">

A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Undefined variable: area_name_active

Filename: local_file/blog2.php

Line Number: 247

  • เกษตรกรเฝ้าระวัง !! โรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูหนาว

  • [2022-05-12] ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 [2022-05-11] ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 [2022-05-11] ประกาศสำนักงานประมงจังหวัดนราธิวาส [2022-04-28] ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 27 เมษายน 2565 [2022-04-26] ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 25 เมษายน 2565 [2022-04-20] ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 19 เมษายน 2565 [2022-04-20] ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 19 เมษายน 2565 [2022-04-12] นายเรวัตร คงประดิษฐ์ ประมงจังหวัดนราธิวาส ได้มอบหมายให้สำนักงานประมงอำเภอบาเจาะ เข้าร่วมการประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับเขตภาคใต้ สาขาไร่นาสวนผสม [2022-04-11] วันศุกร์ที่ 8 เมษายน 2565 นายเรวัตร คงประดิษฐ์ ประมงจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้กลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง เข้าร่วมการประชุมชี้แจงการดำเนินงานกิจกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรประมง [2022-04-08] นายเรวัตร คงประดิษฐ์ ประมงจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้สำนักงานประมงอำเภอบาเจาะ ติดตามการจับผลผลิตสัตว์น้ำปลาหมอและปลาดุก ของเกษตรกร

    เกษตรกรเฝ้าระวัง !! โรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูหนาว 

     ข่าวประชาสัมพันธ์  ประชาสัมพันธ์กรมประมง


    นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งสภาวะอากาศหนาวอาจส่งผลกระทบ ต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากจะทำให้สัตว์น้ำกินอาหารน้อยลง ภูมิต้านทานต่ำ สุขภาพอ่อนแอ เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดได้ง่าย ดังนั้น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการควบคุมโรคระบาดในช่วงฤดูหนาว อาทิ โรคอียูเอส หรือ “โรคแผลเน่าเปื่อย” โรคตัวด่าง และโรคเคเอชวี เป็นต้น

    กรมประมงจึงขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

    1. เกษตรกรควรวางแผนระยะเวลาการเลี้ยงปลาให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม หรือ ควรงดเว้นการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูหนาว

    2. ควรมีบ่อพักน้ำใช้เพื่อใช้ในฟาร์มได้เพียงพอตลอดฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

    3. เลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงให้เหมาะสมกับฤดูกาล โดยในช่วงฤดูหนาว ควรเลือกปลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดน้อย เช่น ปลานิล ปลาจีน และปลาไม่มีเกล็ด ที่สำคัญ ควรลดความหนาแน่นของปลาที่ปล่อยลงเลี้ยงและหมั่นเอาใจใส่ ตรวจสุขภาพปลาอย่างสม่ำเสมอ

    4. ควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม ลดปริมาณอาหารที่จะให้ลง 10 – 15 % เนื่องจาก ช่วงอุณหภูมิต่ำปลาจะกินอาหารน้อยลง ถ้าหากมีปริมาณอาหารเหลือจะสะสมตามพื้นบ่อ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย

    เกิดก๊าซพิษ และมีผลกระทบต่อสุขภาพปลา ทั้งนี้ อาจมีการเสริมวิตามินซีในอาหาร 1 - 2 % โดยน้ำหนัก จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ต้านทานโรคและลดความเครียดของปลาได้

    5. ควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อ โดยใช้ปูนขาว ในอัตรา 60 – 100 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่ หรือ นำ

    เกลือแกงมาละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อ ประมาณ 100 - 150 กิโลกรัมต่อไร่

    6. หากพบมีปลาที่เลี้ยงป่วยหรือมีอาการผิดปกติ ควรแยกออกไปเลี้ยงและรักษาต่างหาก กรณีป่วยหนักอาจทำลายทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง ทั้งนี้ หากกรณีปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ

    มีความผิดปกติ ให้รีบปิดทางน้ำเข้าและหยุดการเติมน้ำจากธรรมชาติเข้ามาในบ่อทันที

    7. หากไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ ในช่วงระหว่างการเลี้ยง ให้ควบคุมปริมาณการให้อาหาร

    8. หากพบว่าน้ำในบ่อเริ่มเน่าเสีย โดยสังเกตว่ามีก๊าซผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อ ให้ใช้เกลือสาดบริเวณดังกล่าว ประมาณ 200 – 300 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่

    9. หากพบปลาตายในบ่อเลี้ยงให้กำจัดโดยการฝังหรือเผา

    10. เมื่ออากาศเริ่มเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสม (อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น) และพบว่าปลาในธรรมชาติ เป็นปกติ ไม่มีอาการป่วย ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำตามความเหมาะสม และให้อาหารปลาได้ตามปกติ

    ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรหมั่นสังเกตและดูแลสัตว์น้ำในช่วงฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด หากพบมีสัตว์น้ำป่วยหรือมีอาการผิดปกติ สามารถแจ้งหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง/ น้ำจืดในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรุงเทพมหานคร โทร.0 2579 4122 Facebook Page : https://web.facebook.com/AAHRDD/ และ Line ID : 443KVKEE