การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2563/64 (ด้านประมง)

อ่านทั้งหมด 

การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2563/64 (ด้านประมง) 

 เผยเเพร่: 2020-11-12  |  อ่าน: 347 ครั้ง

 

บทความประชาสัมพันธ์การเตรียมรับสถานการณ์(ก่อนเกิดภัย)

สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร

เรื่อง  การป้องกันสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2563/64 (ด้านประมง)

-------------------------

ด้วยกรมอุตุนิยามวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2563 คาดว่าปริมาณฝนรวมของประเทศไทยในช่วงฤดูฝนจะต่ำว่าปกติประมาณร้อยละ 5 (ปีที่แล้วช่วงฤดูฝนน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 11 ส่วนประมาณรวมทั้งปีน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 15) โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนปริมาณน้ำฝนรวมจะต่ำกว่าค่าปกติเล็กน้อยในช่วงเดือนตุลาคม ส่วนบริเวณภาคใต้ปริมาณฝนสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อยในช่วงเดือนสิงหาคมและตุลาคม อนึ่ง สำหรับครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม มักจะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง โดยฝนจะลดลงและก่อให้เกิดความขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรในบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงจึงได้จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยด้านการเกษตรภัยแล้งปี 2563/64 (ด้านประมง) ดังนี้

กรณีสัตว์น้ำในบ่อดิน

  1. ควรปรับลดขนาดการผลิตหรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมเลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
  2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล
  3. ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในบ่อ
  4. หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้
  5. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำที่เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้ำน้อยที่สุด ป้องกันการั่วซึมหรือจัดร่มเงาให้กับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
  6. จัดเตรียมหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มเติม
  7. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง
  8. ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีและให้ในปริมาณที่เหมาะสม
  9. ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
  10. ต้องเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและรักษาได้ทันท่วงที
  11. งดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
  12. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขทันทีในขณะเดียวกันและแจ้งผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรค  กรณีที่สัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณบ่อที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

 

กรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง

  1. ควรปรับลดขนาดการผลิตหรืองดเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำความสะอาดและซ่อมแซมกระชังในฤดูแล้งแทน เพื่อเตรียมเลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป
  2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล
  3. ทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นมาจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำภายในกระชัง
  4. หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำควรเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง จากฟาร์มผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้
  5. ควรเลือกแหล่งน้ำที่ตั้งกระชังที่มีความลึกพียงพอ เมื่อตั้งกระชังแล้วพื้นกระชังควรสูงจากพื้นน้ำ ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก
  6. ควรจัดวางกระชังให้เหมาะสม ไม่ชิดกันจนหนาแน่นมากเกินไป เพราะจะไปขัดขวางการไหลของกระแสน้ำ
  7. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณหนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง ก่อนปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในกระชัง ควรปรับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำในภาชนะลำเลียงสัตว์น้ำ ควรมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันกับน้ำที่ต้องการปล่อยสัตว์น้ำ เช่น อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง เป็นต้น
  8. ควรเลือกใช้อาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดี และให้ในปริมาณที่เหมาะสม
  9. ลดปริมาณอาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
  10. ต้องเพิ่มความสนใจ สังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติจะได้แก้ไขและให้การรักษาได้ทันท่วงที
  11. ควรทำความสะอาดกระชังสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดตะกอนและเศษอาหาร ซึ่งเป็นการตัดวงจรชีวิตปรสิตและเชื้อโรค นอกจากนี้ช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านกระชังได้ดี มีผลต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพสัตว์น้ำ
  12. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
  13. ควรหมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขทันทีในขณะเดียวกันและแจ้งผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงทราบ เพื่อที่จะได้หามาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรค  เมื่อสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งสัตว์น้ำป่วยในบริเวณแม่น้ำที่เลี้ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคทำให้การระบาดของโรคเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

อนึ่ง หากเกษตรกรประมงมีปัญหาในการปฏิบัติตามคำแนะนำ ขอให้เข้ารับการชี้แจงเพิ่มเติมจากสำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร โทร 056-611126 และสำนักงานประมงอำเภอทุกแห่ง

                                                                           ด้วยความปรารถนาดีจาก

                                                                               สำนักงานประมงจังหวัดพิจิตร