มติรัฐมนตรี 7 เมษายน 2563

วันนี้ (7 เมษายน 2563) เวลา 09.00 น. ณ  ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล   พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี  ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้ 

1. เห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากร ศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

ยกเว้นอากรขาเข้ายาสูตรผสม (ประเภทย่อย 3003.90) ที่ใช้ผลิตยาต้านไวรัสเอดส์เท่านั้น ตามบัญชี ท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนด พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ภาค 2 พิกัดอัตราอากรขาเข้า"

2. มติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่งตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ

กำหนดให้จังหวัดชลบุรีมีเขตทะเลชายฝั่ง ดังนี้    

2.1 ระยะสองจุดเจ็ดหนึ่งไมล์ทะเลถึงสามจุดเจ็ดเจ็ดไมล์ทะเลนับจากแนวชายฝั่งทะเลที่น้ำทะเลจรด แผ่นดินบริเวณชายฝั่ง    

2.2 ระยะหนึ่งจุดห้าห้าไมล์ทะเลถึงสองจุดสามสามไมล์ทะเลจากแนวชายฝั่งทะเลที่น้ำทะเลจรด แผ่นดินบริเวณชายเกาะ  

5. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของ ที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจ พิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้

เป็นการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ว่าจะอยู่ในพิกัดประเภทใด ทั้งนี้ ตามรายการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยแก้ไข วันใช้บังคับจากเดิม “ให้มีผลใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563” เป็น “ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563” เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563

13. รับทราบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอการปรับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 โดยให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 

14. เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอดังนี้

1. เห็นชอบกำหนดนโยบายมาตรการค่าไฟฟ้าฟรีกับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ ไม่เกิน 5 แอมป์ (ประเภทที่ 1.1 ของการไฟฟ้านครหลวง และประเภทที่ 1.1.1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) จาก 50 หน่วยต่อเดือนเป็น 90 หน่วยต่อเดือน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานดำเนินการโดยให้ใช้เงิน เรียกคืนรายได้เพื่อให้การไฟฟ้า มีฐานะการเงินตามเกณฑ์ที่กำหนดมาเป็นแหล่งเงินในการสนับสนุนการดำเนินการ

2. เห็นชอบการขยายระยะเวลาการชำระค่าไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ ไม่เกิน 5 แอมป์ (ประเภทที่ 1.1 ของการไฟฟ้านครหลวง และประเภทที่ 1.1.1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) เป็น ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนของแต่ละรอบบิลสำหรับใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน 2563 โดย ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขยายระยะเวลาการชำระค่าไฟฟ้าให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยไม่มีเบี้ยปรับ 

มาตรการ ระยะเวลา เงื่อนไข
1. ค่าไฟฟ้าฟรี 3 เดือน (เดือนเมษายน – มิถุนายน 2563) มิเตอร์ ไม่เกิน 5 แอมป์ 90 หน่วยต่อเดือน
2. ขยายระยะเวลาชำระค่าไฟฟ้า 3 เดือน (เดือนเมษายน – มิถุนายน 2563) ไม่มีเบี้ยปรับ ไม่เกิน 6 เดือนของแต่ละรอบบิล

 

16. เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 801,066,000 บาท เพื่อ ดำเนินโครงการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) ประกอบด้วย (1) ค่าจัดซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์สำหรับกระจายให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 770,400,000 บาท และ (2) ค่าบริหารจัดการและกระจายสินค้า จำนวน 30,666,000 บาท และทำความตกลงใน รายละเอียดกับสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป 

อ่านต่อ