กรมประมง...แจงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชัง จ. มหาสารคามหลังมวลน้ำระลอกใหญ่ไหลทะลักลำน้ำชี ทำปลาน็อคน้ำตายจำนวนมาก

จากเหตุมวลกระแสน้ำระลอกใหญ่ไหลทะลักผ่านลำน้ำชี ส่งผลให้ปลานิลในกระชังที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ในพื้นที่ตำบลโพนงาม และตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ตายเป็นจำนวนมาก และได้สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรอย่างหนัก

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัดมหาสารคาม และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมหาสารคาม เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการเฉพาะหน้าไปก่อน ล่าสุดได้ให้เกษตรกรเร่งดำเนินการจำหน่ายปลาออกไปโดยเร็วเพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้ชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง อีกทั้งยังได้แนะนำให้เกษตรกรทำการเคลื่อนย้ายกระชังทั้งหมดเข้าริมฝั่งเพื่อป้องกันไม่ให้ไหลไปกับกระแสน้ำ

ทั้งนี้ จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแล้ว จำนวน 48 ราย มีกระชังที่ได้รับความเสียหาย 450 กระชัง ปริมาณปลานิลที่เสียหายประมาณ 135 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท (ราคาจำหน่าย 3 กิโลกรัม/ 100 บาท) ซึ่งเป็นความเสียหายเพียงส่วนหนึ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานประมงจังหวัดมหาสารคามได้แจ้งประชาสัมพันธ์การคาดการณ์สถานการณ์ไว้ล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรได้จับปลาขึ้นจำหน่ายไปแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของที่เลี้ยงไว้ โดยสาเหตุการตายมาจากการที่ปลาเกิดอาการน็อคน้ำ มีสาเหตุมาจากมวลน้ำจำนวนมากจากจังหวัดชัยภูมิและขอนแก่นไหลผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผลให้คุณภาพน้ำมีปริมาณออกซิเจนต่ำ ประกอบกับน้ำมีความขุ่นสูง เป็นเหตุให้ตะกอนเข้าเกาะบริเวณเหงือกปลา ทำให้ปลาไม่สามารถหายใจได้สะดวก ขาดออกซิเจน และตายเป็นจำนวนมาก

รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง สามารถขอรับความช่วยเหลือได้โดยให้หน่วยงานกรมประมงภายในจังหวัดพิจารณาดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติได้ทันท่วงที ในกรณีเงินงบประมาณไม่เพียงพอสามารถใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์หมายเลข 0 2558 0218 และ 0 2561 4740