เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งด้านการประมง ปี 2563

เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งด้านการประมง ปี 2563 [2020-01-10 ] ขอแจ้งเตือน เกษตรกรและเสนอแนวทางป้องกัน ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในฤดูหนาว [2019-12-09 ] ขอเชิญชวนร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2562 [2019-09-13 ] ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2561 [2018-09-18 ] ตรวจประเมินฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดีเด่น (ภาคเหนือ) สาขา เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำดีเด่น [2018-09-18 ] จัดประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ [2018-03-28 ] ระดมความคิดสมาชิกแปลงใหญ่ปลาน้ำจืดเสริมประสิทธิภาพการจัดการแปลง [2018-03-05 ] โครงการสัมพันธ์ผู้นำเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และองค์กรเกษตรประจำปี 2561 [2018-02-28 ] จัดทำจุดสาธิตการเรียนรู้ด้านการประมง โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอน้ำปาด [2018-02-28 ] ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำ [2018-02-28 ] มอบปัจจัยการผลิตโครงการเกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพ  [2018-02-27 ] รายงานการประชุมประจำเดือน สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ [2018-02-27 ]  ร่วมกิจกรรมอำเภอยิ้มเคลื่อนที่อำเภอบ้านโคก [2018-02-23 ] ร่วมจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2561 ณ ศพก บ้านโคก [2018-02-22 ] ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ สัการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ในโอกาสมารับตำแหน่งใหม่ [2018-02-22 ] ร่วมกิจกรรมในโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนจังหวัดอุตรดิตถ์ [2018-02-22 ] ตรวจสอบและทำการรื้อถอนเครื่องมือทำการประมงที่ผิดกฎหมายตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.๒๕๕๘ [2018-02-22 ] หน่วยงานบูรณาการจังหวัดอุตรดิตถ์ ปฏิบัติงานตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อสุกร เนื้อไก่ และอาหารทะเลสด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในสินค้าปศุสัตว์ให้กับผู้บริโภค ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงในสัปดาห์นี้ [2018-02-13 ] รายงานการประชุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ ครั้งที่ 12/2560 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 เวลา 10.30 น. [2018-02-04 ]  รายงานการประชุมคณะทำงานการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ (Fisheries Co-ordinator : FC) ครั้งที่ 2/2560 [2018-02-03 ]  สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์จัดอบรมโครงการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ปลาน้ำจืด ประจำปี 2561 [2018-01-15 ] ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์แจ้งเตือนภัยการเลี้ยงปลาในฤดูหนาว [2017-11-08 ] ขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และใกล้เคียง ร่วมกิจกรรมวันประมงแห่งชาติประจำปี 2560 [2017-09-05 ] ตรวจหาสารวัตถุอันตรายในอาหารทะเลสดที่ตลาดสดเทศบาล 3 จังหวัดอุตรดิตถ์ [2017-08-28 ] หน่วยบริการเคลื่อนที่ (เฉพาะกิจ) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะเฟือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ [2017-08-22 ] จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ [2017-08-09 ] ขอเชิญร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙  [2017-08-08 ] ผู้เลี้ยงปลาในกระชังให้ไปแจ้งผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ [2017-06-04 ] งดจับสัตว์น้ำช่วงฤดูปลาวางไข่ปี 2561 [2017-05-02 ] จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงาน The best of Uttaradit สินค้าเกษตรอินทรีย์ ของดีอุตรดิตถ์ ก้าวไกลสู่สากล [2017-04-28 ]

เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งด้านการประมง ปี 2563 

 เผยเเพร่: 2017-04-28  |  อ่าน: 621 ครั้ง

 

       เตรียมแผนรับมือภัยแล้ง ปี 2563 คุมเข้มสถานการณ์หวังลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง  ปีนี้น้ำน้อยแล้งอาจรุนแรงและยาวนาน เสี่ยงกระทบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แนะเกษตรกรควรเฝ้าระวัง หมั่นดูแลสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมงอย่างเคร่งครัด  ในปี 2563 ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะมีพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และอาจต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานลดน้อยลงและอาจไม่เพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ จากสภาวะดังกล่าวยังทำให้อุณหภูมิน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดความเครียด อ่อนแอ และตายได้  ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น  กรมประมงจึงได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง ประจำปี 2563 ไว้ 3 ระยะ คือ 1. การเตรียมรับสถานการณ์ก่อนเกิดภัยแล้ง 2. การให้ความช่วยเหลือขณะเกิดภัยแล้ง และ 3. การให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัยแล้ง  ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ อีกทั้งหาวิธีการป้องกัน แก้ไข และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเฝ้าระวังสัตว์น้ำในที่รักษาพืชพันธุ์โครงการปลาหน้าวัด นอกจากนี้ ยังให้คำแนะนำทางวิชาการแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเตรียมการป้องกันอีกด้วย
?การเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน ควรปฏิบัติดังนี้
?1. ควรพิจารณาปริมาณน้ำที่ใช้และคุณภาพน้ำตลอดการเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ หากมีปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอให้ชะลอการเลี้ยงสัตว์น้ำออกไปก่อน หรือปรับลดขนาดการผลิต หรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
?2. หากจำเป็นต้องทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหน้าแล้ง ควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง 
จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ และควรเริ่มต้นการเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง ซึ่งจะทนต่อสภาพแล้งได้มากกว่า และควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงที่ความหนาแน่นน้อยกว่าปกติ
?3. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมคันบ่อเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และจัดทำร่มเงาให้กับสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง
?4. จัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม และเฝ้าระวังเรื่องคุณภาพน้ำให้มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตลอดการเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ละชนิด
?5. ในระหว่างการเลี้ยงสัตว์น้ำควรพิจารณาคัดขนาดสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ทยอยออกจำหน่ายก่อน 
เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียสัตว์น้ำและการลงทุน
?6. เลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดี และลดปริมาณการให้อาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอาหารสดเพื่อป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสีย
?7. จับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในบ่อ
 8. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มาก เนื่องจากมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตวืน้ำโดยตรง
?9. หมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติควรรีบหาสาเหตุและแก้ไขทันที กรณีมีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังกลบหรือเผาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
 
