ปลดใบเหลืองภาคประมงของไทยสำเร็จ

ปลดใบเหลืองภาคประมงของไทยสำเร็จ 

 เผยเเพร่: 2018-04-04  |  อ่าน: 71 ครั้ง

 

                     จากการที่ประเทศไทยมีการทำการประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing) สหภาพยุโรปจึงได้ประกาศให้ใบเหลืองประเทศไทย เมื่อเดือน เมษายน 2558 ซึ่งประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือภายใต้กฎระเบียบของสหภาพยุโรป ถือเป็นการประกาศเตือนการทำการประมงที่ผิดกฎหมายของประเทศไทย เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานการทำประมงของประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าประมงที่จับโดยเรือไทยในตลาดของสหภาพยุโรป  รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่องในทุกด้านและทุกมิติ จากผลการดำเนินการดังกล่าว สหภาพยุโรปได้ประกาศปลดสถานะใบเหลืองของภาคประมงไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหภาพยุโรปให้การยอมรับต่อความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของไทยจนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้เกิดการปฏิรูปการประมงของไทยทั้งระบบ และยกระดับอุตสาหกรรมการประมงของไทยเทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกของภาคการประมง ประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ในการดำเนินการระยะต่อไป ทั้งสหภาพยุโรปและไทยเห็นชอบร่วมกันในแผนงานความร่วมมือเพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงผิดกฎหมายฯ หรือ IUU-free ได้โดยสมบูรณ์ด้วย 6 ภารกิจ คือ 

ด้านที่ 1 ด้านกฎหมาย เพื่อความเข้มงวดจาก พ.ร.ก.การประมง 2558 ให้เป็นพระราชบัญญัติ แต่อาจงดเว้นโทษทางอาญา

ด้านที่ 2 ด้านการบริหารจัดการประมงให้เกิดความสมดุล ไม่ให้มีการทำประมงเกินกว่าธรรมชาติจะสามารถผลิตทดแทนได้ทัน

ด้านที่ 3 ด้านการบริหารจัดการกองเรือ ได้ปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น โดยปรับปรุงท่าเทียบเรือ และเรือประมงพื้นบ้าน 27,000 ลำ ต้องสร้างอัตลักษณ์เรือ

ด้านที่ 4 ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคตที่จะยืนยันถึงประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหา

ด้านที่ 5 ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ ติดตั้งระบบติดตามเรือและดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศคู่ค้าว่าสินค้าประมงไทยปลอดประมงผิดกฎหมาย

ด้านที่ 6 ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ต้องเคารถกฎหมายเพราะเป็นกฎหมายของไทยเองและไม่เข้งมงวดเกินไป สามารถปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสม เช่น การกรอกข้อมูลแรงงานประมง คนเดินเรือต่าง ๆ จะให้ทำเท่าที่จำเป็นและควบคุมได้ หรือกรณีวันทกประมงที่ถูกควบคุม หากจำนวนปลาเพิ่มขึ้นก็จะเพิ่มวันให้ เช่น ปี 2559 เพิ่มจำนวนวันให้เรือประมงอวนลากฝั่งอ่าวไทย จาก 225 วัน เป็น 240 วัน และในปี 2561 ก็เพิ่มวันทำประมงให้เช่นกัน

                    ซึ่งรัฐบาลคาดว่าการดำเนินการทั้ง 6 ภารกิจดังกล่าว จะมีเป็นผลดีทั้งชาวประมงรวมถึงการส่งออกสินค้าประมงของไทย และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากชาวประมงและผู้เกี่ยวข้องด้วยดีต่อไป