กรมประมง…ผลักดันออกกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง ฉบับใหม่ 23 จังหวัดชายทะเล บรรเทาความเดือดร้อน - ลดความขัดแย้ง ประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์

พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5 กำหนดให้ทะเลชายฝั่ง มีระยะนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปสามไมล์ทะเล เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำจะออกกฎกระทรวงกำหนดให้เขตทะเลชายฝั่งในบริเวณใด มีระยะนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปน้อยกว่าหรือมากกว่าสามไมล์ทะเลก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งจุดห้าไมล์ทะเลและไม่เกินสิบสองไมล์ทะเล

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เขตทะเลชายฝั่งตามพระราชกำหนดการประมง 2558 เดิมมีการกำหนดออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) เขตทะเลชายฝั่งนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปสามไมล์ทะเล (ตามมาตรา 5) และ 2) เขตทะเลชายฝั่งตามที่ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดเป็นการเฉพาะที่มีระยะตามที่กฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่งให้มีระยะนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปน้อยกว่าหรือมากกว่าสามไมล์ทะเล จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชลบุรี ตรัง ตราด พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล และสุราษฎร์ธานี ซึ่งที่ผ่านมาจากการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว พบว่า ยังคงมีเขตทะเลชายฝั่งที่มีลักษณะเป็นเส้นโค้งเว้า ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนของพื้นที่ทำการประมง ส่งผลให้ชาวประมงได้รับความเดือดร้อน เกิดความขัดแย้งระหว่างประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ เนื่องจากการเข้าไปทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งโดยไม่ตั้งใจ และยังขาดการมีส่วนร่วมในการกำหนดเขตอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น กรมประมงจึงได้ดำเนินการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง โดยยกเลิกฉบับเดิมทั้งหมด และออกกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง ฉบับใหม่เป็นรายจังหวัด จำนวน 23 จังหวัดชายทะเล เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งข้อกำหนดในกฎหมายแต่ละฉบับได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละพื้นที่และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดเรียบร้อยแล้ว โดยในกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ มีการกำหนดให้เขตทะเลชายฝั่งเป็นเส้นตรงลากผ่านจุดพิกัดทำให้ชาวประมงเดินเรือได้ง่ายและพนักงานเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้ชัดเจนด้วย ในกรณีที่เป็นพื้นที่เขตทะเลชายฝั่งทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตที่กำหนดตามกฎหมายอื่นใด ให้ชาวประมงที่ทำการประมงหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตทะเลชายฝั่ง ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ให้ครบถ้วนด้วย

ทั้งนี้ รองอธิบดีฯ ได้กล่าวในตอนท้ายว่า การกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง มิใช่เพียงแค่แก้ไขความขัดแย้งของชาวประมงเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการบริหารจัดการทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ภายใต้บริบทของวิถีการทำประมงในพื้นที่นั้นๆ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำในเรื่องของการบริหารจัดการการทำประมงให้เกิดความยั่งยืนควบคู่ไปกับความมั่นคงในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวประมง