ปลาน็อค

 สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย

ปลาน็อค 

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

โพสต์โดย : ผู้ดูเเลระบบของหน่วยงาน

 เผยเเพร่: 2019-06-25  |   ข่าววันที่: 2019-06-25 |  อ่าน: 251 ครั้ง
 

จากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา  ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอากาศสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในรอบวัน ในบางครั้งมีความแตกต่างกันมาก เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน  อุณหภูมิในรอบวันก็มีการเปลี่ยนแปลงมาก หรือเกิดการหมักหมมของเศษอาหารในบ่อปลาที่เกษตรกรเลี้ยง หรือเกิดจากช่วงที่มีอากาศปิด มืดครึ้ม หรือเกิดจากสารพิษไหลลงบ่อปลาที่เลี้ยง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีปลาตายพร้อมกันเป็นจำนวนมากที่แหล่งน้ำต่างๆ หรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เราเรียกว่า ปลาน็อค (Fish Kill) หรือ เรียกว่า ปลาตาย ซึ่งมีปลาจำนวนมากตายพร้อม ๆ กัน ภายในระยะเวลาอันสั้น เป็นความเสียหายอันมหาศาลของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  สามารถประมวล

สาเหตุที่ทำให้เกิดปลาตายหรือปลาน็อค ได้ดังนี้.

1.สารพิษจากธรรมชาติ ที่มักพบ คือ การเน่าของทุ่งหญ้าในที่ลุ่มขบวนการเน่าของหญ้านั้น จะเกิดสารต่างๆ ที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก หากมีการจัดระบายน้ำที่ไม่เหมาะสม จะก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากต่อแหล่งน้ำ ทั้งในเชิงธุรกิจและนิเวศวิทยา

1.1 การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโดยฉับพลัน   ในช่วงที่อากาศแปรปรวน  เมื่ออากาศร้อนจัด  น้ำในบ่อจะแบ่งเป็น  2  ชั้น  ชั้นผิวน้ำมีอุณหภูมิสูง   น้ำผิวล่างมีอุณหภูมิต่ำกว่า เมื่อเกิดฝนตกลงมา ทำให้น้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ทำให้ปลาจำพวกตะเพียนขาว ปลาสร้อย หรือปลานิลที่เลี้ยงอย่างหนาแน่นปรับตัวไม่ทัน และการตายอีกกรณี คือ ปรากฏการณ์แทนที่ของน้ำชั้นล่างโดยน้ำชั้นบน (Up Welling) ซึ่งจะเป็นการพาตะกอนและสารพิษจากการหมักต่างๆ ขึ้นสู่ผิวน้ำ ในกรณีนี้จะทำให้เกิดการตายของปลาเป็นจำนวนมากในระยะเวลาสั้น พบในแหล่งเลี้ยงที่น้ำนิ่งและลึก เช่น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บ่อทราย เขื่อน สาเหตุเกิดจาก ความกดอากาศเปลี่ยนจากสูงไปต่ำ ทำให้แก๊สพิษต่าง ๆ ที่ถูกกดอยู่ที่ก้นอ่างเก็บน้ำเคลื่อนตัวสู่ผิวน้ำ ฝนตกหนัก ทำให้น้ำชั้นบนเย็น และมีน้ำหนักมาก จึงตกสู่ชั้นล่างตามแรงโน้มถ่วง จึงดันให้น้ำชั้นล่างลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และลมพัดแรงทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่วิ่งไปสู่ขอบอ่างเก็บน้ำ แล้วม้วนตัวลงสู่ก้นอ่าง ไปดันให้น้ำชั้นล่างลอยตัวสูงขึ้น (ตามหลักวิชาการหากอุณหภูมิน้ำมีการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน
ระหว่าง 2 – 5 องศาเซลเซียส จะทำให้ปลาตาย เช่น ปลาตะเพียนขาว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเพียง 2 องศาเซลเซียส ลูกปลาก็จะตาย)

1.2 การขาดอากาศ (ออกซิเจน) มักเกิดร่วมกับภาวะเกิดสารพิษเพราะการเน่าของสิ่งมีชีวิต หรือ การหมักของตะกอน หรือเกิดจากการขุ่นของแหล่งน้ำทำให้การสังเคราะห์แสงของพืชน้ำน้อยลง หรือเกิดจากฝนตกหนักมีการชะล้างของเสียจากผิวดินลงสู่แม่น้ำก็จะทำให้เกิดการใช้ออกซิเจนจำนวนมากของของเสียเหล่านั้น

