กรมประมง...ลุยเดินเครื่องนำไทยปฏิบัติตามกฎหมาย MMPA ของ USA หลังคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติเห็นชอบหลักการ แผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566 – 2570

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 ซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566 – 2570 และโครงการเร่งด่วนภายใต้แผนปฏิบัติการระดับชาติ เพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566 – 2570 ซึ่งกรมประมงได้ทำการผลักดัน เพื่อการดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (MMPA) สำหรับการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 1 มกราคม 2566

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติว่า จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศข้อกำหนดว่าด้วยการนำเข้าสินค้าประมงภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (Marine Mammal Protection Act: MMPA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินกฎระเบียบข้อบังคับการทำประมง การทำประมงเชิงพาณิชย์ของประเทศที่ส่งสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไปยังสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการตายหรือบาดเจ็บรุนแรงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น โลมา วาฬ พะยูน ฯลฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่มใช้กฎหมาย MMPA เมื่อวันที่

1 มกราคม พ.ศ. 2560 และกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 5 ปี เพื่อให้ประเทศคู่ค้าได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ MMPA และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยในช่วงระหว่างการผ่อนผันนี้ ประเทศที่ส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศไทยยังคงส่งสินค้าประมงได้

ที่ผ่านมา กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินการผ่านคณะทำงานชุดต่างๆ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ จำนวน 3 คณะ ประกอบด้วย 1) คณะอนุกรรมการป้องกัน แก้ไขปัญหา และประสานงานการปฏิบัติเกี่ยวกับผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม 2) คณะอนุกรรมการวิชาการเพื่อจัดทำข้อมูลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม และ 3) คณะกรรมการเฉพาะกิจเจรจาแก้ไขปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม เพื่อดำเนินการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย MMPA ให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการ คณะอนุกรรมการป้องกันฯได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดส่งข้อมูลสำหรับการรายงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยา เป็นประธานคณะทำงาน และกรมประมงได้เปิดประชุม ป. ปลา

เป็นห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อการบันทึกข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ International Affairs Information Capture and Reporting System, IAICRS คณะทำงานฯมีการปฏิบัติงานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 จนกว่าการจะบันทึกข้อมูลแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 โดยมีผู้บริหารกรมประมงกำกับและติดตามความก้าวหน้าในการทำงานอย่างใกล้ชิด

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566 – 2570 และโครงการเร่งด่วนเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2564-2565 ตามที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำการผลักดัน เพื่อใช้โอกาสในช่วงระยะเวลาที่สหรัฐฯผ่อนผัน ในการติดตามประเมินสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม การวางระบบรวบรวมข้อมูลสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง การพัฒนากฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายและการบาดเจ็บของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมจากการทำประมง เพื่อให้สอดรับกับกฎหมาย MMPA ของสหรัฐฯ

สำหรับแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566– 2570 ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ 19 แผนงาน 51 โครงการ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ ๑ การติดตามและประเมิน (Monitoring & Estimation) ประกอบด้วย ๒ แผนงาน ๘ โครงการ กลยุทธ์ที่ ๒ การวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ประกอบด้วย ๕ แผนงาน ๑๑ โครงการ กลยุทธ์ที่ ๓ การอนุรักษ์และจัดการ (Conservation & Management) ประกอบด้วย ๖ แผนงาน ๑๑ โครงการ กลยุทธ์ที่ ๔ การบังคับใช้ (Enforcement) ประกอบด้วย ๓ แผนงาน ๗ โครงการ กลยุทธ์ที่ ๕ การสื่อสาร (Communication) ประกอบด้วย ๓ แผนงาน ๑๔ โครงการ โดยมีโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2564 – 2565 จำนวน 8 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการการใช้เทคโนโลยีสำรวจติดตามและประเมินจำนวนสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มประชากรใกล้ฝั่งและไกลฝั่ง 2. โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงและวิธีการทำการประมงเพื่อป้องกันการติดโดยบังเอิญของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม 3. โครงการการประเมินผลกระทบด้านสังคม เศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหา การบรรเทาผลกระทบและการเยียวยาชาวประมง ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่ 4. โครงการ การแก้ไขปัญหาเครื่องมือประมงที่มีผลกระทบต่อพะยูน 5. โครงการการพัฒนาระบบการออกใบอนุญาตทำการประมง (e-License) เพื่อรองรับมาตรการเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม 6. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าสัตว์น้ำเพื่อรองรับ Marine Mammal Protection Act ของประเทศสหรัฐอเมริกา 7. โครงการการควบคุมเฝ้าระวังพื้นที่ทำการประมงในบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม 8. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสัตว์ทะเลหายากผ่านระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพทางทะเล (Smart Marine Patrol) มีวงเงินงบประมาณรวม 225.9 ล้านบาท โดยมอบให้อนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย อ. 1 พิจารณารายละเอียดโครงการและงบประมาณต่อไป

#นายบัญชาสุขแก้ว_รองอธิบดีกรมประมง

#กลุ่มเผยแพร่และประชาสสัมพันธ์