อาสาสมัครด้านการประมง

อาสาสมัครด้านการประมง 

 เผยเเพร่: 2018-09-26  |  อ่าน: 466 ครั้ง

 

อาสาสมัครด้านประมง (ประมงอาสา)

การพัฒนาประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรอบที่กำกับการพัฒนาประเทศ  โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2545-2549) มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมที่มีคนเป็นจุดศูนย์กลาง สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (2550-2554) ยังคงยึด “คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา” ต่อมาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555–2559) ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งในระดับชุมชน ระดับภาค และระดับประเทศ  ซึ่งได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของชุมชนในการจัดการปัญหาของชุมชนด้วยตนเอง สนับสนุนการรวมกลุ่มอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีแผนพัฒนาการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เหมาะสม โดยมีกรอบการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการเชื่อมโยงให้เกิดแนวทางพัฒนาการเกษตรใน 3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1) พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร 2) พัฒนาขีดความสามารถในการผลิตการจัดการสินค้าเกษตร และความมั่นคงอาหาร และ 3) พัฒนาทรัพยากรการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพสมดุลและยั่งยืน  โดยมีกรมประมงเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการศึกษาวิจัย ค้นคว้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประมงเพื่อนำไปเผยแพร่ ส่งเสริม และพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร ชาวประมง และบุคคลทั่วไปให้สามารถนำไปปฏิบัติและยึดเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้  สำนักงานประมงจังหวัด ซึ่งมีสำนักงานประมงอำเภอเป็นหน่วยงานในระดับพื้นที่รับผิดชอบในการถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการประมงให้แก่เกษตรกร จากการที่สำนักงานประมงอำเภอถูกยกเลิกจากกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2545 ทำให้ขาดบุคคลากรที่จะเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆไปสู่กลุ่มบุคคลเป้าหมายได้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำหนดนโยบายให้กรมประมงสร้างเกษตรกรผู้นำขึ้นเพื่อเป็นผู้ช่วยของเจ้าหน้าที่รัฐในการช่วยปฏิบัติงานดังกล่าวในระดับพื้นที่  ซึ่งในที่นี้เรียกว่า “ประมงอาสา” โดยมุ่งหวังให้ประมงอาสาเป็นผู้ผลักดันให้เกษตรกรในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอาชีพของตนเองและท้องถิ่น  ก่อให้เกิดเครือข่ายเกษตรกรประมงทำให้สามารถดำเนินธุรกิจด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นผู้ประสานงานที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและเกษตรกรในชุมชน เนื่องจากเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ทำให้รู้ถึงสภาพพื้นที่ ปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ซึ่งจะส่งผลให้ภาครัฐสามารถกำหนดแผนพัฒนาได้ตรงความต้องการของชุมชนได้อย่างเหมาะสม