อขนาด ๒ หรือ ๔ ตารางเมตร โดยโรยก้อนกรวด ทั่วทั้งบ่อและให้ก้อนกรวดมีความเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลาอย่าให้น้ำท่วมก้อนกรวด จะทำให้ลูกเขียดแลวจมน้ำตาย และทำกะบะให้อาหาร อาหารที่ให้จำพวกปลวก, หนอนนก, หนอนแมลงวัน, ไส้เดือนฝอย ผสมกับอาหารผงสำเร็จรูป อาหารที่ให้ลูกเขียดแลวในระยะแรกต้องมีขนาดเล็ก การอนุบาลในระยะนี้จะต้องหมั่นคัดให้ลูกเขียดแลวให้มีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุด มิเช่นนั้นลูกเขียดแลวจะกัดกินกันเอง โดยใช้เวลาอนุบาล ๓๐–๖๐ วัน ได้ขนาดโตและแข็งแรงพอที่จะนำไปปล่อย

การปล่อยเขียดแลวในแหล่งธรรมชาติ
     ในแต่ละปี สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ปล่อยลูกเขียดแลวในแหล่งธรรมชาติในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปีละ ๕๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ ตัว โดยประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ และราษฎรในพื้นที่ร่วมปล่อยและร่วมดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อติดตามผลการปล่อยเขียดแลว พบว่า ในแหล่งธรรมชาติที่มีสภาพเหมาะสม อาทิเช่น ลำห้วยปางตอง, ลำห้วยมะเขือส้ม สามารถพบการขุดหลุมวางไข่ของเขียดแลว นับเป็นคำตอบได้ว่า หากมีการกำหนดพื้นที่อาศัยของเขียดแลวที่เหมาะสม เขียดแลวจะสามารถเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้