?การเลี้ยงในกระชัง ควรปฏิบัติดังนี้
?1. ควรพิจารณาปริมาณน้ำที่ใช้และคุณภาพน้ำตลอดในการเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นปัจจัยสำคัญ หากมีปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอให้ชะลอการเลี้ยงสัตว์น้ำออกไปก่อน หรือปรับลดขนาดการผลิต หรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำความสะอาดและซ่อมแซมกระชังในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
2. หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ และควรเริ่มต้นการเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง และจะทนต่อสภาพแล้งได้มากกว่า และควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงที่ความหนาแน่นน้อยกว่าปกติ
3. ควรเลือกแหล่งน้ำที่ตั้งกระชังที่มีระดับความลึกเพียงพอ เมื่อตั้งกระชังแล้วพื้นกระชังควรสูงจากพื้นน้ำไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำถ่ายเทได้สะดวกตลอดเวลา และไม่วางชิดกันจนหนาแน่นมากเกินไป เพราะจะไปขัดขวางการไหลของกระแสน้ำ
4. ก่อนปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในกระชัง ควรปรับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำในภาชนะลำเลียงสัตว์น้ำ ควรมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันกับน้ำที่ต้องการปล่อยสัตว์น้ำ เช่น อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง เป็นต้น และต้องคอยเฝ้าระวังเรื่องคุณภาพน้ำให้มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตลอดการเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ละชนิด
5. ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
6. ต้องเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่าง ๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและให้การรักษาได้ทันท่วงที
7. ควรทำความสะอาดกระชังสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหาร ซึ่งเป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค นอกจากนี้ช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านกระชังได้ดี มีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ
8. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
9. ในระหว่างการเลี้ยงสัตว์น้ำควรพิจารณาคัดขนาดสัตว์น้ำขนาดใหญ่ทยอยออกจำหน่ายก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียสัตว์น้ำและการลงทุน โดยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในกระชัง
?10. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขได้ทันที  
ในขณะเดียวกันควรแจ้งให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายโรค กรณีที่มีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณแม่น้ำที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว?
 
สำหรับโรคสัตว์น้ำที่ควรเฝ้าระวังในฤดูแล้ง ได้แก่ 
?1. โรคที่เกิดจากปรสิต เช่น เห็บระฆัง ปลิงใส เห็บปลา เหาปลา และหมัดปลา เป็นต้น โดยสัตว์น้ำที่มีปรสิตจะมีลักษณะอาการว่ายน้ำผิดปกติ ว่ายแฉลบ หรือรวมกลุ่มที่ผิวน้ำ หายใจถี่ มีจุดแดง แผลถลอกตามผิวลำตัว เป็นต้น  สำหรับแนวทางการรักษาโรคสามารถปฏิบัติได้โดยการตัดวงจรชีวิตปรสิต กำจัดตะกอนและเศษอาหารที่เกาะติดตามกระชัง ซึ่งเป็นอาหารที่อยู่อาศัยและสืบพันธุ์วางไข่ และใช้สารเคมี เช่น

ไตรคลอร์ฟอน (กลุ่มยาฆ่าแมลง) อัตราการใช้ 0.5 - 0.75 ส่วนในล้านส่วน (0.5-0.75 กรัมต่อปริมาตรน้ำ 1 ตัน) ทำทุก ๆ 1 สัปดาห์ ทำซ้ำติดต่อกัน 3 - 4 ครั้ง หรือ ฟอร์มาลินเข้มข้น 200-250 ส่วนในล้านส่วน (พีพีเอ็ม) (200 - 250 มิลลิลิตร (ซีซี) ต่อปริมาตรน้ำ 1 ตัน) นาน 15 - 30 นาที ถ้าเป็นปลาที่เลี้ยงในกระชัง ควรนำปลาขึ้นจากกระชังชั่วคราว พักใส่ถังหรือบ่อ หรือใช้ผ้าใบล้อมกระชังปลาแล้วจึงใช้สารเคมี
ไม่ควรใส่ยาหรือสารเคมีลงในแหล่งน้ำโดยตรง
2. โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย เช่น สเตรปโตคอสคัส (Streptococcus sp.) แอโรโมแนส (Aeromonas hydrophila) วิบริโอ (Vibrio sp.) เป็นต้น ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย
นักฉวยโอกาส (Opportunistic bacteria) ที่พบและอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำทั่วไป โดยจะเข้าทำอันตรายสัตว์น้ำเมื่ออ่อนแอ และสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านกระแสเลือด โดยความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสัตว์น้ำ ลักษณะสัตว์น้ำที่เป็นโรคเกิดจากแบคทีเรียจะมีอาการ ซึม ไม่กินอาหาร ว่ายน้ำควงสว่าน มีแผลเลือดออกตามผิวลำตัวและอวัยวะต่าง ๆ มีตุ่มฝีที่บริเวณใต้คางและผิวลำตัว ตาขุ่น โปน ครีบกร่อน ท้องบวม เป็นต้น แนวทางการรักษาทำได้โดยใช้ยาต้านจุลชีพ ผสมอาหารให้กินตามคำแนะนำในฉลากยา