กรมประมง....เข้ม!!! ออกประกาศฯ ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น13 ชนิดควบคุมการแพร่พันธุ์และทำลายระบบนิเวศแหล่งน้ำ

ใต้ร่มพระบารมีจากสายธาราสู่มหานที 95 ปี เนื่องในวาระ ครบรอบ 95 ปี กรมประมง [2021-10-02 ] การฝึกอบรมออนไลน์ หลักสูตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม และอาหารมีชีวิต รุ่นที่ 2  [2021-09-05 ] การฝึกอบรมออนไลน์ หลักสูตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม และอาหารมีชีวิต รุ่นที่ 1 [2021-08-28 ] อัศจรรย์พันธุ์ไม้น้ำ ธุรกิจการผลิตพรรณไม้น้ำสวยงามเพื่อส่งออก [2021-08-28 ] ขั้นตอนการขออนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำตามมาตรา 65 แห่ง พรก.การประมง 2558 [2021-08-16 ] กรมประมง...ออกประกาศ ! “ขยายเวลา” การหมดอายุหนังสืออนุญาต 16 เรื่อง จนถึง 30 กันยายน 2564 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการในสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID19 [2021-08-05 ] กรมประมง....เข้ม!!! ออกประกาศฯ ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น13 ชนิดควบคุมการแพร่พันธุ์และทำลายระบบนิเวศแหล่งน้ำ [2021-07-10 ] "ขยายเวลา” การหมดอายุหนังสืออนุญาต 16 เรื่อง จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 [2021-05-31 ] How To! สร้างอาชีพจากการจัดตู้พรรณไม้น้ำ [2021-05-26 ] “ขยายเวลา” การหมดอายุหนังสืออนุญาต16เรื่อง [2021-04-25 ]

กรมประมง....เข้ม!!! ออกประกาศฯ ห้ามเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น13 ชนิดควบคุมการแพร่พันธุ์และทำลายระบบนิเวศแหล่งน้ำ 

 เผยเเพร่: 2021-04-25  |  อ่าน: 348 ครั้ง


     กรมประมง...ออกประกาศฯคุมเข้ม !!! ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ขึ้นบัญชีเพิ่มอีกจำนวน 13 ชนิดหวังตัดวงจรการแพร่พันธุ์และคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นพร้อมป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำของไทยไม่ให้เกิดความเสียหาย

      นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าปัจจุบันสถานการณ์การแพร่พันธุ์ ของสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือเอเลียนสปีชีส์ ยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากกรณีปลาหมอสีคางดำที่หลุดรอดเข้าบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา  ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นเป็นอย่างมากซึ่งครั้งนั้นกรมประมงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยงพ.ศ.2561 สำหรับสัตว์น้ำ 3 ชนิด ได้แก่ ปลาหมอสีคางดำ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 อีกทั้ง ยังได้มีมาตรการจับสัตว์น้ำเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ด้วยการทำปุ๋ยหมักชีวภาพหรือการฝังกลบ หลังจากนั้นกรมประมงได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่นในชนิดพันธุ์อื่นๆ และได้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเพาะเลี้ยงในประเทศ การรุกราน ที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผู้ประกอบการประกอบกับการพิจารณาสัตว์น้ำในทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ควรป้องกันควบคุมและกำจัดของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 (สำนักงานนโยบายและแผนงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) โดยพิจารณาควบคู่กับทะเบียนชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกราน 100 อันดับโลก (GISD; Global Invasive Species Database,IUCN) จึงเห็นควรที่จะเพิ่มชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นที่ขึ้นบัญชีห้ามเพาะเลี้ยงเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

?       ล่าสุดกรมประมงจึงได้อาศัยความตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2560 ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันทึ่ 16 สิงหาคม 2564 นี้ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่นหายาก หรือป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่สัตว์น้ำและระบบนิเวศ ซึ่งประกอบสัตว์น้ำด้วย 13 ชนิดได้แก่

ปลา
  ชื่อไทย ชื่อสามัญ ชื่อวิทยาศาสตร์
1 ปลาหมอสีคางดำ Blackchin tilapia Sarotherodon  melanotheron
2 ปลาหมอมายัน Mayan cichlid Mayaheros  urophthalmus
3 ปลาหมอบัตเตอร์ Zebra cichlid Heterotilapia  buttikoferi
4 ปลาทุกชนิดในสกุล Cichla และปลาลูกผสม Peacock cichlid, Butterfly peacock bass Cichla  spp
5 ปลาเทราท์สายรุ้ง Rainbow trout Oncorhynchus  mykiss
6 ปลาเทราท์สีน้ำตาล Sea trout Salmo  trutta
7 ปลากะพงปากกว้าง Largemouth black bass Micropterus  salmoides
8 ปลาโกไลแอทไทเกอร์ฟิช Goliath tigerfish, Giant tigerfish  Hydrocynus goliath
9 ปลาเก๋าหยก Jade perch Scortum barcoo
10 ปลาที่มีการดัดแปลงหรือตัดแต่งพันธุกรรม GMO LMO ทุกชนิด    
ชนิดสัตว์น้ำอื่นๆ
1 ปูขนจีน Chinese mitten crab Eriocheir sinensis
2 หอยมุกน้ำจืด Triangle shell mussel Hyriopsis  cumingii
3 หมึกสายวงน้ำเงินทุกชนิดในสกุล Hapalochlaena Blue-ringed octopus  Hapalochlaena spp

 

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวฯ มีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

?1. กรณีที่เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกลุ่มเหล่านี้ ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตตามประกาศกรมประมง ภายใน 30 วันหลังจากประกาศฯ มีผลบังคับใช้และเมื่อไม่ต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นกลุ่มดังกล่าวแล้วให้รีบนำสัตว์น้ำส่งมอบให้สำนักงานประมงจังหวัด หรือ หน่วยงานกรมประมงอื่นๆในพื้นที่โดยด่วน

?2. กรณีที่ประชาชนทำการประมงแล้วได้สัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประชาชนสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ต้องทำให้สัตว์น้ำตายก่อนนำไปจำหน่าย

?3. กรณีที่สัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดนี้จากธรรมชาติได้หลุดรอดเข้าในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรโดยไม่เจตนาเกษตรกรสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ต้องทำให้ปลาตายก่อนนำไปจำหน่าย

?4. กรณีส่วนราชการ สถาบันการศึกษา หรือกรณีจำเป็นอื่นใดที่ต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิดไว้เพื่อศึกษาวิจัยและประโยชน์ทางราชการให้แจ้งขออนุญาตกรมประมงก่อน

?5. ห้ามผู้ใดปล่อยสัตว์น้ำทั้ง 13 ชนิด ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามมาตรา 144 แห่ง พรก.การประมง 2558 บทลงโทษหากพบผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 64 หรือมาตรา 65 วรรคสอง ต้องระวางโทษตามมาตรา 144 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง นำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า การออกประกาศฉบับดังกล่าวโดยห้ามทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้ง 13 สายพันธุ์นี้ ถือเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่นที่หลุดรอดเข้ามาแพร่พันธุ์และสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่น (สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) และไม่ต้องการที่จะเลี้ยงอีกต่อไปแล้ว อย่านำไปปล่อยลงในแหล่งน้ำสาธารณะ ขอให้ท่านนำสัตว์น้ำเหล่านั้นมามอบให้กับทางกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน ให้รับไปดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นเกิดการหลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ อันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศแหล่งน้ำของประเทศในระยะยาว

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามเพาะเลี้ยงในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564