1.3 มีการให้อาหารปริมาณมาก เกิดการหมักหมมของเศษอาหาร และขี้ปลาที่เลี้ยงในบ่อมีจำนวนมาก ประกอบกับบ่อที่เลี้ยงไม่เคยมีการตากบ่อในแต่ละปี ทำให้เกิดแอมโมเนีย ไนไตรท์และไฮโดรเจนซัลไฟท์ จำนวนมาก ข้อสังเกตคือ น้ำในบ่อจะมีสีเขียวจัดหรือน้ำตาล ดินก้นบ่อจะมีลักษณะเป็นขี้เลนเหลว มีกลิ่นเหม็น ปลาที่เลี้ยงจะตายเพราะสารพิษดังกล่าว โดยค่อยๆ ทยอยตายจนหมดบ่อ หากแก้ไขไม่ทันการณ์

1.4. อากาศปิด มืดครึ้ม ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง  บ่อปลาที่มีการปล่อยอย่างหนาแน่น เช่น ปล่อยปลานิลเกิน 5,000 ตัว / ไร่ ปลาจะเริ่มตาย สังเกตจาก ปลาที่เลี้ยงจะเริ่มลอยหัวมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำบริเวณกลางบ่อก่อน แสดงว่า ปลาเริ่มขาดออกซิเจน ต่อมาหากไม่แก้ไขปลาที่เลี้ยงจะลอยหัวมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำทั่วทั้งบ่อ แสดงว่าปลาในบ่อขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง  หากไม่แก้ไขปลาจะเริ่มตายจำนวนมาก

2.สารพิษจากการกระทำของมนุษย์ พบคือ ยาฆ่าแมลง สารกำจัดศัตรูพืช และยาเบื่อต่างๆ ปัญหาจะเกิดกับแหล่งเลี้ยงที่ใช้คลองส่งน้ำร่วมกับการทำนา หรือเกษตรกรรมอื่นๆ เช่น เมื่อเกิดฝนตกหนัก จะชะล้างสารพิษตามผิวดินหรือไร่นา การถ่ายน้ำซึ่งมีสารเคมีกำจัดหอยในนาข้าวลงสู่แหล่งน้ำ หรือน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยลงในแหล่งน้ำ แล้วมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสูบน้ำจากแหล่งน้ำเข้าสู่บ่อเลี้ยงโดยไม่รู้ วิธีสังเกตคือ ปลาจะตายยกบ่อ ตายโดยฉับพลัน  สัตว์น้ำที่อยู่ในบ่อจะตายทั้งหมด ทั้ง กุ้ง หอย และปลา ตายทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่

แนวทางแก้ไขปลาน็อค มีดังนี้

1.วิธีแก้ไขปลาตายที่เกิดจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน

- การทำให้น้ำในบ่อมีการหมุนเวียนหรือเคลื่อนไหว โดยใช้เครื่องสูบน้ำ สูบน้ำในบ่อแล้ว พ่นน้ำขึ้นบนอากาศให้น้ำตกลงในบ่อเหมือนเดิม หรือเครื่องตีน้ำ เพื่อให้น้ำในบ่อมีการหมุนเวียน

2.วิธีแก้ไขสิ่งหมักหมมที่ค้างอยู่ในบ่อ ที่ทำให้น้ำมีเขียวจัด ปลาจะทยอยตายจากสารพิษ

2.1 ควรถ่ายเทน้ำเก่าในบ่อออก  แล้วใส่น้ำใหม่เข้าไปแทนในปริมาณเท่าเดิม เมื่อเลี้ยงครบรอบให้ตากบ่ออย่างน้อย  3 – 5  วัน

2.2 ใส่จุลินทรีย์ เช่น ปุ๋ยน้ำชีวภาพ พด. 6  หรือ  EM ในบ่อ  เพื่อให้น้ำมีสภาพดีขึ้น

2.3 ใส่ปูนขาวในอัตรา 5-10 กก./ไร่/ครั้ง ห่างกันอาทิตย์ละครั้ง ใส่รวมกันไม่เกิน 60 กก./ไร่ โดยละลายปูนขาวในน้ำ  แล้วสาดเฉพาะส่วนที่น้ำปูนขาวลงในบ่อ

2.4 ใส่เกลือแกง ในอัตรา 160 กก./ไร่ (ไม่ควรใส่เกลือแกงพร้อมกับปูนขาว เพราะจะเกิดการยับยั้งฤทธิ์ซึ่งกันและกัน) ควรใส่โดยการหว่านเป็นเม็ด

3.วิธีแก้ไขช่วงอากาศปิด มืดครึ้ม ทำให้ปลาขาดออกซิเจน และตาย

3.1 ถ่ายเทน้ำในบ่อออกประมาณ 2\3 แล้วเติมน้ำใหม่เข้าในบ่อแทนกรณีเปลี่ยนถ่ายน้ำไม่ได้ให้ใส่เกลือแกง ในปริมาณ 3-5 % ของปริมาณน้ำในบ่อ

3.2 งดการให้อาหารประมาณ 1-2 วันก่อน

3.3 ลดปริมาณความหนา แน่นของปลาในบ่อเลี้ยง

3.4 ปรับสภาพบ่อโดยการใช้ปุ๋ยขาว หรือน้ำปุ๋ยชีวภาพ พ.ด. 6 หรือ EM

3.5  เพิ่มออกซิเจนในน้ำโดยใช้เครื่องตีน้ำหรือเครื่องสูบน้ำพ่นสู่บรรยากาศ

4.วิธีแก้ไขกรณีถูกสารเคมีใส่ในบ่อ  ทำให้ปลาตายเนื่องจากสารเคมี

- ควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของสัตว์น้ำที่อยู่ในบ่อ หากเห็นว่ากุ้งฝอย หอย ปู ทั้งตัวเล็กและใหญ่ในบ่อเริ่มลอยหัวขึ้นเกยตลิ่งหรือคลานขึ้นริมฝั่งตามริมขอบบ่อตายเป็นจำนวนมากแสดงว่า บ่อเลี้ยงปลามีสารเคมีอันตรายปะปน ควรเร่งระบายน้ำเก่าออก แล้วนำน้ำใหม่เข้าบ่อ

- สัตว์น้ำที่โดนสารเคมีจะมีกลิ่นของสารเคมีติดอยู่ ลำตัวและเหงือกจะสีซีด

- กรณีแก้ไขไม่ทัน ปลาตายหมดบ่อ ควรทำลายโดยการฝัง หรือเผา ไม่ควรนำปลามารับประทาน  เพราะที่ตัวปลายังมีสารเคมีเจือปนอยู่ อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคได้

- บ่อเลี้ยงปลาที่มีปลาตายจากสาเหตุสารเคมีเจือปน ควรมีการระบายน้ำเก่าทิ้งทั้งหมด แล้วสูบน้ำใหม่เข้าไป เพื่อเลี้ยงรุ่นต่อไปใหม่ การจะปล่อยน้ำเสียออกจากบ่อควรมีการบำบัดเสียก่อน โดยการทำลายพิษของสารเคมี หรือ ในกรณีที่เป็นน้ำมัน ควรช้อนขึ้นจากบ่อและผิวน้ำให้หมดก่อนเพื่อป้องก้น การปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การตรวจหาสารพิษว่าเป็นสารอะไร ทางสถานีประมงน้ำจืด ไม่สามารถตรวจสอบได้  ต้องนำส่งให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือเอกชนที่รับตรวจ ซึ่งต้องเสียค่าตรวจสารพิษด้วย

 

สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย


 Tags

  •  Hit 20 อันดับ
  • โครงสร้างของหน่วยงานภายใน.. (850)  เกี่ยวกับสำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย.. (640) การป้องกันและกำจัดโรคปลา.. (588) ข้อมูลแสดงบัญชีรายชื่อแหล่งน้ำ.. (558) วิสัยทัศน์ / ยุทธศาสตร์.. (509) หน้าที่และความรับผิดชอบ.. (492) โครงการส่งเสริมเกษตรกรด้านการประมง.. (481) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร จังหวัดเชียงราย.. (467) การแปรรูปสัตว์น้ำ.. (461) การเพาะเลี้ยงกบ.. (454) ราคาสัตว์น้ำจืด(ปลานิล) จากตลาดต่างๆ.. (429) ราคาสัตว์น้ำจืด (ปลาดุก) จากตลาดต่างๆ.. (416) โครงการสัมมนาเครือข่ายประมงอาสา.. (399) การเพาะเลี้ยงปลากดเหลือง.. (389) โครงการธนาคารผลผลิตเกษตรด้านการประมง.. (375) ยาและสารเคมีเพื่อการป้องกันและรักษาโรคสัตว์น้ำ.. (372) โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ต.ผางาม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย.. (336) โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย.. (292) ปลาน็อค.. (251) ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังและการจัดการปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำวิกฤต (ลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำโขงตอนบน).. (213)

    Copyright © 2016-2019 สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย

     สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย  419 หมู่ 6 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100